5 เพลงเก่าเอามาทำใหม่ที่น่ากลับฟังไปอีกแบบ

ในยุคที่ผลงานเพลงรวมทั้งศิลปินผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพลงใหม่ ๆ จากค่ายยักษ์ใหญ่ ค่ายโนเนม หรือแม้แต่ศิลปินไร้สังกัดมีช่องทางเผยแพร่ผลงานมากขึ้นไม่เพียงแต่สื่อโทรทัศน์หรือวิทยุ ด้วยความที่ทุกอย่างรวดเร็วง่ายดายมันก็เป็นดาบสองคมที่ทำให้บทเพลงนั้น ๆ มาไวไปไวไม่ยั่งยืน การตามเทรนด์เหล่านั้นไม่ทัน ทำให้ผู้ฟังเกิดกระแสกลับไปฟังเพลงเดิม ๆ โดยเฉพาะบทเพลงในยุค 80-90’s ศิลปินหลายคนก็อิงกระแสความนิยมนี้จับเอาเพลงเก่า ๆ มาทำใหม่ จับเพลงของศิลปินคนอื่นมานำเสนอในแบบตัวเองซึ่งหลาย ๆ งานคัฟเวอร์ทำได้น่าฟังไม่แพ้เวอร์ชันเดิมเลยทีเดียว

Milkshake เพลงมิลค์เชคของ kelis เดิมเป็นเพลงแด๊นซ์ที่ค่อนข้างมีพลังยิ่งด้วยเสียงแหบเสน่ห์ของ kelis รวมทั้งความเซ็กซี่ของเพลง ต้องบอกว่าการคัฟเวอร์ให้ดีกว่าเวอร์ชันเดิมคงไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งสาว ๆ จากซีรีย์ Riverdale ทำให้มันเกิดขึ้นจริง Milkshake เวอร์ชัน Pussycats ft. Cheryl ปรากฏในฉากที่สามสาวต้องร่วมมือกับเพื่อน ๆ กู้วิกฤตร้านป็อป โดยมิลค์เชคเวอร์ชันนี้เพิ่มเติมความเซ็กซี่ระดับปรอทแตกเข้าไปแถมยังเปลี่ยนทำนองใหม่ทำให้น่าฟังและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ช้ำคือเรา Cover By สมอารมณ์ x Pimthitiii เดิมเป็นผลงานของดีว่าคุณภาพอย่างนิตยา บุญสูงเนิน ถูกนำมาทำดนตรีใหม่เพิ่มอินเนอร์เข้าไปส่งผลให้ดังเป็นพลุแตกจนเวอร์ชันคัฟเวอร์และเวอร์ชันต้นฉบับมียอดวิวมหาศาล เรียกว่าดังข้ามปีจวบจนถึงทุกวันนี้ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่สถานีวิทยุต้องเปิดซ้ำในทุก ๆ วัน

Country Road เพลงคันทรี่ระดับตำนานของ John Denver ที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ศิลปินเลื่องชื่อยังไม่กล้านำมาทำใหม่เพราะเสี่ยงแหกโค้งตกเหวได้ง่าย ๆ ถ้าคลาสไม่ถึงจริง ๆ แต่ใครจะคิดว่า Country Road ที่ร้องคร่อมจังหวะพร้อมทั้งล้อเลียนสำเนียงคนอังกฤษจะเป็นเวอร์ชันสุดปังที่ถูกถามถึงมากเหลือเกิน เพลงดังอารมณ์อุ่นหัวใจจากเวสต์ เวอร์จิเนียร์ถูกทำให้หรูหราแบบยุโรปผสานอารมณ์เหงาด้วยปี่สก็อตปรากฏอยู่ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ Kingsman 2 ที่สำคัญ Country Road เวอร์ชัน Merlin (Mark Strong) เป็นลิมิเต็ด อีดิตชั่นที่หาฟังได้ในภาพยนตร์ Kingsman 2 เท่านั้นอีกด้วย

คราบธุลีดิน นี่คือผลงานที่ VWIN ยกให้เป็นงานคัฟเวอร์ระดับมาสเตอร์พีชของวงการเพลงไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในการคัฟเวอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล เพลงจากแร๊พเปอร์ชาวเหนือถูกหน้ากากหอยนางรมหรือโอม ค็อกเทลนำขึ้นไปโชว์บนเวที The Mass Singer และทำให้เวทีลุกเป็นไฟส่งผลให้หลังจากนั้นเพลงตราบธุลีดินกลายเป็นเพลงฮิตทั่วฟ้าเมืองไทย ปู่จ๋าน ลองไมค์เจ้าของเพลงเองก็ได้รับอานิสงฆ์กลายเป็นที่รู้จักไปด้วย

Apologize เพลงเคยดังในอดีตของวง One Republic ถูกนำมาคัฟเวอร์ใหม่โดยศิลปินชาวไทย BILLbilly01 ft. Violette Wautier คุณภาพของผลงานนี้ได้พิสูจน์แล้วด้วยการยืนระยะเป็นอันดับหนึ่งในยูทูปติดต่อกันถึงสี่เดือนเต็ม ด้วยน้ำเสียงของ วี วีโอเล็ต หนึ่งในผู้เข้าประกวดจากรายการเดอะ ว้อยซ์ ไทยแลนด์ทำให้ Apologize เวอร์ชันนี้เพราะติดหูเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ

หลายคนอาจเข้าใจว่าการคัฟเวอร์นั้นง่ายกว่าการแต่งเพลงใหม่ขึ้นมาสักเพลง ทั้งยังอาจมองว่าการคัฟเวอร์คือการฉกฉวยผลงานของผู้อื่นรูปแบบหนึ่ง นั่นไม่จริงเลยเพราะมีการคัฟเวอร์จำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการนำเสนอเพลงนั้น ๆ ในแง่มุมใหม่ ๆ และต้องทำให้ผู้คนยอมรับมันได้ด้วย คือโจทย์ที่ยากไม่แพ้การนำเสนอเพลงใหม่สักเพลงเลย การคัฟเวอร์หลาย ๆ ครั้งยังได้ช่วยเหลือศิลปินเจ้าของเพลงออกจากภาวะวิกฤต ทำให้กลายเป็นที่รู้จักและได้รับงานมากขึ้นดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นการฉกฉวยโอกาสจากงานของผู้อื่น แต่เป็นการเกื้อกูลกันของผู้คนในวงการเพลงเสียด้วยซ้ำ

ชวนฟังแนวเพลงแปลก ๆ ไม่ฮิต แต่เพราะมาก!   

ปัจจุบันนี้ในโลกดนตรี มีเพลงให้เลือกฟังหลากหลายแนว ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คือ ป็อป ร็อก อาร์แอนบี  ดิสโก้ ฮิปฮอป ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่ามีแนวเพลงแปลก ๆ อีกหลายแนวที่ไพเราะมากแต่ว่าไม่ค่อยได้รับความนิยม และไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าไหร่ เราจะพาไปเปิดแนวเพลงแปลก ๆ เหล่านั้นเอง พร้อมกับยกตัวอย่างเพลงให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลย

กอสเปล (Gospel) 

ว่ากันตามรากศัพท์แล้ว Gospel แปลว่าคำสวดของพระเยซู แต่สำหรับเพลงแนวนี้ คือแนวเพลงที่เน้นเสียงร้องเป็นหลัก โดยเฉพาะการร้องประสานเสียง ฟังดูแล้วเหมือนบทสวดมนตร์ กอสเปลเกิดขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในโบสถ์ของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนเนื้อของเพลงส่วนมากก็จะเกี่ยวกับศาสนา คำสอนหรือความเชื่อทางศาสนา เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากในยุค 90 เดี๋ยวนี้อาจจะหาฟังยากหน่อย ตัวอย่างเพลงแนวนี้ “Didn’t It Rain” “Down By the Riverside” จาก Sister Rosetta Tharpe “Will You Be There” จาก Michael Jackson และ Cry Me A River จากหนุ่ม Justin Timberlake

บลูส์ (Blues)

ย้อนกลับไปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงที่คนผิวสีเริ่มเข้าสู่อเมริกาเพื่อเข้ามาเป็นทาส ด้วยชีวิตที่แร้นแค้น และเจ็บปวด จึงรวมกลุ่มกันเพื่อร้องและสวดอ้อนวอน จึงก่อเกิดเป็นแนวเพลงประเภท “บลูส์” ซึ่งก็แปลกันตรง ๆ นี่แหละ ว่ามันคือเพลงเศร้า ทุกข์ระทม เนื้อหาของเพลงก็จะวนเวียนกับเรื่องพวกนี้ มีแนวย่อยมีมากมายไม่ว่าจะเป็นจัมป์บลูส์ เปียโนบลูส์ เดลตาบลูส์ ฯลฯ ความโดดเด่นอีกอย่างของเพลงประเภทนี้ก็อยู่ที่จังหวะนุ่มลึก ชนติดตาม เพลงตัวอย่าง เช่น BB King กับบทเพลง “Darling you know i love you” Guns N’ Roses ในเพลง“Since I Don’t Have You” หรือเพลงไทยก็ประมาณ ก็เคยสัญญา ของอัสนี วัตสัน

สกา (Ska)

แนวเพลงจากประเทศจาไมกาช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ต่อมามีการพัฒนาเป็น Rocksteady และเร็กเก ตามลำดับ โดยมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากดนตรีประเภทอื่น คือจะเน้นกีตาร์และเปียโน แถมมีการใช้เครื่องดนตรีแจ๊ส เข้ามาร่วม เช่น แซกโซโฟน, ทรัมเป็ต เป็นต้น เพลงจะฟังสนุกสนาน เน้นเต้นเพลิน ๆ สบาย บางวงก็เน้นบรรเลง ไม่ร้อง ตัวอย่างเพลงเช่น “Rock Fort Rock” เพลงจากวงบุกเบิกสกายุคแรก ตั้งแต่ปี 1964 อย่าง The Skatalites สำหรับไทยก็ต้องยกให้วง T-Bone เช่นเพลง กลิ่น มนต์รักสกา เป็นต้น

คันทรี (Courntry)

                ว่ากันง่าย ๆ มันก็คือ “เพลงลูกทุ่ง” ของท้องถิ่นนั้น ๆ นั่นแหละ เพลงคันทรีเริ่มขึ้นในปี 1920 กำเนิดในอเมริกาตอนใต้ เป็นหนึ่งแนวเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคหนึ่งเลยทีเดียว ความโดดเด่นของเพลงคันทรีคือ สำเนียง นั่นเอง แต่ละถิ่นจะมีสำเนียงเฉพาะ ให้คิดถึงเพลงลูกทุ่งบ้านเราเวลาเอื้อน เหน่อ ๆ หน่อย ดนตรีที่ใช้เล่น คู่เพลงคันทรี ก็ได้แก่ แบนโจ เนื้อหาก็เกี่ยวกับสำนึกรักบ้านเกิด วิถีชีวิต เป็นเพลงที่ฟังแล้ว อยากจะกลับบ้าน สำหรับเพลงตัวอย่างก็ได้แก่  Take Me Home, Country Roads ของ John Denver “Blue Eyes Crying In The Rain” ของ Willie Nelson  เป็นต้น

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ แนวเพลงแปลก ๆ ยังมีอีกเยอะ ทั้ง Soul Funk Dance  Indy ฯลฯ เพราะแต่ละแนวเพลงก็ยังมีประเภทย่อย แถมสามารถเอามามิกซ์กันได้อีก ต้องลองหาฟังกันดูนะ