5 เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีน้องใหม่ จ่อคิวรอเดบิวต์ในปี 2019

ปี 2018 ที่ผ่านมามีสาว ๆ เกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่เดบิวต์เปิดตัวในวงการกันไปหลายวงแล้ว ทั้ง Stray Kids, (G)I-DLE, LOONA, SATURDAY, Camilla และ Target ซึ่งวงการเพลงเกาหลีก็ยังไม่หยุดปั้นน้องใหม่ออกมาสู่ตลาดเรื่อย ๆ ในปี 2019 นี้ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วว่ามีเกิร์ลกรุ๊ปที่มีกำหนดจะเดบิวต์ถึง 5 วงด้วยกันดังนี้

                Cherry Bullet ต้นปี 2019

                FNC Ent. ต้นสังกัดของ AOA วงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นพี่ที่กลายเป็นตัวท็อปของวงการ K-Pop ไปแล้ว มีแผนเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ Cherry Bullet ออกมาในช่วงต้นปี 2019 โดยได้เริ่มเปิดตัวสาว ๆ ทั้งสิบคนผ่านทางรายการเรียลลิตี้ที่เผยแพร่ให้ชมทาง V Live ไปแล้ว ออกอากาศตอนแรกวันที่ 28 พฤศิกายน 2018

                ทีเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาสองตัวเผยให้เห็นถึงสองคอนเซ็ปท์ของวงที่แตกต่างกัน ทีเซอร์ตัวแรกเปิดตัวมาด้วยคอนเซ็ปท์มินิมอล สาวๆ สวมเสื้อยืดขาวและกางเกงยีนส์ ดูเรียบหรู แต่ทีเซอร์ตัวใหม่กลับให้ความรู้สึกสดใสแสบซ่าและกระชุ่มกระชวย สมชื่อศิลปินหน้าใหม่จริง ๆ

                High School เดือนมีนาคม

                สาว ๆ กลุ่มนี้รอเดบิวต์ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นั่นคือการที่เมมเบอร์ของวงทุกคนใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ สร้างภาพลักษณ์ที่ลึกลับน่าค้นหา

                High School เพิ่งเปิดตัวทีเซอร์สำหรับซิงเกิ้ลแรก “Baby, you’re mine” ของพวกเธอใน Instagram และเมื่อไม่นานมานี้พวกเธอก็เพิ่งจะเดินทางมาโปรโมทที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งทำให้พวกเธอติดโผ 1 ใน 3 อันดับของเกิร์ลกรุ๊ปที่แฟน ๆ ชาวไทยรอคอยมากที่สุด

                Purple Black ภายในปี 2019

                Purple Black เป็นเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกที่มาจาก Majesty Entertainment ตอนนี้ทางต้นสังกัดกำลังเปิดตัวสมาชิกวงทีละคน ปัจจุบันมีสมาชิก 4 คนที่ถูกเปิดตัว ทว่าจำนวนสมาชิกวงนั้นยังไม่แน่นอน ทางต้นสังกัดเคยเผยว่ามีสมาชิกทั้งหมดหก หรือไม่ก็เจ็ดคน แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องรอลุ้นรอดูกันต่อไป

                Rendezvous วันที่ 7 หรือ 8 เดือนกรกฎาคม

                Rendezvous เป็นวงที่มีกำหนดการเดบิวต์ชัดเจนที่สุด โดยโปรเจกต์นี้ของบริษัท Parksal จะใช้ระบบคัดเลือกสมาชิกวงผ่านการทดสอบการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การร้องและเต้น ส่วนสมาชิกที่ต้นสังกัดยันยืนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวงอย่างแน่นอนก็ได้แก่ ซูรี ซึลกิ และยูนซอ แต่พวกเขาก็ระบุว่ามีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกวงอีก

                Y.E.S เดือนมีนาคม

                Y.E.S คือเกิร์ลกรุ๊ปภายใต้สังกัดของค่าย NOH Entertainment เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งจะเปิดตัวเรียลลิตี้โชว์ที่พวกสาว ๆ จะถูกติดตามระหว่างฝึก เล่นเกม และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน รายการเปิดตัวมาด้วยสมาชิกวง 6 คน ซึ่งได้แก่ ยูบิน ปาร์คซูริน คิมซอยอน คังยูมี คิมจินอู และอีโดยอน อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ 4 ยูบิน ซูริน และซอยอนกลับไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงอีกต่อไป ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสมาชิกวงของบริษัท รายการโชว์จึงโฟกัสไปที่เด็กฝึกอีก 9 คนที่อาจจะได้ (หรือไม่ได้) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวง อย่างไรก็ตาม ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะ Y.E.S ไม่มีเพจออฟฟิเชียลหรือโซเชียลมีเดียของวง จึงยากที่จะติดตามข่าวสาร แฟน ๆ คงต้องรอคอนเฟิร์มกันเองตอนเดบิวต์เท่านั้น

BTS กับความสำเร็จระดับโลก บทพิสูจน์ว่าดนตรีไร้พรมแดน

เรียกได้ว่าเป็นบอยแบนด์แห่งเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกจริง ๆ สำหรับ บีทีเอส (BTS) หรือที่เรารู้จักกันในนามบังทันบอยส์ จากค่าย Big Entertainment ต้องบอกเลยว่าคนที่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของวงการเคป๊อบ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อของพวกเขา ฉะนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง BTS ในแง่ที่ว่า ในฐานะนักร้องเกาหลีเต็มตัว พวกเขาสามารถสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวงการเพลง และสร้างภาพจำแก่เราในฐานะบอยแบนด์แห่งยุคสมัยได้อย่างไร

สำคัญที่ตัวตน

BTS เป็นวงที่วางคอนเซ็ปท์ชัดเจนว่าต้องการทำเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น ปัญหาและอุปสรรคที่วัยรุ่นต้องเจอ เรื่องเรียน ความรัก ความฝัน ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ความไม่มั่นคงในชีวิต ปัญหาที่พบได้ในสังคม หรือแม้กระทั่งการเมือง เริ่มแรก BTS และต้นสังกัดพยายามพัฒนาแนวดนตรีให้เป็นสากลมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับตลาดสากลเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและจุดยืนของตัวเองไป พอเริ่มมองเห็นทางก็ค่อย ๆ วางเป้าหมายเพื่อก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น พร้อม ๆ กับฐานแฟนคลับที่ขยายใหญ่ขึ้น ก้าวไปสู่เป้าหมายด้วยกัน

การใช้ประโยชน์จากสื่อในยุคดิจิตอล จุดแข็งของต้นสังกัดและของวง

ในด้านการตลาด BTS เลือกที่จะสร้างช่องทางการตลาดขึ้นมาเองผ่านช่องทางสื่อที่เป็นที่นิยมอย่าง Twitter และ YouTube โดยวางคาแรคเตอร์ให้สะท้อนจุดยืนและภาพลักษณ์ของวง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ Twitter เพื่อพูดคุยและทักทายกับแฟน ๆ ทั่วโลกเป็นประจำ การแบ่งปันรูปภาพและเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเพลง ทำให้แฟน ๆ รู้สึกใกล้ชิดกับหนุ่ม ๆ BTS มากขึ้น รวมถึงมีผู้ติดตามใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย การโปรโมทเพลงผ่านช่องทางเหล่านี้จึงทำให้เหล่าแฟนคลับเข้าถึงผลงานได้ง่าย โดยเฉพาะ Twitter ที่มีฟังก์ชันเปิด ‘การแจ้งเตือน’ เมื่อมีการทวิตจากแอคเคาท์ของหนุ่ม ๆ BTS เรียกได้ว่าแฟน ๆ จากต่างประเทศไม่ต้องกลัวตกขบวนกันเลยทีเดียว ตามทันทุกกระแสแน่นอน

คุณภาพงานเพลงที่สม่ำเสมอ จุดยืนที่ชัดเจนในตัวตน ฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และการทำการตลาดโดยอาศัยประโยชน์จากสื่อต่าง ๆ ในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่มีส่วนทำให้ BTS ประสบความสำเร็จในระดับโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา BTS ได้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่อีกครั้ง สื่อในอเมริกาต่างให้ความสนใจและรายงานข่าวชื่นชมการแสดงของ BTS ที่ Citi Field Stadium กันอย่างอึกทึกครึกโครม ปิดฉากทัวร์ “Love Yourself” ในอเมริกาเหนือไปอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม บัตรคอนเสิร์ต 40,000 ที่นั่งโซลด์เอาท์เกลี้ยง สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเกาหลีอันดับหนึ่งที่อเมริกาให้การยอมรับ

มีรายงานข่าวว่ามีแฟน ๆ มากมายมาตั้งเต็นท์รอเข้างานตั้งแต่ 3-4 วันก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม การต้อนรับอันอบอุ่นนี้แสดงให้เห็นว่าอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมแทบไม่มีผลต่อความนิยมของ K-Pop เลย BTS เป็นที่รักของแฟนเพลงในอเมริกามาก พวกเขาได้ใจผู้ชมตลอดทั้งงาน เสียงกรีดร้องฮือฮาของผู้ขมที่สนุกไปกับคอนเสิร์ตของพวกเขาชวนให้นึกถึงการแสดงของ The Beatles ที่ Shea Stadium แต่ BTS สร้างความน่าประทับใจที่แตกต่างจากวงอื่น ๆ ซึ่งก็คือการที่พวกเขายังคงรักษาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเกาหลีเอาไว้ ผ่านบทเพลงที่เป็นภาษาเกาหลีเกือบทั้งเพลง แต่พวกเขากลับทำให้แฟนเพลงชาวอเมริกันกว่า 40,000 คนร้องตามเพลงของพวกเขาได้ตั้งแต่ต้นจนจบการแสดง ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุด… ว่าโลกของดนตรีไม่มีพรมแดน