สังคมสะท้อนอะไรในดราม่าของเดอะ ทอยส์

ยุคนี้วงการบันเทิงมีศิลปินหน้าใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวันมาไวไปไวไม่ยืนยาวเช่นในอดีต ศิลปินที่ยังมีงานจ้างโชว์ตัวเล่นมินิคอนเสิร์ตจึงนับว่าโชคดีกว่าอีกหลายๆคน ด้วยงานที่มีอย่างจำกัดบางกรณีศิลปินอาจเลือกไม่ได้ว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธงานไหน เพราะนี่คือโอกาสที่จะทำให้มีชื่อเสียงและรายได้ การปฏิเสธผู้ว่าจ้างเพียงไม่กี่ครั้งอาจทำให้หลุดยาวหากหมดกระแสความนิยมหรือมีศิลปินหน้าใหม่ทดแทน แถมทุกวันนี้บุคคลทั่วไปมีสื่ออยู่ในมือศิลปินที่เบี้ยวงานหรือออกลูกเกเรแค่เพียงครั้งเดียวอนาคตก็อาจจะดับวูบลงได้เช่นกัน ดังนั้นทุกวันนี้ศิลปินจึงเป็นฝ่ายง้องานมากกว่างานต้องง้อศิลปินเสียแล้ว

เชื่อว่าช่วงที่ผ่านมาหลายคนคงได้ยินข่าวนักร้องสุดติสท์อย่างทอย หรือ ธันวา บุญสูงเนินมีปัญหากับมินิคอนเสิร์ตที่ผับแห่งหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งปรากฏเป็นคลิปวิดีโอที่ทอยกำลังเล่นดนตรีอยู่จากนั้นก็มีชายวัยกลางคนเดินถือเงินและแก้วเครื่องดื่มมึนเมาขึ้นบนเวทีแล้วพยายามล็อกคอพลางยกแก้วหวังให้ทอยดื่มแต่ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยเชิญลงจากเวที แน่นอนว่านักร้องหนุ่มไม่พอใจจึงถอดสายสะพายกีตาร์แล้วปล่อยกีตาร์ลงกระแทกกับพื้นและเดินจากไปในขณะที่เล่นคอนเสิร์ตยังไม่จบ ดราม่ายังไม่จบแค่นั้นเมื่อคลิปวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไปมีบุคคลที่สามมาคอมเม้นต์ใต้คลิปโดยใช้ถ้อยคำประมาณว่ากิริยาของทอยไม่ดีเลยแต่ยังโชคดีที่ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ไม่ถือสาไม่เช่นนั้นทอยอาจจะถูกยิงทิ้งในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่นานหลังจากนั้นสังคมจวกยับถึงความไม่เหมาะสมทั้งผู้ที่ขึ้นไปประชิดตัวศิลปินบนเวที ความหละหลวมของพนักงานรักษาความปลอดภัย และการใช้อำนาจบาตรใหญ่ขู่ทำร้ายหมายเอาชีวิตผู้อื่น

หลังจากกลับสู่เมืองไทยนักร้องหนุ่มได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างน่าสนใจประมาณว่าเขาไม่ได้โกรธผู้เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้เลยแม้แต่คนเดียว ให้ทุกอย่างเป็นประสบการณ์การทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องและหนึ่งในวลีที่น่าสนใจในบทสัมภาษณ์นี้คือ “จริงๆ เราควรรู้กันอยู่แล้ว คือไม่ใช่แค่ดนตรี แต่มันเป็นทุกเรื่องบนโลก เราควรรู้กันอยู่แล้วว่าไม่ควรจะไปแทรกแซงในการปฏิบัติงานของใครก็ตามแต่ อันนี้มันเป็นวัฒนธรรมของการเป็นผู้ใหญ่” นี่คือความคิดและมุมมองที่ถูกต้องของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ไม่ว่าการงานใดๆ คอนเสิร์ตเล็กๆ จากวงเครื่องเสียง วงดนตรีพื้นบ้านหรือคอนเสิร์ตใหญ่ระดับประเทศผู้ชมก็ควรอยู่ในที่ของตัวเอง ไม่ควรก่อความวุ่นวาย ไม่ว่าจะมีอำนาจบารมีขนาดไหน มีทรัพย์สินล้นเหลือสามารถจ้างนักร้องระดับซูเปอร์สตาร์ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจ้างเขามาแล้วจะทำอะไรกับเขาก็ได้

เรื่องน่าตกใจของวงดนตรีเดอะ ทอยส์ทำให้หลายคนในวงการออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาล้วนเคยผ่านประสบการณ์สุดอันตรายอย่างนี้มาแทบทั้งสิ้นยกตัวอย่างเช่นตู่ นันทิดา แก้วบัวสายที่ออกมาเปิดเผยล่าสุดว่าเคยถูกเจ้าภาพชักปืนขู่ไม่ให้ลงจากเวทีเป็นต้น นี่คือความเสี่ยงที่ศิลปินหลายๆคนต้องเจอถึงแม้จะทราบดีอยู่แล้วแต่บางครั้งบางงานก็ปฏิเสธไม่ได้ ในขณะที่การพึ่งพาพนักงานรักษาความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแล้วแฟนเพลงอย่างเราๆ นี่แหละต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาไม่ให้ใครก่อความวุ่นวายหรือแสดงอำนาจบาตรใหญ่เพราะไม่ว่าใครก็ไม่สมควรถูกกดขี่โดยไม่ชอบธรรม