20 เพลงคลาสสิกสำหรับเปิดในร้านกาแฟและร้านสเต็ก

สำหรับผู้ประกอบธุรกิจมาแรงในยุคนี้อย่างร้านกาแฟและร้านสเต็ก นอกจากอาหารที่ดี บริการที่ยอดเยี่ยมสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือบรรยากาศภายในร้าน การปรับอากาศ การตกแต่งร้าน การจัดแสง และเสียงเพลงที่เปิดเคล้าคลอเบาๆ นั้นทำให้ผู้ใช้บริการมีความรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์ดี เมื่อความรู้สึกของลูกค้าเป็นไปในทางบวกประการที่ตามมาคือลูกค้าจะรู้สึกเจริญอาหารทำให้ร้านได้จำหน่ายสินค้าของตัวเองด้วย การจัดการบรรยากาศเช่นนี้ทำให้ร้านกาแฟและร้านสเต็กหลายๆ ร้านประสบความสำเร็จกันมานักต่อนักกลายเป็นสูตรสำเร็จที่ควรค่าแก่การแนะนำต่อบรรดาผู้ประกอบการหน้าใหม่เลยทีเดียว

สำหรับการจัดการบรรยากาศในร้านคงขีดเส้นไม่ได้ว่าการตกแต่งร้านสไตล์ไหนจัดวางเฟอร์นิเจอร์อย่างไรจึงจะเพอร์เฟ็คแต่สิ่งที่แนะนำได้แน่ๆ คือบทเพลงที่เหมาะสำหรับร้านกาแฟและร้านสเต็กนั้นไม่ควรเป็นเพลงที่มีจังหวะเร็วเกินไปนัก เสียงเครื่องดนตรีไม่ควรหนักหน่วง เนื้อเพลงไม่ควรบีบคั้นหรือกระแทกอารมณ์เพราะจะทำให้ผู้ฟังรู้สึกร้อนใจ หงุดหงิด รำคาญใจ จนอาจจะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกอยากลุกออกไปเลวร้ายกว่านั้นคือไม่กลับมาซื้อสินค้าหรือใช้บริการอีกเลย ดังนั้นเพลงส่วนใหญ่ที่เหมาะกับกิจการนี้จึงมักเป็นเพลงแจ๊ส เพลงคันทรี เพลงป็อป และเพลงฟังสบายแนวต่างๆ เพราะแนวเพลงเหล่านี้สามารถเข้าถึงผู้ฟังได้ทุกช่วงวัย เกิดความรู้สึกสบายใจทำให้สามารถอยู่ที่ร้านได้นานขึ้น และนี่คือตัวอย่างเพลงที่มักเปิดในร้านกาแฟกับร้านสเต็กเพื่อสร้างบรรยากาศสุดชิลให้แก่ลูกค้า

เพลง Achy Breaky Heart ศิลปิน Billy Ray Cyrus

เพลง My Girl ศิลปิน The Temptations

เพลง Black Superman ศิลปิน Johnny Wakelin

เพลง When a Man Loves a Woman ศิลปิน Michael Bolton

เพลง Raindrops Keep Falling On My Head ศิลปิน BJ Thomas

เพลง Stand By Me ศิลปิน Ben E King

เพลง Just don’t want to be lonely ศิลปิน Blue Magic

เพลง Lightnin’ Bar Blues ศิลปิน Brownsville Station

เพลง Just A Smile ศิลปิน Pilot

เพลง Simon Says ศิลปิน 1910 Fruitgum Company

เพลง How do you do ศิลปิน Mouth & MacNeal

เพลง Stay ศิลปิน Jackson Browne

เพลง More Than I Can Say ศิลปิน Leo Sayer

เพลง Love Me Love My Dog ศิลปิน Peter Shelley

เพลง Take Me Home, Country Roads ศิลปิน John Denver

เพลง My Sweet Lord ศิลปิน George Harrison

เพลง Is it still over ศิลปิน Randy Travis

เพลง Time in a bottle ศิลปิน Jim Croce

เพลง How Deep Is Your Love ศิลปิน Bee Gees

เพลง Have You Ever Seen The Rain? ศิลปิน Creedence Clearwater Revival

นี่คือตัวอย่าง Playlist ที่เหมาะสำหรับเปิดเบาๆ คลอๆ ในร้านกาแฟและร้านสเต็ก นอกจากเพลงฟีลกู๊ดเหล่านี้จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายแล้วหลายเพลงยังทำให้ร้านดูมีรสนิยมสร้างความรู้สึกหรูหราให้ร้านได้อีกด้วย และไม่จำกัดเพียงร้านค้าลักษณะนี้เท่านั้นสำหรับผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกันก็สามารถนำไปเปิดที่ร้านได้เช่นกัน ส่วนผู้ฟังทั่วไปอยากเปิดฟังยามเช้าตรู่ เวลาจิบกาแฟ หรือฟังเพื่อปรับอารมณ์ก่อนเข้านอนเพลงเหล่านี้ก็เหมาะแก่ความต้องการนั้นๆ อีกเช่นกัน

ย้อนรอย 5 บทเพลงคลาสสิกจากปี 1917 ของอเมริกันชน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อุบัติขึ้น 2 ปี ในปี 1917 (ตรงกับพุทธศักราช 2460) สหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจของโลกหลาย ๆ ประเทศนี้ ก่อให้เกิดบทเพลงที่มีนัยยะเกี่ยวกับสังคมและสงคราม และได้สร้างนักแต่งเพลงเลือดใหม่ขึ้นมาอีกหลายคน ดังนั้น เราจะพาไปย้อนรอยฟังบทเพลงคลาสสิค 5 เพลงที่ยังคงความอมตะมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกกัน ขอบอกเลยว่า เพลงเหล่านี้มีเสน่ห์มนต์ขลังเป็นอย่างมากสำหรับวงการเพลงคลาสสิก คอเพลงคลาสสิกเตรียมสร้างเพลย์ลิสต์ใหม่กันได้เลย

Livery Stable Bluesby Original Dixieland Jazz Band

อัดเสียงขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ เมืองแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ถือเป็นการอัดเสียงดนตรีแจ๊สครั้งแรกที่สำเร็จได้โดยเทคนิควิธีของ Charles E. Sooy และทีมวิศวกรของเขาที่มีชื่อว่า Viktor พวกเขาทำเพลงนี้เพื่อที่จะถ่ายทอดความผสมผสานที่ลงตัวของเครื่องดนตรีคลาสสิก 5 ชนิด ซึ่งได้แก่ คอร์เน็ต ทรอมโบน คลาริเน็ต เปียโน และกลอง ในการอัดเสียงเป็นการอัดจากระยะไกล พวกเขาให้นักดนตรีเล่นเพลงห่างจากอุปกรณ์อัดเสียงพอสมควร แต่กลับกลายเป็นว่าเพลงที่ได้ออกมานั้นมีเสน่ห์แปลกหูจากเพลงอื่น ๆ ในตลาดเพลงสมัยนั้นโดยสิ้นเชิง สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั้งประเทศ กวาดยอดขายได้มากถึง 1.5 ล้านแผ่น

Over Thereby George M. Cohan, sung by Nora Bayes

George M. Cohan แต่งเพลงอันเลื่องชื่อ “Over there” ขึ้นในวันที่ 7 เมษายน หลังจากที่สภาคองเกรสมีมติให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม เพลงนี้เริ่มเป็นที่รู้จักภายหลังในเดือนมิถุนายน เพราะ Nora Bayes นักร้องหญิงชื่อดังได้นำทำนองเพลงไปขับร้องเนื้อร้องเพิ่มเติม ทำให้เพลงของเธอกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

In Flanders Fieldsby Charles Ives

Charles Ives นักแต่งเพลงชาวอเมริกันแต่งเพลงนี้ขึ้นจาก “In Flanders Field” บทกวีชิ้นเอกของนักกวีชาวแคนาดา John Mccrae โดยเนื้อเพลงมีการพาดพิงถึงมายาคติชาตินิยมของอเมริกาและฝรั่งเศส

 Schön Rosmarin by Fritz Kreisler

ในบรรดาศิลปินยุโรปที่อาศัยอยู่ในอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีชื่อเสียงเทียบได้กับนักไวโอลินชาวออสเตรเลีย Fritz Kreisler  ความสามารถและความเก่งกาจของเขาได้รับการชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีจำนวนมาก โดยพวกเขากล่าวว่าท่วงทำนองสไตล์เวียนนาคือสิ่งที่ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์อันโดดเด่น  

Étincelles by Moritz Moszkowski, played by Olga Samaroff

Olga Samaroff เป็นคนอเมริกันโดยกำเนิด แต่เธอได้ไปศึกษาต่อในยุโรปและมีความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประเทศเยอรมนี เธอเป็นหนึ่งในนักดนตรีคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศในช่วงสงคราม หลังจากนั้นเธอได้เปลี่ยนมาทำอาชีพครู แต่เธอยังคงไม่หยุดแต่งเพลง

ข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เราได้เห็นทัศนคติและแง่คิดของศิลปินชาวอเมริกันที่มีต่อสงคราม ผ่านบทเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้น และทำให้เราตระหนักได้ว่า แม้ท่ามกลางสภาวะบีบคั้นของสงคราม เสียงเพลงยังคงเป็นเหมือนดอกไม้งามที่ผลิบานในหัวใจ Category : เพลงคลาสสิก