ชวนฟัง Lo-fi Hip Hop เพลงฮิปบรรเทาความเหนื่อยล้า 10 เพลง

ยิ่งเทคโนโลยีเปิดกว้างเท่าไหร่ ช่องทางในการรับฟังเพลงของเราก็ยิ่งหลากหลายมากขึ้นเท่านั้น การฟังเพลงออนไลน์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการฟังเพลงที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิตอล สามารถฟังเพลงได้มากมายหลายล้านเพลงจากค่ายเพลงทั่วโลก แถมยังไม่ต้องคอยโหลดเพลงเก็บไว้ให้เปลืองความจุเครื่อง ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็สามารถฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว

แพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีก็มีตั้งแต่ Apple Music, Spotify, JOOX ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่มีคนฟังเพลงเยอะที่สุดอย่าง YouTube ซึ่งเหตุผลที่ YouTube มีผู้ใช้บริการฟังเพลงมากที่สุดก็เพราะว่า “ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม” ในการฟังเพลงนั่นเอง และหนึ่งในแนวเพลงสุดฮิตใน YouTube ก็คือเพลงแนว Lo-Fi Hip Hop ที่มีภาพปกวิดีโอเป็นภาพวาดหรือภาพถ่ายสวย ๆ หรือภาพตัวละครจากอนิเมะยุค 90s

หลาย Chanel ที่สตรีมเพลง Lo-fi Hip Hop มียอดผู้ติดตามพุ่งสูงถึงหลักล้านภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ถือเป็นวิวัฒนาการทางดนตรีที่ท่าสนใจทีเดียว

คำว่า Lo-Fi ย่อมากจาก Lo-Fidelity คือกระบวนการทำเพลงให้มีคุณภาพต่ำหรือฟังดูเหมือนคุณภาพต่ำ อาจจะด้วยการทำให้เสียงบิดเบี้ยวหรือปล่อยเสียงแทรกรบกวนทิ้งไว้ บางเพลงก็จะมีการตัดบางท่อนของเพลงคลาสสิคหรือเพลงเก่า ๆ หรือบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพลงมารีมิกซ์ลงไปด้วย

สำหรับเอกลักษณ์ของเพลง Lo-Fi นั้นแทบจะไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องเป็นเรื่องเป็นราว เปิดฟังได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ บีทฮิปฮ็อปช้า ๆ พอโยก มีเสียงกรุ๊งกริ๊งหรือเสียงรบกวน (Noise) พอให้โลกสดใส ไม่หม่นและเหงาจนเกินไปนัก นั่นคงเป็นคำจำกัดความอย่างง่ายที่สุดของ Lo-Fi Hip Hop แล้ว

หรือหากจะเปรียบเทียบกับคน เพลง Lo-Fi Hip Hop ก็เป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่พร้อมจะนั่งอยู่ข้าง ๆ เรา คอยปลอบโยนเราโดยไม่พูดอะไรให้มากความ เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่ช่างพูดนัก รวมถึงไม่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับใคร ไม่ชอบส่งเสียงดัง มักจะหลีกเลี่ยงเป็นจุดเด่น เกลียดความฉูดฉาด รักที่จะอยู่เงียบ ๆ ในมุม เป็นคนที่ไม่หวือหวาเอาเสียเลย แต่ก็มีความเป็นตัวเองสูง เหมือนพวกนิสัยติสท์ ๆ น้อยแต่มาก เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ต้องการความเข้าอกเข้าใจ แต่ในความเป็นตัวตนของเพื่อนคนนี้ กลับไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดแต่อย่างใด Lo-Fi Hip Hop คงเติบโตขึ้นในฐานะเพลงที่เป็นเหมือนที่พักใจด้วยเหตุนี้เอง

เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่เคยเปิดเพลง Lo-Fi Hip Hop ฟังระหว่างทำงาน ทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน งานบ้าน หรือกระทั่งเปิดฟังเฉย ๆ เพื่อบรรเทาความเหนื่อยกายเหนื่อยใจกันมาแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟังเพลงแนว Lo-Fi เลย เราขอแนะนำ Lo-Fi  เพราะ ๆ ให้ลองฟังทั้งหมด 10 เพลงด้วยกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการคลายเครียด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะ ของเขาดีจริง

90sFlav call me

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=VLtSCBSaCIQ

Samashi Night drive

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=BQ72Obl5XQQ

Fiji.water You taught me how to feel again

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=12-qbNijzkA

BLVK. –

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=Ofq5ARwFLGk

The Deli 5:32PM

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=ADp9P3p85w0

Dante. – They say

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=nExTZxA1WYc

Kawfee Heard you were back in town

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=Z6TwACngjmk

xJK. – Sheer cold

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=uetednJLZM4

dwyer & borealism depths              

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=IVmSghJMBB0

Noize sunset blvd              

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=C1HvAAwSBSU

                จะเห็นว่าเพลง Lo-Fi แต่ละเพลงนั้นมีความยาวแค่ราว ๆ สองนาทีเท่านั้น ผ่านไปไม่กี่อึดใจเพลงก็จบเสียแล้ว ใน YouTube จึงมีผู้นิยมทำเพลย์ลิสต์ที่รวบรวมเพลง Lo-Fi เอาไว้ด้วยกันหลายเพลงเพื่อให้เราได้ฟังเพลงกันเพลินๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีเพลงแบบเล่นวนซ้ำทั้งชั่วโมงอีกด้วย หรือหากยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ก็สามารถเสิร์ชหาสตรีมเพลงสดที่เปิดเพลง Lo-Fi ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งก็มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันไปฟังอย่างไม่ได้ขาด จนแทบจะกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำมาหากินของเหล่ายูทูบเบอร์เลยก็ว่าได้

                สุดท้าย ในยุคที่เพลงที่ดีถูกจำกัดความด้วยคุณภาพเสียงที่สูง เรากลับหลงเสน่ห์เพลงบีทจังหวะเนิบ ๆ เหงา ๆ ดิบเบลอ และแตกหักอย่าง Lo-Fi Hip Hop อย่างเป็นที่น่าประหลาดใจ

ทำไม? เสียงเพลงโฆษณาถึงติดหู ตั้งแต่รุ่นปู่ยันรุ่นเรา

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเรายังร้องเพลงของโฆษณานั้นต่าง ๆ ได้ ทั้ง ๆ ที่บางโฆษณานั้นผ่านมานานแล้ว ทำไมเรายังจำและยังร้องตามได้จนจบเพลง บางเพลงเป็นเพลงตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ด้วยซ้ำ แต่เพลงก็ยังคงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

อิทธิพลของเพลงโฆษณาที่หลายคนยังไม่เคยรู้

เพลงโฆษณา ถือว่าเป็นการโฆษณาด้วยเสียงรูปแบบหนึ่ง โดยจะเป็นเพลงสั้น ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาและเพื่อใช้ ในทางพาณิชย์ โดยจะมีท่อนฮุกหนึ่งท่อนหรือมากกว่า เพื่อโฆษณาสินค้าที่ใช้ประกอบคู่กับสโลแกนโฆษณา เพื่อให้สินค้านั้น ๆ เป็นที่จดจำกับผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งเพลงที่แต่งจะต้องเป็นเพลงง่าย ๆ เนื้อหากระชับ สามารถร้องตามได้ง่าย โดยเราจะมาลองดูเพลงโฆษณา ที่คุ้นหูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันว่า จะมีเพลงอะไรบ้าง

  • แลคตาซอย 5 บาท “แลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร ปริมาณคับกล่องเต็มที่ …” คืออีกหนึ่งเพลงโฆษณาที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้ยินเพลงนี้ก็ต้องร้องตามกันได้แน่นอน
  • สมาร์ทฮาร์ท อาหารสุนัข ใครที่เลี้ยงน้องหมาคงคุ้นหูกับเพลงนี้แน่ ๆ เพราะเป็นเพลงเกี่ยวกับอาหารสุนัข ที่บอกเรื่องดีของการกินสมาร์ทฮาร์ทมาอย่างครบถ้วน ด้วยท่อนที่ว่า “กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง สมองฉับไว หัวใจแข็งแรง กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง ขนสวยถูกใจ ขับถ่ายเป็นก้อน”
  • Make It Happen “ก็ความรักไม่ใช่ความลับ ถ้าอยากจะรักทำไมต้องปิด Make it happen, make it happen, make it happen” อีกหนึ่งเพลงล่าสุดในปัจจุบันที่สาว ๆ ต่างคุ้นหูกัน เพราะเป็นเพลงจากแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง Maybelline New York นั่นเอง แถมเพลงนี้ยังได้สาวญาญ่ามาร้องและเต้นอีกด้วย
  • ปูไทย “ปู ปูปู ปูไทยอร่อยถึงใจ เด็กไทยทุกคน” เป็นเพลงโฆษณาที่เกิดมาก็ได้ยินเพลงนี้กันแล้ว และโฆษณาก็ใช้ตัวเดิมอีกด้วย เรียกได้ว่าปูไทย เน้นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ความอร่อยตั้งแต่ไหนแต่ไรจริง ๆ
  • ปักกิ่ง “คึกคัก คึกคักกะปักกิ่ง หวาน ๆ มัน ๆ อารมณ์เดียวกัน กินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ปักกิ่ง” เพลงขึ้นปุ๊ปนึกถึงขนมปังกรอบสอดไส้ช็อกโกแลตห่อสีเหลือง ๆ ปั๊ป กับเพลงปักกิ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นโฆษณาตัวนี้มานานแล้วแต่เราก็ยังร้องตามได้อยู่ดี
  • หมอมวลชน “นี่คือผิวหน้าหนู เอ๊ะดูทำไมช่างดูไม่เกลี้ยงเกลา” เพลงหลอนติดหูอีกหนึ่งเพลงที่ฟังครั้งเดียวก็จำได้ เพราะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของนักร้องนั่นเอง
  • ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ได้กลิ่นหอมขนมปังมาเลยกับเพลงนี้กับท่อนฮิต “ฟาร์มเฮ้าส์สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา ฟาร์มเฮ้าส์หอมนุ่มทุกเช้า อร่อยถูกใจเรา ฟาร์มเฮ้าส์ ฟาร์มเฮ้าส์”

และนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของเพลงโฆษณาที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหลาย ๆ คนก็ยังร้องตามกันได้ ซึ่งไม่เฉพาะเพลงเท่านั้น จะเห็นได้ว่าสินค้าหรือแบรนด์นั้น ๆ ก็จะเป็นที่จดจำไปในใจของผู้คน ให้เขานึกถึงแบรนด์นั้นเป็นอันดับแรก ๆ อีกด้วย นี่จึงเป็นข้อดีของโฆษณาด้วยเสียงที่เหล่าผู้ประกอบการต่าง ๆ นำมาใช้กันนั่นเอง

 

ชวนฟังแนวเพลงแปลก ๆ ไม่ฮิต แต่เพราะมาก!   

ปัจจุบันนี้ในโลกดนตรี มีเพลงให้เลือกฟังหลากหลายแนว ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คือ ป็อป ร็อก อาร์แอนบี  ดิสโก้ ฮิปฮอป ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่ามีแนวเพลงแปลก ๆ อีกหลายแนวที่ไพเราะมากแต่ว่าไม่ค่อยได้รับความนิยม และไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าไหร่ เราจะพาไปเปิดแนวเพลงแปลก ๆ เหล่านั้นเอง พร้อมกับยกตัวอย่างเพลงให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลย

กอสเปล (Gospel) 

ว่ากันตามรากศัพท์แล้ว Gospel แปลว่าคำสวดของพระเยซู แต่สำหรับเพลงแนวนี้ คือแนวเพลงที่เน้นเสียงร้องเป็นหลัก โดยเฉพาะการร้องประสานเสียง ฟังดูแล้วเหมือนบทสวดมนตร์ กอสเปลเกิดขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในโบสถ์ของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนเนื้อของเพลงส่วนมากก็จะเกี่ยวกับศาสนา คำสอนหรือความเชื่อทางศาสนา เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากในยุค 90 เดี๋ยวนี้อาจจะหาฟังยากหน่อย ตัวอย่างเพลงแนวนี้ “Didn’t It Rain” “Down By the Riverside” จาก Sister Rosetta Tharpe “Will You Be There” จาก Michael Jackson และ Cry Me A River จากหนุ่ม Justin Timberlake

บลูส์ (Blues)

ย้อนกลับไปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงที่คนผิวสีเริ่มเข้าสู่อเมริกาเพื่อเข้ามาเป็นทาส ด้วยชีวิตที่แร้นแค้น และเจ็บปวด จึงรวมกลุ่มกันเพื่อร้องและสวดอ้อนวอน จึงก่อเกิดเป็นแนวเพลงประเภท “บลูส์” ซึ่งก็แปลกันตรง ๆ นี่แหละ ว่ามันคือเพลงเศร้า ทุกข์ระทม เนื้อหาของเพลงก็จะวนเวียนกับเรื่องพวกนี้ มีแนวย่อยมีมากมายไม่ว่าจะเป็นจัมป์บลูส์ เปียโนบลูส์ เดลตาบลูส์ ฯลฯ ความโดดเด่นอีกอย่างของเพลงประเภทนี้ก็อยู่ที่จังหวะนุ่มลึก ชนติดตาม เพลงตัวอย่าง เช่น BB King กับบทเพลง “Darling you know i love you” Guns N’ Roses ในเพลง“Since I Don’t Have You” หรือเพลงไทยก็ประมาณ ก็เคยสัญญา ของอัสนี วัตสัน

สกา (Ska)

แนวเพลงจากประเทศจาไมกาช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ต่อมามีการพัฒนาเป็น Rocksteady และเร็กเก ตามลำดับ โดยมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากดนตรีประเภทอื่น คือจะเน้นกีตาร์และเปียโน แถมมีการใช้เครื่องดนตรีแจ๊ส เข้ามาร่วม เช่น แซกโซโฟน, ทรัมเป็ต เป็นต้น เพลงจะฟังสนุกสนาน เน้นเต้นเพลิน ๆ สบาย บางวงก็เน้นบรรเลง ไม่ร้อง ตัวอย่างเพลงเช่น “Rock Fort Rock” เพลงจากวงบุกเบิกสกายุคแรก ตั้งแต่ปี 1964 อย่าง The Skatalites สำหรับไทยก็ต้องยกให้วง T-Bone เช่นเพลง กลิ่น มนต์รักสกา เป็นต้น

คันทรี (Courntry)

                ว่ากันง่าย ๆ มันก็คือ “เพลงลูกทุ่ง” ของท้องถิ่นนั้น ๆ นั่นแหละ เพลงคันทรีเริ่มขึ้นในปี 1920 กำเนิดในอเมริกาตอนใต้ เป็นหนึ่งแนวเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคหนึ่งเลยทีเดียว ความโดดเด่นของเพลงคันทรีคือ สำเนียง นั่นเอง แต่ละถิ่นจะมีสำเนียงเฉพาะ ให้คิดถึงเพลงลูกทุ่งบ้านเราเวลาเอื้อน เหน่อ ๆ หน่อย ดนตรีที่ใช้เล่น คู่เพลงคันทรี ก็ได้แก่ แบนโจ เนื้อหาก็เกี่ยวกับสำนึกรักบ้านเกิด วิถีชีวิต เป็นเพลงที่ฟังแล้ว อยากจะกลับบ้าน สำหรับเพลงตัวอย่างก็ได้แก่  Take Me Home, Country Roads ของ John Denver “Blue Eyes Crying In The Rain” ของ Willie Nelson  เป็นต้น

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ แนวเพลงแปลก ๆ ยังมีอีกเยอะ ทั้ง Soul Funk Dance  Indy ฯลฯ เพราะแต่ละแนวเพลงก็ยังมีประเภทย่อย แถมสามารถเอามามิกซ์กันได้อีก ต้องลองหาฟังกันดูนะ

สรุปแล้ว ทุกวันนี้ เราฟังเพลงผ่านช่องไหนได้บ้าง!!

ในปัจจุบันยุค 4.0 สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงก็คงเปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาเพลงที่ชอบฟัง ทำเป็นลิสต์ไว้ แต่วันนี้ขอพาเปิดช่องทางการฟังเพลงในรูปแบบต่าง ๆ สารพัดวิธีที่ยังมีให้เห็นยุคปัจจุบันที่เราคาดไม่ถึง ขอแบ่งหลัก ๆ เป็นออฟไลน์และออนไลน์ ตามมาดูเลยว่ามีช่องทางไหนบ้าง

ฟังแบบออฟไลน์ คลาสสิก รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ฟังซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้

ฟังผ่านรายการโทรทัศน์ เครื่องมือสื่อสารจะไปเร็วมากเพียงใด แต่ก็ไม่คลาสสิกเท่าโทรทัศน์ สมัยก่อนเราอาจจะได้ฟังเพลงจากรายการในช่องหลัก 3 5 7 9 แต่ว่าสมัยนี้จานดาวเทียมและกล่องต่าง ๆ มีช่องเพลงให้เราเลือกตามไลฟ์สไตล์ได้ไม่มีวันหยุด ทั้งเพลงสตริง เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงร็อก เพลงจีน ฯลฯ สารพัดแนวสุดที่เราจะคิดได้ แถมบางที่ยังมีข่าวสารของศิลปินที่เราชื่นชอบมาให้ติดตาม และจัดอันดับเพลงฮิตอีก ข้อดีคือมีให้ฟังทั้งวันทั้งคืนเปิดตอนไหนก็ได้ แต่ข้อเสียคือ เราเลือกฟังศิลปินที่เรารักไม่ได้ ต้องฟังตามผังรายการนั่นเอง

ฟังผ่านวิทยุ เป็นช่องทางที่ยังคงครองใจมหาชนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้เครื่องวิทยุก็มีวางจำหน่ายเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือบางสถานีก็ไปฟังผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ ฟังเพลงจากวิทยุเหมือนมีเพื่อนคลายเหงา เพราะมีพี่ ๆ ดีเจ คอยคุยเป็นเพื่อน สื่อสารกับผู้ฟัง เป็นความคลาสสิกยุคเก่า ที่สามารถโทรไปขอเพลง หรือร่วมเล่นเกมได้ เพลงฮิต เพลงดัง  พี่ดีเจจัดไว้ให้หมด คลื่นวิทยุสมัยนี้มีหลายคลื่น รายการเพลงเองก็มีจำนวนมากพอให้ได้ติดตามเป็นแฟนคลับกัน

ฟังผ่าน CD/VCD ถึงแม้ว่าปัจจุบันสื่อสิ่งนี้จะเริ่มหายากเต็มทีแล้ว แต่ก็มีแฟน ๆ จำนวนหนึ่ง ที่ยังชอบตามเก็บ CD/VCD ของศิลปินที่ชื่นชอบไว้เป็นที่ระลึก การฟังเพลงแบบอุดหนุนลิขสิทธิ์แท้ ย่อมส่งผลต่อยอดขายของศิลปินอย่างแท้จริง เหมือนเราใกล้ชิดสนิท ใน 1 อัลบั้ม ฟังเต็มอิ่ม ไล่เรียงวนไป ไม่ต้องเสียเวลารอด้วย

ฟังผ่าน iPod/MP3/สมาร์ทโฟน สายออฟไลน์ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ต้องวิธีนี้ ยังคงมีให้เห็นอยู่ คือ เราจะโหลดเพลงโปรดเป็นไฟล์ MP3 แล้วลงไว้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น เครื่อง MP3 iPod หรือสมาร์ทโฟนก็ตาม เลือกโหลด เลือกฟังได้ตามใจเรา จุกี่เพลงก็แล้วแต่เมมโมรี่ที่เราเลือกใช้ อย่าลืมอุดหนุนของแท้กันละ

ฟังแบบออนไลน์ ท่องโลกกว้างไม่สิ้นสุด อัพเดทเพลงใหม่ก่อนใคร

                ฟังผ่านเว็บไซต์ อย่างแรกของสายออนไลน์ ก็ต้องฟังผ่านเว็บไซต์นี่แหละ โลกอินเทอร์เน็ตมันกว้างไกล เราสามารถใกล้ชิดเสียงเพลง ศิลปินที่เราชื่นชอบได้ 24 ชม. ตราบใดที่เรายังมีเน็ต มีเว็บฟังเพลงหลายพัน หลายหมื่นเว็บให้เราได้ท่องไป ทั้งในไทยและสากล เช่น YouTube Sanook iheart Jango เป็นต้น เว็บเหล่านี้รวมเพลง รวมเพลย์ลิสต์ให้แล้ว หรือจะหาตามศิลปินที่ชอบก็หาได้สบาย ๆ

ฟังผ่านแอปพลิเคชัน สมาร์ทโฟนก็เครื่องมือสำคัญ สมัยนี้มีแอปฟังเพลงให้เราเลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Joox, Spotify, Tidal, Fungjai ฯลฯ ฟังออนไลน์ได้แบบสบาย ๆ พร้อมเพลย์ลิสต์ของศิลปินที่เราชอบ มีเพลงครบทุกแนว ทั้งไทยและสากล แต่ว่าแอปเหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่าย เหมือนเราต้องซื้อโปรโมชั่นหากต้องการฟังก์ชันพิเศษบางอย่าง ราคาก็แตกต่างกันไปอยู่ที่ประมาณ 100-300 บาท/เดือน แต่ว่าคุณภาพเสียงชัด ลิขสิทธิ์แท้ ไม่ต้องเสี่ยงทาย

ปัจจุบันนี้การฟังแบบออฟไลน์จะได้รับความนิยมน้อยกว่าออนไลน์ แต่ก็เป็นหนึ่งทางที่เราสามารถเก็บสะสมผลงานของศิลปินที่เราชอบได้เป็นอย่างดี คลาสสิกมาก จะฟังแบบไหนก็เลือกได้ตามใจเลย