ย้อนดูตำนานเพลงรักสุดโรแมนติกที่กุมหัวใจคนทั้งโลก Titanic

“l’m the king of all world” เมื่อพูดประโยคนี้ขึ้นมา เราทุกคนก็จะนึกถึงเสียงของแจ็ค ที่ตะโกนดังลั่นบนเรือ Titanic ว่า “ฉันนี่แหละที่เป็นราชาของโลกใบนี้” แน่นอนว่าหนังรักโรแมนติกอย่าง Titanic ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ว่าด้วยเรื่องราวความรักต่างชนชั้นของแจ็ค หนุ่มนักวาดรูปพเนจรคนธรรมดา กับโรส คุณหนูในตระกูลชั้นสูงศักดิ์ โดยพวกเขาต้องพิสูจน์ความรักที่แท้จริงบนเรือ Titanic เรือที่ว่ากันว่าไม่มีวันจม แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรมารับประกันได้ เพราะความสำเพร่าของกัปตัน ทำให้เรือได้ชนกับภูเขาน้ำแข็ง จนเกิดเหตุโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ขึ้น พวกเขาทั้งสองต้องพิสูจน์ความรักที่มีให้กัน และหนีเพื่อเอาชีวิตรอดออกมาจากเรือมรณะนี้ให้จงได้ ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งความรัก การแบ่งชนชั้น ดราม่า ความตื่นเต้น ลุ้นระทึก มาครบรส ทำให้ Titanic เป็นภาพยนตร์ในดวงใจของผู้คนทั่วโลกนั่นเอง โดยผู้กำกับที่กำกับเรื่องนี้คือ เจมส์ แคเมรอน และได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ และ เคต วินสเล็ต มาแสดงนำ โดยเรื่องนี้ก็ทำรายได้ทั่วโลกไปอย่างถล่มทลาย และกวาดรางวัลออสการ์ไปมากถึง 11 สาขา

ไม่เพียงแต่เฉพาะหนังที่ดังเท่านั้น เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตกเอามาก ๆ ด้วย อย่างเพลง My Heart Will Go On ซึ่งเพลงนี้ขับร้องโดยนักร้องสาวเสียงทรงพลัง เซลีน ดิออน เรียบเรียงดนตรีโดย เจมส์ โฮวเนอร์ และในส่วนของคำร้องเป็นผลงานการประพันธ์ของวิล เจนนิงส์ ในอัลบั้ม Titanic: Music from the Motion Picture ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเพลงนี้ได้บรรจุลงในอัลบั้มของเซลีน ดิออน เล็ทส์ทอคล์อะเบาท์เลิฟ และขึ้นสู่อันดับ 1 ทั่วโลก

อิทธิพลของเพลง My Heart Will Go On ที่ดังสุดขีดในปี 2540

กระแสของเพลง My Heart Will Go On ในปี 2540 นั้นดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ ซึ่งเพลงสามารถทำยอดขายในแต่ละประเทศทั่วโลกได้อย่างมากมายมหาศาล อาทิ เช่น สหรัฐอเมริกา เพลงนี้อยู่บนชาร์ตฮอตแอร์เพลย์ของบิลบอร์ดในอันดับที่ 1 นานกว่า 10 สัปดาห์ ในเยอรมันเพลงนี้สามารถทำยอดขาย 2,000,000 ชุด และอังกฤษกว่า 1,000,000 ชุด รวมถึงประเทศอื่น ๆ ด้วย และเพลงยังได้รับรางวัล Academy Award รางวัล Best Original Song ในปี พ.ศ.2540 และรางวัลอันทรงเกียรติต่าง ๆ อีกมากมาย ตามมาเพื่อการันตีความฮอตของเพลงอย่างไม่ขาดสาย

ญี่ปุ่นไอเดียดี ออกแบบเพลงดังสู่ผลิตภัณฑ์สินค้า

ซึ่งความดังของเพลงยังส่งต่อให้ประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดไอเดียทำการผลิตสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงนี้เช่นกัน โดยได้ออกแบบมาเป็นกล่องดนตรี ในปี 2007 ซึ่งออกแบบโดยบริษัท ซันเกียว ญี่ปุ่น และ รูดส์ มิวสิค สวิชเซอร์แลนด์ และนอกเหนือจากนั้นยังพบว่ามีการออกแบบเพลง My Heart Will Go On ลงในนาฬิกาแขวนรุ่น Melodies in Motion Clocks อีกด้วย

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตำนานของชาวยุค 90 จริง ๆ สำหรับเพลง My Heart Will Go On เพลงประกอบภาพยนตร์รักที่ดังที่สุดในโลก อย่าง Titanic  ซึ่งถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อจะฟังอีกกี่รอบเพลงนี้ก็ยังคงติดตราตรึงใจชาวแฟน ๆ Titanic ได้เสมอ ถือเป็นเพลงรักอมตะนิรันดร์กาลโดยแท้จริง

 

IRONBOY ทำสำเร็จ เป็นแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทย

ในที่สุดรายการแร็พชื่อดังของเมืองไทยอย่าง The rapper ก็ได้ดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย นั่นก็คือรอบ Final Rhyme เพื่อเฟ้นหาผู้ที่จะมาครองแชมป์รายการ The rapper คนแรกของเมืองไทย จากการต่อสู้ของของเหล่าแร็พเปอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่กว่าหลายชีวิต ตอนนี้พวกเขาก็ได้เหลือกันแค่เพียง 6 คนเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็มีคาแร็คเตอร์และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

โดยเปิดรายการด้วยโชว์แรกของโปรดิวเซอร์ อย่าง โจอี้ บอย และ ขันเงิน ไทเทเนี่ยม ในเพลง เอาป่ะ ซึ่งก็สร้างสีสันในห้องส่งได้เต้นกันอย่างเมามันส์ โดยกติกาการตัดสินในรอบสุดท้ายนี้ จะเป็นการแข่งขันกันด้วยโชว์ ซึ่งใครมีอะไรเด็ดก็งัดกันออกมาให้หมด โดยจะตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมทางบ้านนั่นเอง ทางผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ก็เริ่มออกมาปล่อยของ โดยคนแรก CHITSWIFT จากทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ออกมาทำโชว์ในเพลง เด็กน้อย ซึ่งเป็นเพลงอาขยานที่เราคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่เขาก็ได้เอามาทำใหม่ในแบบฉบับเสียดสีสังคมตามสไตล์เขานั่นเอง

IRONBOY แร็พเปอร์สายสับสายแดนซ์ จากทีม Twopee มาในโชว์เพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ซึ่งเขาก็งัดทุกอย่างที่มีออกมาจริง ๆ ทั้งเต้น ทั้งแร็พรัว และเสียงร้องของตัวเอง

Urius เองก็โชว์ความเก๋าโดยเลือกเพลง คิดฮอดที่ผสมความเป็นไทย ขึ้นมาโชว์ สมกับมาจากทีมปู่จ๋าน

มาถึง  Repaze ทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ที่เลือกเพลง OneMic ที่แสดงความความเรียลในจิตใจของแร็พเปอร์อย่างเขาเพียงแค่ไมค์เพียงตัวเดียว

ส่วนแร็พเปอร์แหลงใต้อย่าง Darkface ทีมโค้ช TJ ก็มาในเพลง ตื่นเถิดชาวไทย ที่โชว์สกิลแร็พโหดมาเต็ม

ปิดท้ายด้วย Poppa ทีม ฟักกลิ้งฮีโร่ แร็พเปอร์ที่มีเทคนิคแพรวพราว ก็มาในเพลง ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน ซึ่งเขาก็ได้โชว์เทคนิคการแร็พออกมาอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ

โดยคนที่ได้เสียงโหวตจากทางบ้านมากที่สุดก็คือ IRONBOY ซึ่งเขาก็สามารถคว้าแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทยและ คว้าเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ไปได้ในที่สุด

ย้อนดูเพลง 1 ล้านวิว ของ IRONBOY ก่อนจะมาคว้าแชมป์ The rapper

หลังจากคว้าแชมป์ในรายการ The rapper ไปเราก็จะมาขอย้อนดูเพลงของหนุ่มแร็พเปอร์สายสับ ทีม Twopee ที่ได้เกิน 1 ล้านวิวกันหน่อย ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังแล้ว ขอบอกเลยว่าแต่ละเพลงความหมายดีมาก ๆ เริ่มจากเพลง เลิกได้แล้ว เพลงฮิพฮอพเท่ ๆ เป็นเพลงเกี่ยวกับความรัก ที่ให้กำลังใจผู้หญิง

หลงทาง Ft. SOLOIST เพลงรักหวาน ๆ ที่ไม่ขอปล่อยเธอไปไหน และสุดท้าย โคตรไม่แฟร์ ของ STAGE-N ft. IRONBOY, PEE CLOCK เพลงอ่อนแรงเรื่องความรักโดนใจคนฟัง เรียกได้ว่าเขามีความสามารถทางด้านทั้งร้องแร้พทั้งเต้นและการแต่งเพลงอีกด้วย

IRONBOY ถือเป็นหนุ่มแร็พเปอร์คนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นทำตามความฝันในการเป็นแร็พเปอร์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ จนทำให้เขาเป็นที่จดจำต่อผู้คนได้ไม่ยาก ด้วยลีลาการแร็พรัวที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในประเทศไทย และลีลาความกวนเฟรนด์ลี่ของเขา ทำให้เขาเป็นที่รักแก่คนรอบข้าง IRONBOY จึงถือเป็นอีก 1 คนที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่วัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบในการแร็พคนหนึ่งเลยทีเดียว

ซึ่งการแร็พไม่ใช่สิ่งที่หยาบคาย แต่หากเป็นเรื่องของการใช้ถ้อยคำร้อยเรียงเป็นเรื่องราวและจังหวะ เพียงแต่เปิดใจรับฟังเพลงแร็พก็จะเปิดกว้างต่อผู้คนในสังคมมากขึ้น

 

Delicate ปัง ขึ้นอันดับ 1 Pop Songs Airplay Chart บน Billboard

หลังจากที่เพลง Delicate ของนักร้องสาวสุดฮอตที่สุดแห่งยุคอย่าง Taylor Swift  ถูกปล่อยในยูทูป ในวันที่ 11 มี.ค. 2018 ก็สร้างกระแสความแรงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ก็ยังคงอยู่บนชาร์ต ซึ่งตอนนี้อัพเดตล่าสุด จาก Billboard เพลง Delicate ก็ทะยานขึ้น อันดับ 1 Pop Songs Airplay Chart เป็นทีเรียบร้อย จากที่ครองตำแหน่งที่สามมาสักพัก โดย  Delicate นั้นเป็นซิงเกิลที่สอง ของอัลบั้ม Reputation โดยก่อนหน้านี้เธอได้ปล่อยซิงเกิลแรกอย่าง look what you made me do ก็ขึ้นท็อปชาร์ตในวันที่ 28 ตุลาคมปีก่อนด้วย ตามมากับ Ready for it และ end-game ตามลำดับ

ซึ่งเพลง Delicate ก็มียอดชมในยูทูป ไปแล้วกว่า  229 ล้านวิว และยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดย Delicate จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้คนที่ติดตามสาว Taylor ได้เข้าใจในตัวเธอมากขึ้น ถึงชื่อเสียงและชื่อเสียที่เธอเคยได้ประสบพบเจอมาก่อนหน้านี้ และในอัลบั้มนี้เธอก็กลับมาแล้ว พร้อม New taylor ที่เธอต้องการจะเป็นจริง ๆ ซึ่งเราจะสัมผัสได้จากทำนองของเพลงที่ชวนเศร้าพร้อมกับเรื่องราวที่เธอได้ฝากไว้ใน MV แถมเพลงนี้สาว Taylor ก็โชว์สเต็ปการเต้นซอฟต์ ๆ เข้าถึงอารมณ์ให้เราได้ชมกันด้วย

MV ในอัลบั้มสุดปังของ Taylor Swift  : Reputation

                นอกจาก Delicate ที่เป็นเพลงดังที่สุดตอนนี้แล้ว ก็มีเพลงในอัลบั้มถึง 15 เพลง ซึ่งตอนนี้ก็มีเพลงที่มี MV ออกมาแล้ว 4 เพลง แต่ละเพลงต่างมีความหมายที่ดีมาก ๆ สมกับที่คนทั้งโลกต่างรอคอยกันมานาน

Look What You Made Me Do – ซิงเกิลแรกที่ถูกปล่อยในสายตาชาวโลก ซึ่งสร้างปรากฏการณ์เพลงที่มีคนดูสูงที่สุดใน 24 ชั่วโมงแรก ด้วยยอดวิว 39 ล้านวิวและปัจจุบัน MV นี้ก็มียอดวิวทะลุถึง 940 ล้านวิวแล้ว เพราะ MV นี้ถือเป็นการเปิดตัว New Taylor อย่างแท้จริง อย่างประโยคสุดแซ่บที่พูดใน MV ว่า “I’m sorry, the old Taylor can’t come to the phone right now , Why? ,Oh, cause she’s dead!” โดยใน MV Look What You Made Me Do ก็มีการสอดแทรกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเธอมากมาย เรียกได้ว่าแซ่บมากเลยทีเดียวล่ะ

Ready For It? – สาว Taylor มาในมาดสาวเท่ที่เป็นฆาตกร ที่มองความรักเป็นเกม ๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่กล้ามอบหัวใจให้กับใคร เพราะมอบไปก็มีแต่พัง ซึ่ง MV เธอเล่นเป็นสองบทบาทคือ คนที่ระแวงความรัก กับคนที่กล้าจะมีความรัก และอยากมีความรักที่มั่นคง ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอหมายถึงหนุ่มในหัวใจคนใหม่ของเธอนั่นเอง

End Game (Feat. Ed sheeran & Future ) – เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกคนต่างคาดหวังว่ามันต้องปังแน่ ๆ เพราะได้หนุ่ม ๆ นักร้องสุดฮอตอย่าง Ed sheeran และ Future มาร่วมร้องและแร็พด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าลงตัวเอามาก ๆ โดยเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักตามสไตล์ สาว Taylor เช่นเดิม เสริมด้วยบีทเท่ ๆ ที่แปลกใหม่ด้วยส่งเสริมให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงปังของ Taylor

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ เพลง ในอัลบั้มนี้ ที่ปล่อย MV ออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ทั่วโลกต่างรอคอยจริง ๆ ไม่ผิดหวัง เลย ส่วนใครที่อยากฟังเพลงที่เหลือในอัลบั้มก็ตามไปฟังกันได้ และอย่าลืมสนับสนุนอัลบั้มของสาว Taylor Swift  กันด้วยล่ะ แฟนตัวจริงอย่าพลาดเชียว

 

Redvelvet มาแรง ขึ้นอันดับ 1 เกิร์ลกรุ๊ปที่ฮอตที่สุดในครึ่งปีแรกของปี 2018

แน่นอนว่าประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของนักร้อง ทั้งบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ป ที่มีความสามารถและหน้าตาดี ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างได้ผ่านการฝึก การแข่งขัน และต้องพยายามมาอย่างมากมาย กว่าที่จะได้เป็นกลุ่มนักร้องที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน โดยทางบริษัท PML ได้เปิดเผยผลสำรวจโดยการสอบถามประชากรชาวเกาหลีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถึงเรื่องของความฮอตของเกิร์ลกรุ๊ป ที่มาแรงที่สุดในครึ่งปีแรกของปีนี้ มากถึง 1,500 คน ตั้งแต่ เด็กเล็กวัย 10 ขวบ ไปจนถึง คนแก่วัย 60 ปี ซึ่งผลสำรวจก็ได้สรุปออกมาว่า Redvelvet นั้นมีคะแนนสูงมาเป็นอันดับที่ 1 โดยชาวเกาหลีได้บอกว่า พวกเธอได้รับเชิญจากประธานาธิบดีเกาหลีเหนือให้ไปแสดงโชว์ที่นั่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงไม่แปลกว่าเธอจะเป็นวงที่คู่ควรที่ได้ตำแหน่งนี้ โดยรับผลโหวตไปถึง 27.6% อันดับที่สองตกเป็นของ MAMAMOO ที่ได้ผลโหวตไป 20.5% เพราะพวกเธอถือเป็นวงน้องใหม่มาแรง ที่มีภาพลักษณ์แสนเซ็กซี่นั่นเอง ต่อมากับอันดับที่สาม คือ Celeb five ซึ่งชาวเกาหลีกล่าวว่า พวกเธอเป็นนักแสดงและพิธีกรตลกชื่อดังของเกาหลี ที่มารวมตัวกันเป็นวง แถมมีท่าเต้นสุดฮาที่ไม่เหมือนใครด้วย โดยได้คะแนนโหวตไป 16.8% ตามมาติด ๆ กับ 4 สาว Blackpink ที่เฉียดฉิวไปด้วยคะแนน 16.7% ซึ่งพวกเธอก็มีเพลงฮิตออกมาหลายเพลง แถมล่าสุดก็ทำลายสถิติใหม่ในยูทูป ต่อด้วย Twice วงเกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารักที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและในประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์สาวน้อยใส ๆ ไร้เดียงสา ทำให้เธอได้ผลโหวตไป 10.1% และปิดท้ายอันดับที่ 6 จากวง Apink ด้วยคะแนน 8.9% จากการคัมแบ็คล่าสุด ที่เปลี่ยนลุคจากสาวน่ารักเป็นสาวเซ็กซี่นั่นเอง

ส่องเพลงฮิตของสาว ๆ วง Redvelvet ที่ทำให้ท่านผู้นำ คิม จอง อึน ชื่นชอบ

Bad Boy – เพลงจังหวะชวนเต้นของสาว ๆ ที่มีเนื้อหาเผ็ดร้อนตามสไตล์พวกเธอ แถมการร้องของซึลกิและแวนดี้ก็เรียกได้ว่าทำได้ดีมาก ซึ่งเพลงนี้ได้ยอดวิวทะลุไปถึง 124 ล้านวิว

Russian Roulette – เพลงนี้เอาใจสาว ๆ โดยแท้ เพราะตัวเพลงเรียกได้ว่าน่ารักมาก ทุกอย่างดูมีความใส ๆ สไตล์เกาหลีโดยแท้ เป็นเพลงรักชวนเต้นอีกเพลงที่ได้ยอดวิวถึง120 ล้านวิว

Dumb Dumb – เพลงที่เปลี่ยนลุคสาว ๆ มาเป็นตุ๊กตาในชุดสีแดง ที่กำลังทำงานอยู่ในโรงงานของเล่นแบบในนิทานเด็ก ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้ม RED อีกด้วย ได้ยอดวิวไปแล้วกว่า 104 ล้าน วิว

Ice Cream Cake – เปลี่ยนสาว ๆ มาในลุคอเมริกันเกิร์ลที่เรียกได้ว่าน่ารักมาก ๆ เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ทำให้หลายคนรู้จักกับพวกเธอ ได้ยอดวิวกว่า 93 ล้านวิวแล้ว

Red Flavor- เพลงสุดจี๊ดที่ใครก็ตามที่ได้ดู MV ก็ต้องรู้สึกสดชื่นเหมือนอยู่ในดงผลไม้ กับจังหวะน่าเต้นพร้อมรอยยิ้มของสาว ๆ ทำให้เพลงนี้ได้ยอดวิวไปแล้วกว่า 92 ล้านวิว

และนี้เป็น 5 เพลงสุดฮิตของวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีอย่าง Redvelvet ที่ต้องขอยอมรับถึงความพยายามของพวกเธอ ทำให้วงของพวกเธอขึ้นสู่อันดับ 1 ถึงความฮอตและมีชาวเกาหลีพูดถึงมากที่สุดในครึ่งปีแรก ซึ่งเรียกว่าพวกเธอมีอิทธิพลอย่างมาก และเป็นอีกวงที่ถูกจับตามอง เพราะมีเอกลักษณ์และแนวเพลงไม่เหมือนวงอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะรออัพเดตการคัมแบ็คเพลงหน้าของพวกเธอแน่นอน

 

ส่องเพลงประกอบอนิเมชันไทยที่มาแรงที่สุดในตอนนี้กับเรื่อง “ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์”

เรียกได้ว่ากระแสของหนังภาพยนตร์อนิเมชันไทย อย่าง “ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์” ของผู้กำกับ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ จะมาแรงมากขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ที่ 9 ศาสตรา ได้ทำอนิเมชันของไทยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ส่งผลทำให้ครุฑบินตามมาติด ๆ ด้วยเนื้อเรื่องสุดมันที่เป็นการทำสงครามกันระหว่างครุฑกับรากษส และเหล่าสัตว์ป่าหิมพานต์ ที่เป็นตำนานเล่าขานของคนไทย จึงส่งผลให้มีคนติดตามหนังเรื่องนี้กันเป็นพิเศษ อีกทั้งเรื่องของเพลงประกอบก็แรงไม่น้อยหน้า อย่างเพลง “เป็นหนึ่ง” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชันครุฑ โดยได้ เก่ง ธชย ประทุมวรรณ มาขับร้องและเรียบเรียงเพลงนี้ ส่วนคนแต่ง คำร้อง ทำนอง คือ แมนสรวง สุรางครัตน์ และคนเรียบเรียงอีกคนหนึ่งคือ อนุชิต ธนัญชัย โดยเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมมือกันต่อสู้กับสิ่งที่เลวร้าย ซึ่งการที่พวกเราร่วมมือกันก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่ยากเย็นแสนเข็ญไปได้เสมอ ซึ่งเปรียบเทียบกับเนื้อเรื่องที่เหล่าครุฑต้องต่อสู้กับรากษสนั่นเอง ขอบอกว่าหนุ่มเก่ง ธชย นั้นสามารถถ่ายทอดเพลงนี้ผ่านเสียงของเค้าออกมาได้ดีมาก ๆ  ทำให้เรารู้สึกถึงความฮึกเหิมตามด้วยเลย

เก่ง ธชยเผย ครุฑ คือตัวแทนของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งผมของฝากไว้ผ่านบทเพลง

ทางด้าน เก่ง ธชย นักร้องหนุ่มที่มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ เขาได้เปิดเผยความรู้สึกในการได้รับเกียรติร้องเพลงประกอบครุฑในครั้งนี้ด้วยว่า “รู้สึกดีใจมาก ที่ได้มีโอกาสร่วมโปรเจ็กค์ในครั้งนี้ด้วย เพราะว่ามีหลาย ๆ คนที่อยู่เบื้องหลังและรู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนคนไทยด้วย โดยเปรียบเทียบเหล่าครุฑทั้งหลายคือตัวแทนความเป็นคนไทยทั้งชาติ ที่กำลังมีภัยมารอบด้าน หากเราทุกคนไม่ช่วยกันปกป้อง ไม่ร่วมมือร่วมใจกันให้เป็นหนึ่งเดียว เราทุกคนก็อาจจะประสบกับภัยใหญ่ที่ยากจะต้านทานได้

ผู้กำกับ ครุฑ บอก คนร้องเพลงประกอบ ครุฑ ต้องเป็นเก่ง ธชย  

ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์อนิเมชันฝีมือคนไทย ได้เปิดเผยต่อสื่อว่าทำไม คนร้องเพลงนี้ถึงต้องเป็นเก่ง ธชย ซึ่งเขาได้บอกว่า ได้เปิดไปดูรายการ Re-Master ของทางช่อง one ซึ่งก็บังเอิญได้ฟังเก่งร้องเพลงก็รู้สึกถูกใจในน้ำเสียงของเก่งมาก อาจจะเป็นเพราะดวงที่สมพงษ์กัน ทำให้เขารีบติดต่อไปหาคณบดีที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อหาทางติดต่อกับเก่ง เพราะอาจารย์คนนั้นเป็นอาจารย์ที่สอนเก่งรู้จักกับเก่งพอดี ซึ่งเขาบอกว่าเก่งธชยนั้นเหมาะสมที่สุดแล้วในการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์นี้

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างโดยคนไทย โดยทางด้านของผู้กำกับและทีมงานทุกคนทุ่มเทให้กับหนังเรื่องนี้กันมาก ๆ ซึ่งเป็นอนิเมชันที่เหมาะกับบ้านเมืองของเราในตอนนี้อย่างยิ่งเลยทีเดียว โดยเราสามารถติดตามชมหนังภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ฝีมือคนไทยเรื่องนี้กันได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

คลอดแล้ว “Sunny Summer” ซิงเกิ้ลใหม่ ของ Gfriend ที่จะทำให้คุณโดนตกไม่รู้ตัว

ในที่สุด Gfriend วงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีสุดคิ้วท์ชื่อดัง ที่เป็นวงในดวงใจใครหลาย ๆ คน เจ้าของเพลงฮิต อย่าง LOVE WHISPER และ Rough ก็คัมแบ็คแล้ว โดยเหล่าสาวน้อยทั้ง 6 คนโซวอน, เยริน, อึนฮา, ยูจู, ชินบี และ ออมจี ก็ได้เอาใจแฟน ๆ โดยการออกมินิอัลบั้มใหม่ มาให้แฟน ๆ หายคิดถึงสักที กับเพลงโปรโมท Sunny Summer ซึ่งเป็นเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศซัมเมอร์ กลิ่นอายของน้ำทะเลขึ้นมา ซึ่งเพลงนี้ได้ Duble Sidekick กับ Black Edition มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ อีกด้วย

โดยตัว MV ก็ได้ออกมาให้เราชมแล้วในยูทูป เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งสาว ๆ มาในลุคที่น่ารักสดใสสมกับเป็นพวกเธอเช่นเคย ด้วยเสื้อสีสันสดใสกับกางเกงขาสั้น ซึ่งดูเหมือนว่าสีแดงจะเป็นธีมหลักของเพลงนี้ ให้ดูเข้ากับช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเราจะได้การเปลี่ยนแปลงในลุคใหม่อย่างเยริน ที่ตัดผมม้าเต่อ ผมของอึนฮาที่ยาวแล้ว พร้อมกับย้อมเป็นสีเขียว ออมจีที่ย้อมผมสีน้ำตาลมาในลุคมัดรวบหางม้า ชินบีที่ย้อมผมสีออกเทาชมพูหม่น ดัดลอนน่ารัก ๆ  ยูจู ที่มาในลุคสาวผมแดงประบ่า เพิ่มเสน่ห์ความเซ็กซี่ให้กับตัวเองสุดๆ กับ โซวอนสาวหน้าหวานที่เพิ่มลุคสุดขยี้ใจอย่างผมสีน้ำเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในลุคใหม่ของพวกเธอที่น่ารักไม่เบาเลย นอกเหนือจากเพลงนี้ในมินิอัลบั้มก็ยังมีอีก 5 เพลงซึ่งได้ปล่อยเพลงให้ฟังกันแล้ว แต่ยังไม่มีในส่วนของ MV คือเพลง Vacation , Sweety , Windy Windy , Love in the air แค่ฟังชื่อเพลงก็ได้กลิ่นของซัมเมอร์ลอยมาเลยล่ะ

Sunny Summer “  มีชื่อของ เยริน อยู่ในเนื้อเพลงด้วย !

ใครที่ได้ฟังเพลงนี้กันมาบ้างแล้วก็คงจะต้องเผลอยิ้มแบบไม่รู้ตัว เพราะในเนื้อเพลง ถ้าลองฟังดูดี ๆ เราจะได้ยินชื่อของเยริน สมาชิกวงอยู่ในเนื้อด้วย โดยจะเป็นท่อนไหนนั้น ขอให้ทุกคนได้ไปลองฟังกันเองในเพลง Sunny Summer ซึ่งจะเป็นการเล่นคำ ที่เรียกได้ว่าน่ารักสุด ๆ เลยล่ะ

ส่องความหมายเพลง Sunny Summer “  เพลงซัมเมอร์น่ารักแสนดีต่อใจ

หลังจาก MV เพลง Sunny Summer ถูกปล่อยไปตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มียอดวิวทะลุ 7 ล้านกว่าวิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงถึงผลตอบรับของแฟน ๆ Gfriend ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเนื้อเพลงของเพลงนี้นั้นเกี่ยวกับ ความคิดถึงฤดูร้อนที่แสนสดใสที่ผ่านมา ว่ามันแสนสนุกเพียงใด อยากจะกลับไปฤดูร้อนนั้น อีกครั้งนั่นเอง โดย Gfriend ได้ร้องเพลงนี้ครั้งแรกสู่สาธารณชน ใน M COUNTDOWN  ซึ่งทาง M COUNTDOWN ก็ได้ปล่อยคลิปออกมาในวันเดียวกันกับที่ MV ปล่อยทาง youtube

ใครที่เป็นแฟนคลับ ของสาว ๆ วง Gfriend ก็อย่าลืมติดตามผลงานของพวกเธอในอัลบั้มนี้ด้วยล่ะ แน่นอนว่าแฟนตัวจริงต้องสนับสนุนสินค้าของแท้ด้วยนะ

 

Hotwave Music 2018 กลับมาอีกครั้ง เวทีแจ้งเกิดวงดนตรีชื่อดังระดับประเทศ !

เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่มาแรงมาก สำหรับเวทีการประกวดค้นหาวงดนตรีชั้นระดับมัธยมศึกษา ที่ดังที่สุดในเมืองไทย ซึ่งเคยผลิตศิลปินคุณภาพชื่อดังอย่าง Bodyslam, Labanoon, Clash, กะลา, Retrospect และอีกมากมาย เวที Hotwave Music Awards เป็นการประกวดที่ร้อนแรงขึ้นทุกปี จริง ๆ ในปีนี้เองก็เช่นกัน เหล่าเด็ก ๆ ชั้นมัธยมที่มีใจรักทางดนตรีทั่วประเทศ ต่างตบเท้าเข้ามาเพื่อการสานต่อความฝันในเส้นทางดนตรีกันอย่างมากมาย ถึง 600 วงเลยทีเดียว

ซึ่งคณะกรรมการในปีนี้ ก็เป็นคนที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีในวงการดนตรี อย่าง ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม, นิค วิเชียร ฤกษ์ไพศาล จากค่ายร็อค Genie records และ อ๊อฟ พูนศักดิ์ จตุระบุล มือกีตาร์วง Big Ass ซึ่งทาง GMM25 ก็ได้อัพเดตคลิปแรกของการประกวดในครั้งนี้ลงในยูทูป ให้เราได้ชมกันแบบสไตล์กึ่งรายการเรียลลิตี้ ทำให้เราสามารถลุ้นไปกับเหล่านักเรียนได้ แม้ไม่ต้องไปถึงขอบสนาม โดยใช้ชื่อว่า Hotwave Music Awards 2018 ต้องบอกก่อนเลยว่า เด็ก ๆ นั้นมีฝีมือที่เก่งขึ้นทุกปีจริง ๆ จึงทำให้เหล่าคณะกรรมการนั้น ต้องทำงานหนักกันตั้งแต่รอบออดิชัน ซึ่ง เด็ก ๆ ที่เข้ามารอบออดิชันนั้น มีโอกาสแสดงความสามารถได้แค่เพลงเดียวเท่านั้น ถ้ากรรมการ 2 ใน 3 เสียงให้ผ่าน ถือว่าวงนั้นเข้ารอบ โดยมีการจัดสนามออดิชันทั้งหมด 4 สนามด้วยกัน คือ ที่ เชียงใหม่, ขอนแก่น, หาดใหญ่ และกรุงเทพมหานคร โดยสนามแรกที่ทำการออดิชันคือ กรุงเทพมหานคร

ส่องดูอีก 4 วงสุดท้ายในการออดิชันจากสนามกรุงเทพฯ ใน Ep.4 Hotwave Music 2018

การออดิชันรอบแรกของ Hotwave Music 2018 ได้มาถึง ep.4 แล้ว อัพเดตล่าสุดวันที่  23 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเรายังคงลุ้นกันต่อกับอีก 4 วงที่เหลือ กับการออดิชันในกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละวงใน ep. นี้เรียกว่ามีแต่วงเก่ง ๆ ทั้งนั้นเลย เริ่มจากวงแรก Gather Hunters วงร็อคมาดกวนจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าสมุทรปราการ ที่ส่งความจี๊ดผ่านบทเพลง “อย่าปล่อยให้เธอลอยนวล” ของพี่ก๊อท จักรพันธ์ ก็เรียกได้ว่า เปลี่ยนเพลงลูกทุ่งมาเป็นแนวร็อคได้อย่างมันสะใจเลย ตามมาติด ๆ กับวง Acumen ที่เป็นวงที่มีสไตล์และมีพื้นฐานของดนตรีแจ๊ส จากโรงเรียนสารสาสน์เอกตรา โดยพวกเขามากับบทเพลง “ถึงเวลาฟัง” ของ ดา เอ็นโดนฟิน ซึ่งก็ได้เสียงเชียร์ไปอย่างล้นหลาม ตามด้วย วง Mixy mouse จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ที่เคยพลาดสละสิทธิ์ไปในปีที่แล้ว โดยในปีนี้พวกเขากลับมาพร้อมสู้ต่อในเวทีนี้อีกครั้ง กับบทเพลง “อยากได้ยินว่ารักกัน” ของ อัสนี วสันต์ ส่วนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ปทุมวัน ก็ส่งตัวแทน HTML มาในเพลง “คุกเข่า” ของ Cocktail ตามกันต่อกับวงหญิงล้วน ชื่อวงไก่ไข่ จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยที่มาในเพลง “อย่างน้อย” ของวงร็อคในตำนาน Big ass ในแบบฉบับสุดน่ารักก็ทำให้ในห้องส่งมีความสุขกันได้อย่างถ้วนหน้า

ซึ่งต่อไปจะเป็นการออดิชันในภาคเหนือ ซึ่งคอดนตรีสามารถตามเอาใจเชียร์วงที่คุณชื่นชอบได้ทั้งหน้าเวทีและทุกวันเสาร์ เวลา 18.20 น. ทางช่อง GMM25 และสามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง ยูทูปของ GMM25 แล้วมาตามลุ้นกันว่า วงไหนกันที่จะได้เป็นแชมป์ของปี 2561 สู่การเป็นศิลปินมืออาชีพของเมืองไทยวงต่อไป

 

IKONIC เฮ YG ประกาศ ตารางทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ทั่วเอเชียของ IKON

และแล้วป๋าใหญ่ของฝั่ง YG อย่าง ยาง ฮยอนซอก ก็ได้เปิดเผยถึงตารางทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่ของวงบอยแบนด์เกาหลีสุดฮอตอย่าง IKON สักที หลังจากห่างหายไปนาน ซึ่งก็สร้างความตื่นเต้นให้กับ IKONIC ทั่วเอเชีย มีการประกาศออกสื่ออย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 60 ที่ผ่านมา โดยใช้ชื่อคอนเสิร์ตนี้ว่า “iKON 2018 Continue Tour” โดยจะเป็นการทัวร์คอนเสิร์ต ลงแลนด์มาร์คใหญ่ ๆ ของเอเชีย 8 เมืองด้วยกัน ได้แก่ โซล ไต้หวัน กัวลาลัมเปอร์ กรุงเทพ สิงคโปร์ มะนิลา จาการ์ตา และ ฮ่องกง โดยคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ผู้จัดฝีมือคุณภาพอย่าง 411 เป็นผู้จัดงานในครั้งนี้อีกด้วย  ซึ่งแน่นอนได้เลยว่าการกลับมาทัวร์คอนเสิร์ตของ IKON ครั้งนี้รับรองว่าปังแน่นอน

โดยทางด้าน YG ได้เปิดเผยต่ออีกว่า นอกจากคอนเสิร์ตนี้แล้วยังมีคอนเสิร์ตอีก 10 คอนเสิร์ต ที่จะจัดที่ญี่ปุ่น ในเมืองฟุกุโอกะ วันที่ 25 – 26 สิงหาคม เมืองนาโกย่า วันที่ 4 – 5 กันยายน และ โอซาก้า ในวันที่ 22 – 23 ธันวาคม ซึ่งแน่นอนว่าใครที่อยู่ญี่ปุ่นตอนนี้ หรือมีแพลนที่จะไปญี่ปุ่น ก็รีบไปจองซื้อบัตรกันได้แล้วตอนนี้ เพราะบัตรขายหมดเร็วมาก ๆ เลยทีเดียว

ฝึกร้องด่วน เพลงฮิต IKON ก่อนถึงคอนเสิร์ตใหญ่ IKON 2018 Continue Tour

แน่นอนว่าเมื่อ IKON มีคอนเสิร์ตใหญ่ทั่วเอเชีย เหล่าสาวกแฟนคลับของ IKON หรือที่เราเรียกกันว่า IKONIC ก็ต้องรีบมาวอร์มเสียงซ้อมร้องซ้อมเต้น ก่อนที่เหล่าหนุ่ม ๆ ทั้ง 7 คนจะมาแสดงที่ไทย ซึ่งเพลงฮิตของ IKON นั้น มีหลายเพลงมาก ๆ เลยตามไปดูกันว่าจะมีเพลงอะไรบ้าง

LOVE SCENARIO – เพลงทะลุ 100 ล้านวิว เพลงแรก ของ IKON ซึ่งเป็นการคัมแบ็คที่ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งเพลงนี้ ก็เป็นฟังง่าย ๆ สบายๆ คูลเท่ ๆ ตามสไตล์ IKON เขาเลย ซึ่งก็มีท่อนฮิตติดปากอย่าง “사랑을 했다 우리가 만나” ที่ไม่ว่าแฟนคลับวงอื่นก็ต้องคุ้นหูกันด้วยแน่นอน

RHYTHM TA – เพลงฮิปฮอปเท่ ๆ จังหวะเร้าใจชวนแด๊นซ์ ตามชื่อเพลง โดยหนุ่ม ๆ แปลงกายมาเป็นนักบาสสุดหล่อ ซึ่งเพลงนี้ก็มียอดวิวในยูทูปไปกว่า 46 ล้านกว่า วิว เลยทีเดียว

MY TYPE – เพลงจีบสาว ออกแนวกวน ๆ ทะเล้น ๆ สบาย ๆ ตามสไตล์ IKON ซึ่งใครที่ได้ดู MV ก็ต้องอิจฉาผู้หญิงที่เป็นนางเอก MV กันเป็นแถว โดยเพลงนี้ก็มียอดวิวไปแล้วกว่า 41 ล้านกว่าวิว

BLING BLING – เพลงฮิปฮอปกับท่าเต้นสุดเท่ แสนเร้าใจ ที่ทำให้ใครที่ได้ฟังก็ต้องเผลอแด๊นซ์ตาม เพลงนี้มีวิวกว่า 34 ล้านวิวแล้ว

DUMB&DUMBER – เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงแด๊นซ์ของ IKON ที่ขอบอกว่าใน MV หนุ่ม ๆ ใส่ความทะเล้นกันไปอย่างเต็มเปี่ยม ใครที่ได้ดูก็ต้องเผลอยิ้มตามแน่ ๆ บวกกับจังหวะเพลงที่สนุกชวนโยกทำให้เพลงนี้เป็นอีกเพลงฮิตที่ไม่ควรพลาดนั่นเอง

ซึ่งในส่วนของ วันและเวลา ในการจัดคอนเสิร์ตทาง YG ยังไม่ออกเปิดเผย สำหรับใครที่เป็นสาวก IKON ก็เตรียมตัวหยอดกระปุกรอซื้อบัตรของหนุ่ม ๆ กันได้เลย เพราะความสนุกจากหน้าเวทีนั้นสนุกกว่า หน้าทีวี แน่นอน อาจจะมีเซอร์ไพรส์หรือเปล่านั้น ต้องคอยติดตาม

 

ทำไม? เสียงเพลงโฆษณาถึงติดหู ตั้งแต่รุ่นปู่ยันรุ่นเรา

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเรายังร้องเพลงของโฆษณานั้นต่าง ๆ ได้ ทั้ง ๆ ที่บางโฆษณานั้นผ่านมานานแล้ว ทำไมเรายังจำและยังร้องตามได้จนจบเพลง บางเพลงเป็นเพลงตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ด้วยซ้ำ แต่เพลงก็ยังคงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

อิทธิพลของเพลงโฆษณาที่หลายคนยังไม่เคยรู้

เพลงโฆษณา ถือว่าเป็นการโฆษณาด้วยเสียงรูปแบบหนึ่ง โดยจะเป็นเพลงสั้น ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาและเพื่อใช้ ในทางพาณิชย์ โดยจะมีท่อนฮุกหนึ่งท่อนหรือมากกว่า เพื่อโฆษณาสินค้าที่ใช้ประกอบคู่กับสโลแกนโฆษณา เพื่อให้สินค้านั้น ๆ เป็นที่จดจำกับผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งเพลงที่แต่งจะต้องเป็นเพลงง่าย ๆ เนื้อหากระชับ สามารถร้องตามได้ง่าย โดยเราจะมาลองดูเพลงโฆษณา ที่คุ้นหูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันว่า จะมีเพลงอะไรบ้าง

  • แลคตาซอย 5 บาท “แลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร ปริมาณคับกล่องเต็มที่ …” คืออีกหนึ่งเพลงโฆษณาที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้ยินเพลงนี้ก็ต้องร้องตามกันได้แน่นอน
  • สมาร์ทฮาร์ท อาหารสุนัข ใครที่เลี้ยงน้องหมาคงคุ้นหูกับเพลงนี้แน่ ๆ เพราะเป็นเพลงเกี่ยวกับอาหารสุนัข ที่บอกเรื่องดีของการกินสมาร์ทฮาร์ทมาอย่างครบถ้วน ด้วยท่อนที่ว่า “กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง สมองฉับไว หัวใจแข็งแรง กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง ขนสวยถูกใจ ขับถ่ายเป็นก้อน”
  • Make It Happen “ก็ความรักไม่ใช่ความลับ ถ้าอยากจะรักทำไมต้องปิด Make it happen, make it happen, make it happen” อีกหนึ่งเพลงล่าสุดในปัจจุบันที่สาว ๆ ต่างคุ้นหูกัน เพราะเป็นเพลงจากแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง Maybelline New York นั่นเอง แถมเพลงนี้ยังได้สาวญาญ่ามาร้องและเต้นอีกด้วย
  • ปูไทย “ปู ปูปู ปูไทยอร่อยถึงใจ เด็กไทยทุกคน” เป็นเพลงโฆษณาที่เกิดมาก็ได้ยินเพลงนี้กันแล้ว และโฆษณาก็ใช้ตัวเดิมอีกด้วย เรียกได้ว่าปูไทย เน้นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ความอร่อยตั้งแต่ไหนแต่ไรจริง ๆ
  • ปักกิ่ง “คึกคัก คึกคักกะปักกิ่ง หวาน ๆ มัน ๆ อารมณ์เดียวกัน กินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ปักกิ่ง” เพลงขึ้นปุ๊ปนึกถึงขนมปังกรอบสอดไส้ช็อกโกแลตห่อสีเหลือง ๆ ปั๊ป กับเพลงปักกิ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นโฆษณาตัวนี้มานานแล้วแต่เราก็ยังร้องตามได้อยู่ดี
  • หมอมวลชน “นี่คือผิวหน้าหนู เอ๊ะดูทำไมช่างดูไม่เกลี้ยงเกลา” เพลงหลอนติดหูอีกหนึ่งเพลงที่ฟังครั้งเดียวก็จำได้ เพราะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของนักร้องนั่นเอง
  • ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ได้กลิ่นหอมขนมปังมาเลยกับเพลงนี้กับท่อนฮิต “ฟาร์มเฮ้าส์สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา ฟาร์มเฮ้าส์หอมนุ่มทุกเช้า อร่อยถูกใจเรา ฟาร์มเฮ้าส์ ฟาร์มเฮ้าส์”

และนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของเพลงโฆษณาที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหลาย ๆ คนก็ยังร้องตามกันได้ ซึ่งไม่เฉพาะเพลงเท่านั้น จะเห็นได้ว่าสินค้าหรือแบรนด์นั้น ๆ ก็จะเป็นที่จดจำไปในใจของผู้คน ให้เขานึกถึงแบรนด์นั้นเป็นอันดับแรก ๆ อีกด้วย นี่จึงเป็นข้อดีของโฆษณาด้วยเสียงที่เหล่าผู้ประกอบการต่าง ๆ นำมาใช้กันนั่นเอง

 

จิ๋วแต่แจ๋ว นาฮาอึน ไอดอลสาวน้อยที่อายุน้อยที่สุดในเกาหลี

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้โลกโซเชียลเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น การเรียนรู้ก็สามารถทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะเรื่องของสาวน้อยตัวเล็กวัย 9 ปีคนนี้ “นา ฮาอึน” ที่เรียกได้ว่าเป็นไอดอลลูกรักของเกาหลีโดยแท้ เพราะประวัติของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีความพยายามมาก เธอเป็นเด็กที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ตอนอายุ 2-3 ขวบเธอเห็นไอดอลเต้นอยู่ในทีวี ก็หัดเต้นโคฟเวอร์ตามทุกวัน พออายุ 4 ขวบ พ่อแม่ก็พาเธอปล่อยของ โชว์ความสามารถเรื่องการร้องและการเต้นให้ชาวเกาหลีได้ทึ่งกันครั้งแรก ในรายการชื่อดัง Star king ซึ่งความสามารถและความน่ารักของเธอนั้น เล่นเอาพิธีกรในรายการถึงกับต้องอ้าปากค้างและชมเธอไม่หยุด แถมเธอยังได้ร่วมเต้นประกบคู่ ฮยอนอา แห่งวง 4MINUTE ในรายการอีกด้วย

จนเธออายุได้ 6 ขวบเธอก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้งในรายการ SBS K-Pop Star 4 พร้อมกับโชว์ลีลาโคฟเวอร์ในเพลง Touch My Body ของวงสุดแซ่บ SISTAR ซึ่งขอบอกว่าน่ารักและเต้นเก่งเกินอายุมาก ๆ แถมสเต็ปยังเป๊ะอีกด้วย จากนั้นต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เธอก็ได้ไปออกรายการ Star king อีกครั้งพร้อมกับโชว์ลีลาของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง A Pink AOA และ EXID ซึ่งไม่ว่าเพลงไหนที่เปิดขึ้นมา เธอก็เต้นตามได้หมด

นอกจากการไปโชว์ความสามารถตามรายการต่าง ๆ แล้ว นาฮาอึนยังเต้นโคฟเวอร์เพลงลงในยูทูป มากมายหลายเพลง ด้วยความสามารถอันเก่งกาจกว่าเด็กวัยเดียวกัน เธอจึงมีผู้มาติดตามเป็นจำนวนมากถึง 1 ล้าน 9 แสนคน โดยเพลงโคฟเวอร์ที่มียอดวิวมากที่สุดคือเพลง TT ของวง Twice โดยมีคนดูถึง 17 ล้านคนเลยทีเดียว

ส่องความน่ารัก นา ฮาอึน กับเพลงแรกในชีวิตของเธอ

ด้วยความสามารถทั้งการร้องและการเต้นที่พัฒนาไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดฝันของ นา ฮาอึน ก็เป็นจริงแล้ว เธอได้มีมิวสิควิดิโอแรกเป็นของตัวเองสักที ซึ่งนั่นก็คือเพลง “SO SPECIAL” นั่นเองโดยเป็นเพลงเเนวป๊อบน่ารัก ๆ สดใส โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของเด็กผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า แอบชอบพี่ชายที่อายุมากกว่า และไม่อยากให้พี่ชายคนนั้นมองเธอเป็นเด็ก ซึ่งเพลงนี้ได้หนุ่ม Microdot แร็พเปอร์หนุ่มชื่อดัง มาร่วมแร็พอีกด้วย ซึ่งการร้องของทั้งสองในมุมมองของเด็กผู้หญิงและผู้ชายอายุมากกว่า โดยผ่านเสียงร้องของทั้งสองคนนั้นเรียกได้ว่าลงตัวเอามาก ๆ เลยทีเดียว อีกทั้งตัว MV ก็มีสีสันคัลเลอร์ฟูลสุด ๆ แถมยังมีท่อนเบรกแด๊นซ์ที่นา ฮาอึนได้โชว์สเต็ปแดนซ์ในการเต้นของเธอด้วย เรียกได้ว่าเพลงน่าเต้นตามมาก ๆ เลย เป็นการเปิดตัวซิงเกิลแรกออกมาได้งดงามมาก ๆ

นา ฮาอึน ถือเป็นเด็กที่มีความสามารถทั้งการร้องและการเต้นดีมาก ๆ อีกทั้งความน่ารัก สดใสแบบเด็ก ๆ เธอจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมากทั่วโลก แต่ความสามารถนี้ไม่ใช่พรวิเศษแต่อย่างใด แต่นั่นเป็นเพราะเธอมีพรแสวง รู้จักเรียนรู้และฝึกสิ่งที่เธอรักเธอชอบกับมันตั้งแต่ยังเล็ก ๆ อีกทั้งยังได้ครอบครัวที่ดีที่ให้การสนับสนุนอีกด้วย เธอจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของคนที่พยายามทำตามความฝัน หากคุณรักมัน คุณก็จงพยายามทำมันให้ดีที่สุดแน่นอนว่าผลที่ตามมามันต้องคุ้มค่าแน่นอน