PSR 275 คีย์บอร์ดรุ่นเก่า แต่เก๋า ราคาถูก เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่น

                เปียโน เป็นเครื่องดนตรีอันดับต้น ๆ ที่ผู้ปกครองหลายคนอยากที่จะให้ลูกหลานได้เล่นกัน เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นได้อย่าง และสามารถเล่นเป็นเพลงให้ไพเราะได้ รวมไปถึงเรื่องของการฝึกสมาธิและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ บางครอบครัวที่มีเงิน ก็ซื้อเปียโนมาไว้ที่บ้านและจ้างคุณครูมาสอน แต่สำหรับครอบครัวที่ไม่มีเงินมากขนาดนั้น อาจจะซื้อมาไว้ที่บ้านไม่ไหว เนื่องจากเปียโนนั้นมีราคาที่สูงมาก และกินพื้นที่มากอีกด้วย

ดังนั้น คีย์บอร์ดจึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการจะฝึกเล่นเปียโน ราคาไม่แพง และไม่กินพื้นที่ในบ้าน ซึ่งก็มีติดไว้กันเกือบทุกบ้าน ถึงแม้ว่าน้ำหนักของแป้นกด หรือขนาดและจำนวนคีย์จะไม่เหมือนกับเปียโน แต่ก็สามารถใช้แทนกันได้ และยังสามารถที่จะใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งก็มีอยู่หลายรุ่นและหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ในบทความนี้จะยกตัวอย่างคีย์บอร์ดคุณภาพราคาถูกหนึ่งรุ่นที่อยากจะแนะนำ นั่นก็คือ Yamaha PSR 275 นั่นเอง

คีย์บอร์ดคุณภาพเกินราคา มาพร้อมฟังก์ชันมากมายที่สามารถเล่นเป็นเพลงไม่ยาก

                ถ้าพูดถึงแบร์น Yamaha แล้ว ถือว่าเป็นแบรนเครื่องดนตรีคุณภาพ ที่มีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ Yamaha ก็ไม่ได้มีสินค้าเพียงแค่ประเภทที่มีราคาสูงเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีสินค้าที่ลดระดับลงมาให้อยู่ในราคาที่ไม่แพงมาก และคนธรรมดาพอที่จะซื้อไปฝึก หรือไปเล่นได้ PSR 275 เป็นหนึ่งในสินค้าเหล่านั้น

แน่นอนว่าประสิทธิภาพของมันคงสู้กับเปียโนตัวละแสนกว่าบาท หรือคีย์บอร์ดแปดกว่าคีย์ไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าเทียบกับคีย์บอร์ดราคาพอประมาณยี่ห้ออื่น ๆ รับรองได้ว่าไม่น้อยหน้าอย่างแน่นอน เริ่มจากตัวเสียงหลักที่เป็นเสียงเปียโน PSR ก็ทำได้ดี เสียงมีความคล้ายเสียงเปียโนจริงอยู่มาก รวมไปถึงฟังก์ชัน Touch หรือการกำหนดน้ำหนักของตัวแป้นคีย์ได้ หากเรากดแรง เสียงก็จะดัง ถ้ากดเบา เสียงก็จะเบาตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น โดยปกติแล้วการเล่นเปียโนนั้นจำเป็นต้องมี pedal อุปกรณ์ตัวเหยียบเพื่อสร้างเสียง sustain หรือทำให้เสียงเปียโนยาวขึ้นนั่นเอง และคีย์บอร์ดส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ ยกเว้นการซื้อ pedal มาเสียบแยกเท่านั้น แต่ PSR 275 นี้สามารถทำได้ แค่กดปุ่ม sustain ที่มีให้ คีย์บอร์ดของคุณก็จะมีเสียงยาวกังวานขึ้นทันทีโดยไม่ต้องพึ่ง pedal เลย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเสียงได้ถึง 480 เสียง มาพร้อม Pre-set จังหวะอีกร้อยกว่าจังหวะ และในแต่ละจังหวะนั้น ก็จะมี Pre-set ของ Intro และ ending ให้อีกด้วย สามารถเลือกเล่นกันได้ตามสบาย และใช้งานได้ง่ายดายมาก

ถ้าใครที่กำลังอยากจะฝึกเล่นเปียโน แต่มีเงินไม่เพียงพอ อยากแนะนำให้ลองใช้คีย์บอร์ดที่ราคาไม่สูงมากมาฝึกแทนก่อน และค่อย ๆ เก็บเงินซื้อเมื่อเล่นเก่งแล้วก็ได้ Yamaha PSR-275 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมให้กับคุณเก็บไว้พิจารณากันดู

“หวานเจี๊ยบ” วลีเด็ดจากศิลปินนักร้องหุ่นหมีจอมเกรียนแห่งยุค ปราโมทย์ ปาทาน

                กลายมาเป็นทั้งพิธีกร นักแสดง และตลกไปในตัวกับ ปราโมทย์ ปาทาน ศิลปินจากค่ายเพลง White Music เรียกได้ว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นเป็นอย่างมากสำหรับเขาคนนี้ เห็นหน้าเห็นตากันอยู่ในหลาย ๆ รายการ รวมไปถึงงาน event และงานเพลงต่าง ๆ แน่นอนว่าเขาเป็นคนตลก เฮฮา สนุกสนาน ทำให้ Character นี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน

ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็น โอ๊ต ปราโมทย์ แบบทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบมาก่อนว่ามีเพลงดังในอดีตที่เขาเป็นคนร้องอย่างเพลง ที่รัก ที่ใช้ประกอบละครเรื่อง เกมร้าย เกมรัก ที่มีณเดช และญาญ่าเป็นพระ นาง หลังจากนั้นเขาก็ได้หายหน้าหายตาไป จนเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้เขาได้กลายมาเป็นเขาเหมือนทุกวันนี้

อีกด้านมุมหนึ่งของ โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ผู้ชายที่มีความสามารถมากกว่าการร้องเพลง

                จุดเปลี่ยนที่ว่านั้นมาจากรายการหนึ่งใน YouTube ในตอนนี้ชื่อรายการว่า Driver ซึ่งเป็นรายการที่จะมีโอ๊ตเป็นคนขับรถ และจะมีเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคนคือ พลอย หอวัง และพิชญ์ กาไชย นั่งมาในรถด้วยกัน ซึ่งในรถก็จะพูดคุยกันไปตามปกติ มีเล่นกัน แซวกัน ยิงมุขใส่กันแบบเป็นธรรมชาติ ไม่มีสคริปต์ใด ๆ บางครั้งก็จะมีการนำเอาแขกรับเชิญที่เป็นดารา ศิลปินต่าง ๆ มาร่วมแจมกัน ให้สัมภาษณ์

ด้วยความที่เป็นรายการที่ไม่มีสคริปต์ ทำให้ทุกคนเป็นธรรมชาติ เหมือนพูดคุยกันตามปกติ ยิงมุข สนุกสนาน เฮฮากันได้เต็มที่ ทำให้โอ๊ต ปราโมทย์ ได้เป็นตัวของตัวเองขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาไม่มีโอกาส หรือช่องทางที่เขาจะสามารถเป็นตัวเองได้ขนาดนี้ ทำให้เริ่มมีคนเข้ามาดู และให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก สุดท้ายบุคลิกนี้ของโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทานกลับได้รับความนิยมอย่างสูง และจำนวนผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นโอ๊ตก็ได้เริ่มไปจัดรายการวิทยุ อย่างจันทร์ช็อคโลก และเป็นพิธีกรในรายการบนยูทูปต่าง ๆ มากมาย แต่เรื่องของงานเพลงเขาก็ไม่ได้ทิ้งไปไหน เขาได้ตัดสินใจที่จะทำเพลงของตัวเองขึ้นมา ในตอนนี้ได้ปล่อยออกมาสามเพลง เรียกได้ว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจนล้นหลามทั้งสามเพลง นั่นก็คือ เมื่อวาน คิดถึงจัง(มาหาหน่อย) และ ติดตลก ทั้งสามเพลงนี้ติดชาร์จจากหลายคลื่นวิทยุ และยอดวิวบนยูทูปขึ้นเป็นหลักล้านทั้งหมด เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้มีความสามารถแค่การเป็นนักร้องเสียงดีเท่านั้น เขายังมีความเป็น entertainer พิธีกร หรือการเล่นมุขต่าง ๆ ที่เป็นธรรมชาติและสนุกสนานอีกด้วย

นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สามารถบอกได้ว่า การที่เราเป็นแล้วไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด ให้เรายังคงความเป็นเราต่อไป หาสิ่งที่เราชอบสิ่งที่เรารักให้เจอ ถึงแม้จะใช้เวลานานขนาดไหน แต่ถ้าเรายังไม่หมดหวัง ยังพยายามต่อไป วันนึงมันก็จะเป็นวันของเราเองเช่นกัน

งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง ผลงานเก่าที่เล่าใหม่ในแบบฉบับไทยประกอบละครลูกไม้ลายสนธยา

                หลายคนเคยได้ฟังเพลงนี้ และหลงรักท่วงทำนองที่ไพเราะในแบบฉบับของวงดนตรี rock orchestra ที่มีชื่อเสียงอีกวงหนึ่งของประเทศไทย นั่นก็คือวง Cocktail ซึ่งได้ปล่อยเพลงนี้ออกมาในปี 2011 เพลงนี้ได้แขกรับเชิญสุดพิเศษมาร่วม featuring ด้วย เนื่องจากเพลงนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับคู่รักในงานเต้นรำ ดังนั้นจึงมีฝ่ายหญิงอีกหนึ่งคนมาช่วยถ่ายทอดเพลงนี้ให้ได้อารมณ์ยิ่งขึ้น นั่นก็คือ นิว นภัสสร หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ นิว จิ๋ว นั่นเอง

โดยเพลงนี้แต่งเนื้อร้องและทำนองโดยปัณฑพล ประสารราชกิจ หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าพูดอีกชื่อหนึ่งขึ้นมา รับรองว่าต้องร้องอ๋อกันทุกคน เขาคนนี้ก็คือ โอม Cocktail นักร้องนำนั่นเอง และมาถึงปีนี้ เพลงนี้ถูกกลับมาทำใหม่อีกครั้งในสไตล์ไทย ๆ เพื่อใช้ประกอบละครเรื่องลูกไม้ลายสนธยา ความจริงแล้วนั้น โอม Cocktail ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของการร้องเพลงเท่านั้น เขายังมีอีกหลายสิ่งและหลายความสามารถที่น่าสนใจ เราลองมาดูกัน

โอม Cocktail นักร้อง นักพูด และนักกฎหมาย ลูกผู้ชายตัวอย่างมากความสามารถ

                โอม Cocktail ถือว่าเป็นอีกศิลปินที่มีคนจับตามองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละเพลงของ Cocktail ที่ปล่อยออกมานั้น เป็นเพลงที่ดี และมีคุณภาพเป็นอย่างมาก ฟังแค่ไม่กี่ครั้งก็ติดหู รวมไปถึงเนื้อร้องที่มีการใช้คำภาษาไทยที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เขาคนนี้คือหน้ากากหอยนางรม ที่ได้สร้างผลงานการ Rearrange เพลงตราบธุลีดิน ของปู่จ๋านลองไมค์ หมดห่วงของ ตั๊ก มยุรา และหน้าหนาวที่แล้วของ The Toys จนมียอดวิวในยูทูปเป็นร้อยล้าน และดังไปทั่วโลก

นอกจากความสามารถในการแต่งเพลง การร้องเพลงแล้ว เขาคนนี้ยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่ถือว่ามีความคิดที่ดี มีเหตุผล และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง หลาย ๆ คนที่เคยดูคอนเสิร์ตของวง Cocktail อาจจะสังเกตได้ว่า จะมีการพูดเกริ่นก่อนที่เข้าสู่เพลง โดยเป็นประโยคสั้น ๆ แต่มันกินใจ และสัมผัสใจของใครหลาย ๆ คนได้ รวมไปถึงเป็นกำลังใจให้ใครที่กำลังเสียใจ หรือทุกข์ใจอยู่ได้ นอกจากนั้นเขายังเคยออกมาพูดถึงเปรี้ยว ฆาตกรรมในคดีดังฆ่าหั่นศพ ในแง่ของความคิดเห็นและกฎหมาย จนทำให้มีผู้คนติดตามมากมายและกลายเป็นไอดอลของใครหลาย ๆ คน เนื่องจากความจริงแล้วเขาจบการศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครองเมือง และมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ คณะนิติศาสาตร์ สาขากฎหมายมหาชน เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง นิติศาสตร์บัณฑิตอีกด้วย

และที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งก็คือการเป็นทั้งสามี และพ่อที่ดีให้กับครอบครัว เขาแต่งงานด้วยวัยเพียง 24 ปี และคบกับภรรยาสาว เพ็ญได้แค่หนึ่งปี แต่ก็ด้วยคำพูดสุดคมที่ได้กล่าวว่า เขาอยากที่จะเป็นสุนัข ที่มีปลอกคอและดูแลเจ้านายให้ดีที่สุดนั้น จึงทำให้ทุกคนเข้าใจในการตัดสินใจของเขา และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำหน้าที่ของเขาได้ดีจริง ๆ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเอาไปเป็นตัวอย่างอย่างยิ่ง

เรามารู้จักกัน “เอามั๊ย” ผลงานคุณภาพจากอดีตโค้ดรายการเพลงคุณภาพ The Voice

                เอามั๊ย ผลงานเพลงใหม่จากศิลปินคุณภาพ สิงโต นำโชค และ ตู่ ภพธร นักร้องพ่อลูกอ่อนทั้งสอง ซึ่งเป็นอดีตโค้ดรายการประกวดร้องเพลงที่ดังทั่วประเทศอย่าง The Voice และ The Voice Kids ทั้งสองได้ตั้งใจทำผลงานร่วมกันออกมาเป็นเพลงแนวป๊อป ออกแนวอิเล็กทรอนิกส์หน่อย ๆ

โดยเพลงนี้หลังจากที่ถูกปล่อยออกมาได้ไม่นาน ก็ติดท็อปชาร์จในหลายแห่ง ด้วยเมโลดี้ที่ติดหู ดนตรีที่ฟังง่าย ทำให้ถูกอกถูกใจแฟนคลับของทั้งสองคน รวมไปถึงคนอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้ฟังเพลงของพวกเขาสองคนอีกด้วย

นักร้องความสามารถล้นเหลือ อนาคตดาวค้างฟ้าแห่งวงการเพลงประเทศไทย

                ถ้าพูดถึงคนที่ชื่อ สิงโต นำโชค แน่นอนว่าภาพที่ทุกคนจะนึกถึงก่อนก็คือชายที่ใส่หมวก ใส่เสื้อฮาวายและสะพายอูคูเลเล่ หรือกีต้าร์ติดตัวไว้ตลอด และมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งพูดได้เลยว่า สิงโต นำโชค เป็นคนที่นำอูคูเลเล่ให้เข้ามาฮิตในประเทศไทยอยู่ช่วงหนึ่ง ทำให้ ณ ตอนนั้นอูคูเลเล่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า หนุ่ม ๆ สาว ๆ มากมายหันมาเริ่มเล่นอูคูเลเล่กัน ด้วยบุคลิก และแนวเพลงฮาวาย สบาย ๆ แบบนี้ ทำให้เขากลายเป็นที่จดจำ และผู้ฟังทุกคนประทับใจ

เพลงที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักนั้นมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อยู่ต่อเลยได้ไหม อยู่อย่างเหงา ๆ ยิ่งรักยิ่งห่าง หรือเพลงปลาการ์ตูนที่ได้ศิลปินแร็พอันดับหนึ่งของเมืองไทย และเป็นโค้ดของรายการ The Voice ด้วยเช่นกัน นั่นก็คือ โจ้ โจอี้บอยนั่นเอง เชื่อว่าเพลงเหล่านี้ต้องเคยผ่านหู และต้องเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน ตู่ ภพธรก็เช่นกัน ถือเป็นศิลปินนักรักที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์อีกหนึ่งคน ที่พอร้องขึ้นมาทุกคนก็สามารถรู้ได้ว่าเป็น ตู่ ภพธร โดยนักร้อง R&B คนนี้ถือว่าเป็นนักร้องที่มีผลงานคุณภาพมากมาย ความหล่อเหลาของหน้าตาและความเป็นผู้ชายอบอุ่นที่สาว ๆ หลายคนหลงรัก ซึ่งเพลงที่ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จัก และดังไปทั่วประเทศนั่นก็คือเพลง ถ้าหาก (if) หลังจากนั้นก็ได้ไปช่วย Feat. ให้กับศิลปินอีกมากมาย The Parkinson โจอี้บอย หรือ แดน วรเวช และเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนตอนนี้ได้ยอดวิวในยูทูปไปถึง 12 ล้านวิว นั่นก็คือเพลง แต่ยังคิดถึง ซึ่งเป็นเพลงแนว R&B แบบที่เขาถนัด รวมไปถึงเนื้อร้องและทำนองที่ความหมายดีและกินใจเป็นอย่างมาก

และในตอนนี้ เพลง เอามั๊ย ก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ดังไปทั่วประเทศ และเชื่อได้เลยว่า ศิลปินสองคนนี้คือศิลปินคุณภาพของประเทศไทย ที่เต็มล้นไปด้วยความสามารถ และการวางตัวที่ดีในวงการ เป็นศิลปินที่มีคนรักและแฟนคลับมากมาย และในอนาคตข้างหน้า คงไม่ยากที่เขาทั้งสองจะกลายเป็นศิลปินในตำนาน และเป็นไอดอลของคนมากมายในรุ่นต่อ ๆ ไป

เสือสิ้นลาย เพลงแห่งยุคสำหรับผู้ชายกลัวเมีย จากแร็พเปอร์มากฝีมือกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่

                คลอดมาอีกหนึ่งเพลงจากอัลบั้มแรกในชีวิตของชายผู้มีลูกสาวสุดน่ารักเป็นน้องชูใจอย่างกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ กับเพลง เสือสิ้นลาย ที่มียอดวิวแตะล้านภายในไม่กี่สัปดาห์ เป็นเพลงสำหรับคุณผู้ชาย 2018 ทั้งหลาย ที่แปลงสภาพจากเสือผู้หญิง มาเป็นเสือสิ้นลายนอนกอดคุณภรรยาอยู่ที่บ้านเหมือนแมวคลอเคลียเจ้าของ

โดยเพลงนี้ก็มีศิลปินแร็พเปอร์รุ่นใหม่มา Feat. ด้วย ไม่ว่าจะเป็น P-Hot YOUNGOHM และ FYMME โดยเพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Project ที่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ตั้งใจจะทำขึ้นมา เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตของตนเอง หลังจากที่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินมากมาย และมีผลงานเพลงที่มีชื่อตนเองไป Feat. อยู่ในเพลงนั้น ๆ ถึงกว่า 87 เพลงเลยทีเดียว

ประสบการณ์ที่มากพอ สร้างการเริ่มต้นที่ไปด้วยคุณภาพ อัลบั้มแรกในชีวิตกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่

                กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ชื่อนี้ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการเพลงแร็พที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้อย่างสวยงาม และมีความหมายกินใจ และได้กลายมาเป็นกรรมการในรายการแข่งขันหาแร็พเปอร์ของประเทศไทยอย่าง The Rapper ซึ่งกว่าจะมาเป็นแร็พเปอร์ที่ดัง และมีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ เขาได้ผ่านอะไรมามากมาย และสิ่งเหล่านั้นหลอมรวมให้เขากลายมาเป็นเขาวันนี้

เขาเริ่มจากการหลงใหลในดนตรี Hip-Hop และการร้องในสไตล์ที่เรียกกว่าแร็พ ซึ่งเป็นการร้องเนื้อร้องที่รวดเร็ว ไม่มีเมโลดี้ และเป็นคำคล้องจองที่สวยงาม ซึ่งศิลปินที่เขาชื่นชอบถึงขั้นคลั่งไคล้เลยก็คือพี่ โจ้ โจอี้บอย แร็พเปอร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยนั่นเอง โดยกอล์ฟนั้นได้ฟังเพลงของ โจอี้ บอย ทุกเพลงและทุกอัลบั้มจนสามารถร้องตามได้หมด และตัดสินใจที่จะทำตามความฝันด้วยการอัดเพลงทั้งหมดของ โจอี้ บอย ด้วยเสียงและสไตล์การแร็พของตัวเอง และไปยื่นให้กับมือโจอี้ บอยหลังจบงานคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง จึงทำให้โจอี้ บอยเริ่มที่จะสนใจ และได้เรียกเข้ามาทำเพลงด้วยกัน และได้อยู่ ก้านคอคลับ ค่ายเพลงแร็พฝีมือโจอี้ บอย หลังจากนั้นเขาก็ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินมากมาย ทั้งแนวร็อค ป๊อป หรือ Hip-Hop ซึ่งเพลงที่ดังจนทุกคนต้องตามหาชื่อคนร้องแร็พนั่นก็คือเพลง พูดไม่คิด ของวง Season five ที่มีกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ไปร้องแร็พให้ แต่เขายังไม่เคยมีเพลงไหนที่เป็นของเขาเองเลยสักเพลงเดียว

จนตอนนี้ เวลาผ่านมาหลายสิบปี เขาได้สะสมประสบการณ์มากมายจากการที่ได้ไปร่วมงานกับศิลปินคนอื่น สะสมไอเดียความคิดและฝึกฝีมืออยู่ตลอด ทำให้ในปี 2018 นี้ เขาได้ตัดสินใจที่จะทำอัลบั้มแรกของเขาออกมาเอง ซึ่งเพลงที่ปล่อยออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น นอนได้แล้ว alarm (สวัสดีวันจันทร์) และเพลงเสือสิ้นลาย เรียกกระแสความนิยมได้รวดเร็วและล้นหลามเป็นอย่างมาก และนี่คือผลของความอดทน และความพยายามของเขาคนนี้ที่ได้สะสมมาเป็นระยะเวลานาน เพื่องานคุณภาพที่จะปล่อยสู่สาธารณะนั่นเอง

เปิดตัวแล้ว ภาพยนตร์สารคดี ColdPlay A Head Full of Dreams 

                ใครที่เป็นแฟนคลับวง ColdPlay คงจะทราบกันแล้วว่าอีกไม่นานกำลังจะมีภาพยนตร์สารคดีฟอร์มยักษ์ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของวง ColdPlay สู่สายตาเราทุกคนในชื่อเรื่อง “ColdPlay A Head Full of Dreams” แน่นอนว่าเป็นวงดนตรีที่โด่งดังไปทั่วโลก เพลงของพวกเขามีมากมายที่ทำให้เราสัมผัสกับความรู้สึกต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถหาได้จากวงอื่น ๆ และยังเป็นวงดนตรีไอดอลให้กับคนในสมัยนี้มากมาย

พวกเขาทุ่มเททั้งพลังกายและพลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพลงคุณภาพแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี และพวกเขาสามารถทำมันจนสำเร็จ และตอนนี้เราได้มีโอกาสได้ดูเส้นทางการเป็น ColdPlay กันเต็ม ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เห็น passion ในการเล่นดนตรี และความเป็นมาทั้งหมดของวงดนตรีวงนี้กัน

ColdPlay ชื่อนี้มีแต่เพลงดัง วงดนตรี Passion ที่แท้จริง

จะมีสักกี่วงดนตรีที่มีเรื่องราวเส้นทางการผจญภัยในถนนสายดนตรีที่น่าสนใจ และหลายคนต้องการที่จะได้สัมผัสมัน จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดีที่กำลังจะออกฉายไปทั่วโลก ColdPlay เป็นหนึ่งวงในนั้นที่มีสารคดีตามติดชีวิตของพวกเขาและการเดินทางของวงดนตรีนี้เป็นเวลา 20 ปี

Fix you Paradise หรือ the scientist ล้วนเป็นเพลงที่โด่งดังและมีชื่อเสียงของวง ColdPlay ทั้งนั้น ซึ่งแต่ละเพลงนั้นเต็มไปด้วยแนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นที่ทำให้รู้ได้เลยว่าเพลงนี้เป็นเพลงของวง ColdPlay รวมไปถึงเนื้อหาของเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมา ก็สามารถทำให้คนฟังนั้นอินไปกับอารมณ์ได้อย่างมาก วง Coldplay ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1998 หรือเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยพวกเขาเป็นเด็กจากโรงเรียน UCL ที่มารวมตัวกันเล่นดนตรี และได้ปล่อยผลงานที่เริ่มทำให้ผู้คนสนใจเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ นั่นก็คือเพลง Bigger Stronger หลังจากนั้นก็ได้มีค่ายติดต่อไป และได้ทำอัลบั้มขึ้นมา หนึ่งในนั้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Brother & Sister และมาส่งในปีทองของพวกเขาคือปี 1999-2002 ตอนนั้นพวกเขาได้อยู่ในค่ายพาร์โลโฟนและได้ปล่อยอัลบั้มอีพีชุด The Blue Room ซึ่งหนึ่งเพลงในอัลบั้มนี้ที่ดังเป็นพลุแตกนั่นก็คือ Yellow นอกจากนี้ยังมีอัลบั้ม Rush of Blood to the Head ซึ่งมีเพลง The scientist เพลงต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งเข้าชิงรางวัล และได้รับรางวัลมามากมาย เป็นเครื่องการันตีได้เลยว่าเพลงของพวกเขามีคุณภาพ และมีความเป็นเอกลักษณ์มากมายขนาดไหน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ออกมาจากความรู้สึก ถึงแม้ว่าส่วนของดนตรีไม่ได้ยากจนน่าตกใจ หรือไม่ได้ซับซ้อนเท่าไร แต่เราก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่ออย่างเต็มที่

ดังนั้น แฟน ๆ วงดนตรีวงนี้ไม่ควรพลาด วันที่ 19 ตุลาคมนี้ ที่โรงหนัง SF Cinema สาขาที่ได้กำหนดไว้ บัตรราคาเข้าชมอยู่ที่ 250 ต่อที่นั่ง รวมไปถึงมีโปสเตอร์แบบ limited Edition 1,500 ใบ ที่จะกระจายไปอยู่ในแต่ละสาขา รีบติดต่อจองบัตรได้แล้วตั้งแต่วันนี้

Greenwave Concert Cover Night “Friend zone” ธีมนี้เพื่อนมีแต่เจ็บ

                ผ่านไปได้ไม่นานกับคอนเสิร์ตที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ กับ Cover Night Live ธีม Friend Zone ที่จัดขึ้นโดยคลื่นวิทยุ Greenwave เป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับเสียงตอบรับดีทุกครั้ง เนื่องจากเป็นการเอาศิลปินหรือวงดนตรีมาจับคู่กัน เพื่อเล่นคอนเสิร์ตในธีมต่าง ๆ โดยจะมีการเล่นทั้งเพลงของตัวเอง และการ Cover เพลงที่ศิลปินหรือวงดนตรีนั้น ๆ ชื่นชอบ และตีความออกมาในรูปแบบที่เป็นตัวของพวกเขามากที่สุด

โดย Cover Night Live ธีม Friend Zone ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยหนึ่งศิลปินที่มีแฟนคลับมากมายนับไม่ถ้วน และหนึ่งวงดนตรีที่ฝากผลงานเพลงสุดฮิตไว้มากมาย ซึ่งเขาทั้งสองก็ได้มาอยู่ในคอนเสิร์ตนี้และมอบความสุขให้กับผู้ฟังถึงสองชั่วโมงกว่าด้วยกัน ซึ่งพวกเขาก็คือ The Toys และ Room39 นั่นเอง

เพลงเก่ากลับมาดัง การตีความใหม่จากศิลปินยุคใหม่ที่เหนือคำบรรยาย

                ถ้าพูดถึงศิลปินของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ คงจะขาดสองชื่อนี้ไม่ได้ เพราะถือได้ว่าช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นเป็นยุคทองของทั้งสองคนนี้เลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะให้ความสนใจกับ Cover Night Live ครั้งนี้เป็นอย่างมาก มีเพลงมากมายในคอนเสิร์ตนี้ทำให้คนที่แอบรักเพื่อนนั้นน้ำตาไหลได้ไปตาม ๆ กัน โดยมีเพลงที่เลือกมา Cover มากมาย และที่สำคัญคือเป็นเพลงเก่า ๆ ที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว แต่กลับมาเป็นที่นิยมจากเวอร์ชันคอนเสิร์ตในครั้งนี้

เริ่มกันจากเพลงเลือกได้ไหม ต้นฉบับจากสามสาว ZAZA ซึ่งในคอนเสิร์ตนี้ The Toys และ Room39 นั้นตีความเพลงนี้ออกมาในแบบ Acoustic หรือแบบนั่งเล่นสบาย ๆ ทำให้เพลงนี้เพราะ ซึ้ง กินใจ และมีการใส่เซอร์ไพรส์จากมนต์ Room39 ที่ได้มีการใส่ท่อนแร็พที่แอบหยอด The Toys ของเราเข้ามา ทำให้แฟน ๆ หลายคนถึงกับเขินกันไปตาม ๆ กัน ต่อกันด้วยเพลงเพื่อนสนิท ต้นฉบับของ ดา เอ็นโดรฟิน นักร้องสาวเสียงร้องทรงพลัง ซึ่งเพลงนี้ก็ถูกตีความออกมาโดย The Toys เป็นสไตล์ Pop R&B สุดไพเราะ และกลายเป็นคลิปที่มียอดคนชมในยูทูปถึง 14 ล้านวิว และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือเพลงก่อนฤดูฝน ของ The Toys ที่เจ้าตัวได้นำมา Re-arrange เอง และสร้างความน่าทึ่งไว้โดยการโซโล่กีต้าร์กลับหลัง และโซโล่กีต้าร์ของเพื่อนมือกีต้าร์ในวง ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง และทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้จริง ๆ

จากยอดวิวในยูทูป และกระแสตอบรับอื่น ๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้ง Room39 และ The Toys เป็นศิลปินคุณภาพคับแก้ว เก่งทั้งฝีมือ และดูดีกันทั้งหน้าตา และสามารถสร้างผลงานเพลงออกมาได้โด่งดังและโดนใจแฟนคลับกันเกือบทุกเพลง ถ้าใครที่ไม่ได้ชมคอนเสิร์ตนี้สามารถชมย้อนหลังได้ในยูทูปช่อง AtimeOnline กันได้เลย

Audio Interface Scarlett อุปกรณ์สำหรับ Home Studio ที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

                ด้วยความทันสมัยของโลกในยุคนี้ การที่จะสร้างสรรค์เพลงด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เนื่องจากเมื่อก่อน กว่าจะได้เพลงหนึ่งเพลงขึ้นมานั้น เป็นเรื่องยากและใช้อุปกรณ์ที่ยุ่งยากและซับซ้อนเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นเทคโนโลยีการบันทึกเสียงต่าง ๆ ยังเป็นไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร

แต่ในปัจจุบันนี้ คนเพียงแค่คนเดียวก็สามารถที่จะสร้างสรรค์งานเพลงที่ราวกับว่ามีนักดนตรีมาร่วมบันทึกเสียงด้วยครบวงเลยทีเดียว หนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจนั้นก็คือ Audio Interface รุ่น Scarlett นี่เอง ที่เป็น Audio Interface ที่ใช้ในการบันทึกเสียงเพลง และ line-In เครื่องดนตรีต่าง ๆ เข้าบันทึกเสียงโดยตรงได้เลย

นักดนตรีมือใหม่ หรือนักดนตรีงบน้อยควรมีติดบ้าน Audio Interface ที่บันทึกได้ทุกเครื่องดนตรี

                สำหรับใครที่เป็นนักดนตรีมือใหม่ หรือต้องการที่จะทำการบันทึกเสียงด้วยตนเองแบบเบื้องต้น แนะนำให้ใช้ Scarlett ตัวนี้ที่จะแถมมาพร้อมกับไมโครโฟนแบบ Condenser ที่ไว้ใช้ในการบันทึกเสียงโดยเฉพาะ และขาตั้งไมค์ที่ปรับได้อย่างอิสระอีกหนึ่งอัน และยังมีตัวโปรแกรม CubeBase ลิขสิทธิ์แท้มาให้ install ลงเครื่องเพื่อไว้ใช้งานกับเครื่องได้อีกด้วย

การทำงานของมันคือเป็นตัวที่จะเชื่อมต่อเครื่องดนตรี และทำการบันทึกเสียงลงในคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม CubeBase ที่แถมมาด้วย โดยจะมีช่องให้เสียบสองช่อง สำหรับหูฟังที่เราจะใช้ฟังในการอัด และช่อง Line-In ที่ไว้ต่อกับเครื่องดนตรีทุกประเภทที่มีช่องเสียบสายให้ Line-In ได้ โดยเสียงของเครื่องดนตรีนั้น ๆ จะถูกบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์แบบตรง ๆ ลักษณะและคุณภาพของเสียงที่บันทึกเข้าไปถือว่าดีเลยทีเดียว รวมไปถึงสามารถที่จะปรับแต่งเสียงได้โดยการตั้งค่า EQ หรือใส่เสียงเอฟเฟคต่าง ๆ ที่แถมมากับโปรแกรมก็ได้ ซึ่งในโปรแกรม CubeBase นั้นจะไว้ใช้สำหรับการบันทึกเสียง และแก้ไขตัวคลื่นเคลื่อนเสียงต่าง ๆ ได้ โดยมีหน้าตาการใช้งานที่สะดวก และเข้าใจง่าย และการตั้งค่าแบบอื่น ๆ อีกมากมายเช่น การตั้งค่าเสียงของ Metronome ค่าของตัวโน๊ต และอื่น ๆ ส่วนไมค์ condenser ที่ได้แถมมาในชุดด้วยนั้นก็เป็นไมค์ที่สามารถเก็บเสียงได้อย่างละเอียด และรอบด้าน สามารถใช้กับการบันทึกเสียงการร้อง หรือบันทึกเสียงเครื่องเป่าต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับประกันได้เลยว่าถึงจะเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการการบันทึกเสียงต่าง ๆ ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก สายที่ใช้ในการต่อมีไม่กี่เส้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการจะฝึกเป็น Sound engineer หรืออยากบันทึกเสียงแบบไม่ต้องใช้ทุนมาก

จบทุกกระบวนการอัดได้ด้วย Audio Interface Scarlett ได้ในเครื่องเดียว คุณจะได้รับผลงานเพลงที่คุณได้บันทึกเสียงเองซึ่งเป็นงานที่ได้เสียงที่คุณภาพ และคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน และยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะบันทึกเสียงเพลงแต่งของตนเอง และต่อยอดไปยังการทำ Home Studio ที่บ้านเองได้เลย

ย้อนดูตำนานเพลงรักสุดโรแมนติกที่กุมหัวใจคนทั้งโลก Titanic

“l’m the king of all world” เมื่อพูดประโยคนี้ขึ้นมา เราทุกคนก็จะนึกถึงเสียงของแจ็ค ที่ตะโกนดังลั่นบนเรือ Titanic ว่า “ฉันนี่แหละที่เป็นราชาของโลกใบนี้” แน่นอนว่าหนังรักโรแมนติกอย่าง Titanic ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ว่าด้วยเรื่องราวความรักต่างชนชั้นของแจ็ค หนุ่มนักวาดรูปพเนจรคนธรรมดา กับโรส คุณหนูในตระกูลชั้นสูงศักดิ์ โดยพวกเขาต้องพิสูจน์ความรักที่แท้จริงบนเรือ Titanic เรือที่ว่ากันว่าไม่มีวันจม แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรมารับประกันได้ เพราะความสำเพร่าของกัปตัน ทำให้เรือได้ชนกับภูเขาน้ำแข็ง จนเกิดเหตุโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ขึ้น พวกเขาทั้งสองต้องพิสูจน์ความรักที่มีให้กัน และหนีเพื่อเอาชีวิตรอดออกมาจากเรือมรณะนี้ให้จงได้ ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งความรัก การแบ่งชนชั้น ดราม่า ความตื่นเต้น ลุ้นระทึก มาครบรส ทำให้ Titanic เป็นภาพยนตร์ในดวงใจของผู้คนทั่วโลกนั่นเอง โดยผู้กำกับที่กำกับเรื่องนี้คือ เจมส์ แคเมรอน และได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ และ เคต วินสเล็ต มาแสดงนำ โดยเรื่องนี้ก็ทำรายได้ทั่วโลกไปอย่างถล่มทลาย และกวาดรางวัลออสการ์ไปมากถึง 11 สาขา

ไม่เพียงแต่เฉพาะหนังที่ดังเท่านั้น เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตกเอามาก ๆ ด้วย อย่างเพลง My Heart Will Go On ซึ่งเพลงนี้ขับร้องโดยนักร้องสาวเสียงทรงพลัง เซลีน ดิออน เรียบเรียงดนตรีโดย เจมส์ โฮวเนอร์ และในส่วนของคำร้องเป็นผลงานการประพันธ์ของวิล เจนนิงส์ ในอัลบั้ม Titanic: Music from the Motion Picture ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเพลงนี้ได้บรรจุลงในอัลบั้มของเซลีน ดิออน เล็ทส์ทอคล์อะเบาท์เลิฟ และขึ้นสู่อันดับ 1 ทั่วโลก

อิทธิพลของเพลง My Heart Will Go On ที่ดังสุดขีดในปี 2540

กระแสของเพลง My Heart Will Go On ในปี 2540 นั้นดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ ซึ่งเพลงสามารถทำยอดขายในแต่ละประเทศทั่วโลกได้อย่างมากมายมหาศาล อาทิ เช่น สหรัฐอเมริกา เพลงนี้อยู่บนชาร์ตฮอตแอร์เพลย์ของบิลบอร์ดในอันดับที่ 1 นานกว่า 10 สัปดาห์ ในเยอรมันเพลงนี้สามารถทำยอดขาย 2,000,000 ชุด และอังกฤษกว่า 1,000,000 ชุด รวมถึงประเทศอื่น ๆ ด้วย และเพลงยังได้รับรางวัล Academy Award รางวัล Best Original Song ในปี พ.ศ.2540 และรางวัลอันทรงเกียรติต่าง ๆ อีกมากมาย ตามมาเพื่อการันตีความฮอตของเพลงอย่างไม่ขาดสาย

ญี่ปุ่นไอเดียดี ออกแบบเพลงดังสู่ผลิตภัณฑ์สินค้า

ซึ่งความดังของเพลงยังส่งต่อให้ประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดไอเดียทำการผลิตสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงนี้เช่นกัน โดยได้ออกแบบมาเป็นกล่องดนตรี ในปี 2007 ซึ่งออกแบบโดยบริษัท ซันเกียว ญี่ปุ่น และ รูดส์ มิวสิค สวิชเซอร์แลนด์ และนอกเหนือจากนั้นยังพบว่ามีการออกแบบเพลง My Heart Will Go On ลงในนาฬิกาแขวนรุ่น Melodies in Motion Clocks อีกด้วย

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตำนานของชาวยุค 90 จริง ๆ สำหรับเพลง My Heart Will Go On เพลงประกอบภาพยนตร์รักที่ดังที่สุดในโลก อย่าง Titanic  ซึ่งถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อจะฟังอีกกี่รอบเพลงนี้ก็ยังคงติดตราตรึงใจชาวแฟน ๆ Titanic ได้เสมอ ถือเป็นเพลงรักอมตะนิรันดร์กาลโดยแท้จริง

 

IRONBOY ทำสำเร็จ เป็นแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทย

ในที่สุดรายการแร็พชื่อดังของเมืองไทยอย่าง The rapper ก็ได้ดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย นั่นก็คือรอบ Final Rhyme เพื่อเฟ้นหาผู้ที่จะมาครองแชมป์รายการ The rapper คนแรกของเมืองไทย จากการต่อสู้ของของเหล่าแร็พเปอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่กว่าหลายชีวิต ตอนนี้พวกเขาก็ได้เหลือกันแค่เพียง 6 คนเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็มีคาแร็คเตอร์และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

โดยเปิดรายการด้วยโชว์แรกของโปรดิวเซอร์ อย่าง โจอี้ บอย และ ขันเงิน ไทเทเนี่ยม ในเพลง เอาป่ะ ซึ่งก็สร้างสีสันในห้องส่งได้เต้นกันอย่างเมามันส์ โดยกติกาการตัดสินในรอบสุดท้ายนี้ จะเป็นการแข่งขันกันด้วยโชว์ ซึ่งใครมีอะไรเด็ดก็งัดกันออกมาให้หมด โดยจะตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมทางบ้านนั่นเอง ทางผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ก็เริ่มออกมาปล่อยของ โดยคนแรก CHITSWIFT จากทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ออกมาทำโชว์ในเพลง เด็กน้อย ซึ่งเป็นเพลงอาขยานที่เราคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่เขาก็ได้เอามาทำใหม่ในแบบฉบับเสียดสีสังคมตามสไตล์เขานั่นเอง

IRONBOY แร็พเปอร์สายสับสายแดนซ์ จากทีม Twopee มาในโชว์เพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ซึ่งเขาก็งัดทุกอย่างที่มีออกมาจริง ๆ ทั้งเต้น ทั้งแร็พรัว และเสียงร้องของตัวเอง

Urius เองก็โชว์ความเก๋าโดยเลือกเพลง คิดฮอดที่ผสมความเป็นไทย ขึ้นมาโชว์ สมกับมาจากทีมปู่จ๋าน

มาถึง  Repaze ทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ที่เลือกเพลง OneMic ที่แสดงความความเรียลในจิตใจของแร็พเปอร์อย่างเขาเพียงแค่ไมค์เพียงตัวเดียว

ส่วนแร็พเปอร์แหลงใต้อย่าง Darkface ทีมโค้ช TJ ก็มาในเพลง ตื่นเถิดชาวไทย ที่โชว์สกิลแร็พโหดมาเต็ม

ปิดท้ายด้วย Poppa ทีม ฟักกลิ้งฮีโร่ แร็พเปอร์ที่มีเทคนิคแพรวพราว ก็มาในเพลง ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน ซึ่งเขาก็ได้โชว์เทคนิคการแร็พออกมาอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ

โดยคนที่ได้เสียงโหวตจากทางบ้านมากที่สุดก็คือ IRONBOY ซึ่งเขาก็สามารถคว้าแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทยและ คว้าเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ไปได้ในที่สุด

ย้อนดูเพลง 1 ล้านวิว ของ IRONBOY ก่อนจะมาคว้าแชมป์ The rapper

หลังจากคว้าแชมป์ในรายการ The rapper ไปเราก็จะมาขอย้อนดูเพลงของหนุ่มแร็พเปอร์สายสับ ทีม Twopee ที่ได้เกิน 1 ล้านวิวกันหน่อย ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังแล้ว ขอบอกเลยว่าแต่ละเพลงความหมายดีมาก ๆ เริ่มจากเพลง เลิกได้แล้ว เพลงฮิพฮอพเท่ ๆ เป็นเพลงเกี่ยวกับความรัก ที่ให้กำลังใจผู้หญิง

หลงทาง Ft. SOLOIST เพลงรักหวาน ๆ ที่ไม่ขอปล่อยเธอไปไหน และสุดท้าย โคตรไม่แฟร์ ของ STAGE-N ft. IRONBOY, PEE CLOCK เพลงอ่อนแรงเรื่องความรักโดนใจคนฟัง เรียกได้ว่าเขามีความสามารถทางด้านทั้งร้องแร้พทั้งเต้นและการแต่งเพลงอีกด้วย

IRONBOY ถือเป็นหนุ่มแร็พเปอร์คนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นทำตามความฝันในการเป็นแร็พเปอร์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ จนทำให้เขาเป็นที่จดจำต่อผู้คนได้ไม่ยาก ด้วยลีลาการแร็พรัวที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในประเทศไทย และลีลาความกวนเฟรนด์ลี่ของเขา ทำให้เขาเป็นที่รักแก่คนรอบข้าง IRONBOY จึงถือเป็นอีก 1 คนที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่วัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบในการแร็พคนหนึ่งเลยทีเดียว

ซึ่งการแร็พไม่ใช่สิ่งที่หยาบคาย แต่หากเป็นเรื่องของการใช้ถ้อยคำร้อยเรียงเป็นเรื่องราวและจังหวะ เพียงแต่เปิดใจรับฟังเพลงแร็พก็จะเปิดกว้างต่อผู้คนในสังคมมากขึ้น