แนะนำแอปดนตรีสุดเจ๋ง คนรักเสียงดนตรีห้ามพลาด

สำหรับผู้มีใจรักในเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีอาชีพหรือฝึกหัด การฝึกทักษะทางดนตรีผ่านทางแอปพลิเคชันมือถือถือเป็นตัวเลือกดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้จะทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพียงมีสมาร์ทโฟนคู่ใจหนึ่งเครื่อง เราก็สามารถเล่นตนตรีได้ทุกเวลา แถมยังเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องคอยแบกเครื่องดนตรีติดตัวให้รู้สึกเทอะทะ

                วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับแอปดนตรีที่มีให้ดาวน์โหลดทั้งบน Android แล iOS แนะนำให้ลองเลย สะดวกต่อการใช้งานทุกแอป

                Yousician ฟรีสำหรับ Android และ iOS มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Music teacher in your pocket” เป็นแอปที่เหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มเรียนเปียโน อูคูเลเล่ กีตาร์ หรือเบส เพราะ Yousicain สอนเทคนิคการเล่นพื้นฐานและโน้ตดนตรี โดยใช้วิดีโอประกอบคำอธิบาย และมีภาพกราฟิกเป็นแบบทดสอบให้ผู้ใช้ร่วมทำระหว่างเรียน นอกจากนั้นยังมีเกมในระดับความยากต่าง ๆ ให้พิชิต ซึ่งถ้าหากเล่นผ่านด่านแล้ว ด่านต่อไปที่ยากยิ่งขึ้นก็จะถูกปลดล็อค เป็นการเพิ่มความท้าทายในการเรียน แถมยังช่วยพัฒนาทักษะได้ดีอีกด้วย

                SimplyPiano เป็นแอปฝึกสอนเปียโนสำหรับผู้ที่อายุยังน้อย สามารถให้ฟีดแบ็คกับผู้เล่นผ่านฟังก์ชัน ‘อัดเสียง’ ได้ SimplyPiano ให้ความรู้เกี่ยวกับเปียโนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน มีกราฟิกที่เรียบง่ายกว่า Yousician และมีระบบการสอนแบบข้อความ ไม่ใช่แบบวิดีโอหรือเสียง การสอนแบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้มีสมาธิเต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน บทเรียนถูกแบ่งออกเป็นหลักสูตร เช่น Piano Basics และ Pop Chord I โดยสองหลักสูตรนี้ฟรี แต่หากผู้เรียนต้องการเข้าถึงบทเรียนเพิ่มเติมต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเดือนละ 15 USD (หรือประมาณ 480 บาทไทย) ราคาค่อนข้างสูงทีเดียวสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ แต่ก็ถือว่าถูกมากหากเทียบกับการเรียนเปียโนกับสถาบันดนตรีต่าง ๆ ถ้าหากใครมีใจรักจะเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วละก็ อย่ารอช้า ไปตำ SimplyPiano กันได้เลย อ้อ แอปนี้สำหรับ iOS เท่านั้นนะ

                Perfect Piano เอาใจทั้งสาวก iOS และ Android ทั้งสองค่ายดาวน์โหลดได้แบบไม่มีน้อยหน้า แอปสอนเปียโนแอปนี้แตกต่างที่ความชิลล์ บทเรียนไม่เคร่งครัดหนักสมอง เรียกว่าไปกันแบบเรื่อย ๆ ได้เลย ผู้ใช้งานสามารถฝึกเล่นเปียโนผ่านคีย์เปียโนบนหน้าจอหรือ MIDI Controller ตัวแอปมีเพลงให้เลือกเล่นหลากหลาย ตั้งแต่เพลงยอดนิยมไปจนถึงเพลงคลาสสิก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเปียโนที่บ้านเป็นอย่างมาก แถมยังปล่อยให้ใช้กันฟรี ๆ ด้วย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์เต็ม ๆ ของแอปสามารถซื้อบริการเพิ่มได้เลย

                Uberchords (ฟรีสำหรับ iOS และ Android) อีกหนึ่งแอปที่มาพร้อมกับลูกเล่นช่วยฟัง ครอบคลุมเนื้อหาการเรียนดนตรีระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย น้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาไม่ควรพลาด แอปนี้มีฟังก์ชันรับฟังเสียงกีตาร์จริง ๆ ของเรา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับแต่งคอร์ด เหมาะกับผู้ที่มีกีตาร์เป็นของตัวเองและต้องการฝึกฝนนิ้วให้ชินกับการเล่นเพลง จะแต่งเพลงของเราในแอปเองก็ได้นะ รับรองว่าถูกใจคนทำดนตรีสุด ๆ

                SingTrue แนะนำแอปเกี่ยวกับดนตรีไปเยอะแล้ว ขอชี้เป้าให้กับสายร้องเพลงกันบ้าง SingTrue (ฟรีสำหรับชาว iOS) เป็นแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักหัดร้องมือใหม่ ตัวแอปมีฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย มีเพลงให้ฝึกร้องหลากหลายประเภท ช่วยในการดึงพลังเสียงร้องออกมาได้ดี แถมยังช่วยวิเคราะห์เสียงของเราเป็นฟีดแบ็คส่งกลับมาด้วย

                Learn to Sing เป็นอีกแอปร้องเพลงที่ติดโผ แอปนี้ใช้งานง่าย ๆ คล้าย SingTrue ซึ่งถึงแม้หน้าตาจะโอลด์แฟชั่นหน่อย ๆ แต่บทเรียนจากแอปนั้นมีมากมาย จนทำให้ผู้ใช้งานมองข้ามเรื่องหน้าตาไปได้เลยทีเดียว

                นี่เป็นเพียงตัวอย่างของแอปดนตรีที่เป็นที่นิยมเท่านั้น ซึ่งทางผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จากหลาย ๆ ค่ายก็ยังไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาให้เราได้ใช้กัน เป็นที่แน่นอนว่า ในอนาคตจะมีแอปดนตรีออกมาสู่และผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ อีกมหาศาล ปู่เสื่อรอดาวน์โหลดกันในสโตร์ได้เลย

BTS กับความสำเร็จระดับโลก บทพิสูจน์ว่าดนตรีไร้พรมแดน

เรียกได้ว่าเป็นบอยแบนด์แห่งเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกจริง ๆ สำหรับ บีทีเอส (BTS) หรือที่เรารู้จักกันในนามบังทันบอยส์ จากค่าย Big Entertainment ต้องบอกเลยว่าคนที่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของวงการเคป๊อบ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อของพวกเขา ฉะนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง BTS ในแง่ที่ว่า ในฐานะนักร้องเกาหลีเต็มตัว พวกเขาสามารถสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวงการเพลง และสร้างภาพจำแก่เราในฐานะบอยแบนด์แห่งยุคสมัยได้อย่างไร

สำคัญที่ตัวตน

BTS เป็นวงที่วางคอนเซ็ปท์ชัดเจนว่าต้องการทำเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น ปัญหาและอุปสรรคที่วัยรุ่นต้องเจอ เรื่องเรียน ความรัก ความฝัน ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ความไม่มั่นคงในชีวิต ปัญหาที่พบได้ในสังคม หรือแม้กระทั่งการเมือง เริ่มแรก BTS และต้นสังกัดพยายามพัฒนาแนวดนตรีให้เป็นสากลมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับตลาดสากลเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและจุดยืนของตัวเองไป พอเริ่มมองเห็นทางก็ค่อย ๆ วางเป้าหมายเพื่อก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น พร้อม ๆ กับฐานแฟนคลับที่ขยายใหญ่ขึ้น ก้าวไปสู่เป้าหมายด้วยกัน

การใช้ประโยชน์จากสื่อในยุคดิจิตอล จุดแข็งของต้นสังกัดและของวง

ในด้านการตลาด BTS เลือกที่จะสร้างช่องทางการตลาดขึ้นมาเองผ่านช่องทางสื่อที่เป็นที่นิยมอย่าง Twitter และ YouTube โดยวางคาแรคเตอร์ให้สะท้อนจุดยืนและภาพลักษณ์ของวง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ Twitter เพื่อพูดคุยและทักทายกับแฟน ๆ ทั่วโลกเป็นประจำ การแบ่งปันรูปภาพและเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเพลง ทำให้แฟน ๆ รู้สึกใกล้ชิดกับหนุ่ม ๆ BTS มากขึ้น รวมถึงมีผู้ติดตามใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย การโปรโมทเพลงผ่านช่องทางเหล่านี้จึงทำให้เหล่าแฟนคลับเข้าถึงผลงานได้ง่าย โดยเฉพาะ Twitter ที่มีฟังก์ชันเปิด ‘การแจ้งเตือน’ เมื่อมีการทวิตจากแอคเคาท์ของหนุ่ม ๆ BTS เรียกได้ว่าแฟน ๆ จากต่างประเทศไม่ต้องกลัวตกขบวนกันเลยทีเดียว ตามทันทุกกระแสแน่นอน

คุณภาพงานเพลงที่สม่ำเสมอ จุดยืนที่ชัดเจนในตัวตน ฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และการทำการตลาดโดยอาศัยประโยชน์จากสื่อต่าง ๆ ในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่มีส่วนทำให้ BTS ประสบความสำเร็จในระดับโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา BTS ได้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่อีกครั้ง สื่อในอเมริกาต่างให้ความสนใจและรายงานข่าวชื่นชมการแสดงของ BTS ที่ Citi Field Stadium กันอย่างอึกทึกครึกโครม ปิดฉากทัวร์ “Love Yourself” ในอเมริกาเหนือไปอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม บัตรคอนเสิร์ต 40,000 ที่นั่งโซลด์เอาท์เกลี้ยง สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเกาหลีอันดับหนึ่งที่อเมริกาให้การยอมรับ

มีรายงานข่าวว่ามีแฟน ๆ มากมายมาตั้งเต็นท์รอเข้างานตั้งแต่ 3-4 วันก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม การต้อนรับอันอบอุ่นนี้แสดงให้เห็นว่าอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมแทบไม่มีผลต่อความนิยมของ K-Pop เลย BTS เป็นที่รักของแฟนเพลงในอเมริกามาก พวกเขาได้ใจผู้ชมตลอดทั้งงาน เสียงกรีดร้องฮือฮาของผู้ขมที่สนุกไปกับคอนเสิร์ตของพวกเขาชวนให้นึกถึงการแสดงของ The Beatles ที่ Shea Stadium แต่ BTS สร้างความน่าประทับใจที่แตกต่างจากวงอื่น ๆ ซึ่งก็คือการที่พวกเขายังคงรักษาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเกาหลีเอาไว้ ผ่านบทเพลงที่เป็นภาษาเกาหลีเกือบทั้งเพลง แต่พวกเขากลับทำให้แฟนเพลงชาวอเมริกันกว่า 40,000 คนร้องตามเพลงของพวกเขาได้ตั้งแต่ต้นจนจบการแสดง ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุด… ว่าโลกของดนตรีไม่มีพรมแดน

“ซ่อนกลิ่น” กลับมาอีกครั้งพร้อมกับบทเพลงภาษาสละสลวย อบอวลกลิ่นความเป็นไทย

หลังจากที่ห่างหายไปนานเกือบปี ในที่สุดแฟชั่นไอค่อนแห่งยุค 90 เจ้าของเสียงร้องและแนวดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ ก็ปล่อยเพลงใหม่ออกมาให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกันเสียที ซึ่งเพลงใหม่ล่าสุดเพลงนี้มีชื่อเพราะ ๆ ว่า “ซ่อนกลิ่น” ที่ได้แจ็ป วีรณัฐ ทิพยมณฑล และเงาะ พีระนัด สุขสำราญ นักร้องนำและมือกีตาร์จากจากวง The Richman Toy มาร่วมแต่งเนื้อร้อง เพลงนี้ไม่ได้มีความเป็นไทยแค่ชื่อเท่านั้น แต่เนื้อร้องยังสละสลวยงดงาม ซ่อนลูกเล่นชั้นเชิงให้คนฟังได้ร่วมลุ้นและตีความด้วย

เหตุใดจึงเรียกว่าดอกซ่อนกลิ่น?

                “ซ่อนกลิ่น” มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “หอมไกล” เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรงและหอมนาน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอาง นอกจากนี้ กลิ่นหอมเย้ายวนของซ่อนกลิ่นยังปรากฎอยู่ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผนของสุนทรภู่อีกด้วย ธรรมชาติของซ่อนกลิ่นจะส่งกลิ่นหอมเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าชื่อซ่อนกลิ่นนั้นมาจากการที่ซ่อนกลิ่นไม่มีกลิ่นหอมในตอนกลางวันนั่นเอง

ความเป็นศิลปินของปาล์มมี่ ไอเดียในการทำเพลงที่ซ่อนอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิต

                มีชอบอ่านเกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้ ก็ไปโดนคำว่าซ่อนกลิ่น แล้วก็รู้สึกว่าซ่อนกลิ่นมีสองความหมาย คือซ่อนกลิ่นที่เป็นชื่อดอกไม้ด้วย แล้วก็ซ่อนกลิ่นที่แปลว่าเก็บซ่อนความรู้สึก ซ่อนกลิ่นอายของอดีต เป็นคำตอบที่ฟังดูสบาย ๆ จากปาล์มมี่ ในบทสัมภาษณ์ที่ถามถึงที่มาของชื่อเพลงซ่อนกลิ่น เช่นเดียวกับเพลงที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “นวด” และ “แม่เกี่ยว” แรงบันดาลใจในการทำเพลงของปาล์มนี้เรียบง่ายกว่าที่ใครหลายคนคิด สิ่งที่เธอร้อง ท่วงทำนองที่เธอสื่อสารกับคนฟัง ล้วนแล้วแต่สะท้อนประสบการณ์ชีวิต ความจริงใจ ตัวตน และความเป็นศิลปินของเธอ ที่ไม่ว่าจะพบเจอกับเหตุการณ์ไหนมา เธอก็สามารถนำมาเรียงร้อยและรังสรรค์เป็นบทเพลงได้ทั้งสิ้น

มิวสิควิดีโอที่ถ่ายทอดซีนอารมณ์ที่ต้องเก็บซ่อนของเบลล่า ราณี ซ่อนกลิ่นและซ่อนเธอไว้ในใจ

                ในส่วนของมิวสิควิดีโอใช้วิธีการถ่ายทำแบบลอคเทค ซึ่งเป็นเทคนิคการถ่ายยาวโดยไม่มีคัท ทำให้เห็นถึงซีนอารมณ์ของนักแสดงได้เต็ม ๆ เพลงนี้ปาล์มมี่ตั้งใจจะสื่อถึงอารมณ์อาลัยอาวรณ์ถึงความรักครั้งเก่า ผ่านคนเคยรักที่มีโอกาสได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น ทว่าต่างคนต่างก็กลายเป็น “อดีต” ของอีกฝ่ายไปเสียแล้ว งานนี้ได้เบลล่า ราณี แคมเปน มารับบทนางเอก ซึ่งเบลล่าก็ถ่ายทอดอารมณ์เหงา ๆ เศร้า ๆ คิดถึงคะนึงหาออกมาทางสีหน้าและแววตาได้อย่างไร้ที่ติ สอดคล้องไปกับอารมณ์เพลงชนิดวิต่อวิ สมจริงจนทำให้คนดูมิวสิควิดีโอพากันอินไปตาม ๆ กัน

ซ่อนกลิ่นในฐานะงานเพลงและศิลปะ

                ซ่อนกลิ่นเป็นเพลงไทยร่วมสมัยที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ เนื้อเพลงมีการอุปมาอุปไมยอย่างไทย ถ้อยคำในเพลงคล้องจองกัน เข้ากันได้แบบไม่ขัดหู ดนตรีไม่หนักฟังได้ตลอด ซึ่งส่วนผสมที่กลมกลืนระหว่างความเป็นไทยและเป็นสากลนี้ ไม่ใช่อะไรที่คนฟังเพลงไทยจะพบเจอได้บ่อยนัก จึงไม่แปลกที่ซ่อนกลิ่นจะกลายเป็นเพลงในดวงในของนักฟังเพลงหลาย ๆ คนไปเสียแล้ว

กล่าวได้ว่าซ่อนกลิ่นเป็นเพลงที่เข้าถึงศิลปะ การเล่นคำ การซ่อนความหมาย การสื่อสาร ทั้งหมดสมบูรณ์โดยเอกลักษณ์ของดอกซ่อนกลิ่น ว่าแท้แล้วเราอาจไม่เคยลืมความรักครั้งเก่า ไม่เคยลืมความทรงจำครั้งก่อน เราเพียงซ่อนมันไว้สักที่หนึ่ง

4 เนื้อเพลงที่แต่งขึ้นจากดราม่าร้อนแรงปี 2018

ปี 2018 ที่ผ่านมา ทางฝั่งอเมริกามีเพลงฮิตติดกระแสจากเหล่านักร้องชื่อดังถูกปล่อยออกมาอย่างมากมาย งานนี้เรียกได้ว่าปล่อยของอย่างไม่มีกั๊กกันเลยจริง ๆ เราจะมาย้อนดูกันว่าว่าเพลงสากลไหนเพลงไหนบ้างที่ฮิตติดลมบน ดนตรีเต้นได้เนื้อร้องจำง่าย และนอกจากจะบรรจุกลิ่นอายของปี 2018 เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว เพลงเหล่านี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากดราม่าร้อนที่เป็นประเด็นในโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วย น่าสนใจใช่ไหมล่ะ

Thank you, Kayne, very cool.” – The 1975, Love it if we made it

                เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเพลงของ 1975 สื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่เท่าเทียม ความรุนแรง การเหยียดเพศและเชื้อชาติ สงคราม ยาเสพติด ฯลฯ เพลง Love it if we made it มีเนื้อร้องที่พาดพิงถึงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐคนปัจจุบัน Donald Trump ถึงสองครั้ง ในท่อน “I moved on her like a bitch / Excited to be indicted” ซึ่งประโยคแรกถูกตัดตอนมาจากคลิปเสียงช่วงหนึ่งของ Trump ที่แสดงทัศนคติในเชิงเหยียดเพศหญิง และท่อน “Thank you, Kayne, very cool” มาจากการที่ Trump ทวิตขอบคุณ Kanye West หลังจากที่ Kanye ออกมาแสดงความสนับสนุนต่อเขา ทำให้เพื่อนร่วมวงการหลายคนแห่กันเลิกติดตามเขาทางทวิตเตอร์ เพราะไม่เห็นด้วยกับการแสดงจุดยืนครั้งนี้

Youre hiding a child, let that boy come home Pusha T, The story of Adidon

                กลายเป็นดราม่าร้อนฉ่าในโลกโซเชียลไปพักใหญ่สำหรับ Drake ที่มีเพื่อนร่วมวงการคนนู้นคนนี้ออกมาแขวะตลอดอย่างไม่มีพัก ล่าสุดถูก Pusha T คู่อริแร็ปเปอร์แต่งเพลงแฉว่าเขาแอบไปมีลูกลับ ๆ กับดาราหนัง 18+ ซึ่งทางตัวแทน Drake ก็รีบออกมาแถลงว่า “เขาเชื่อว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเขา แต่ถ้านั่นเป็นลูกของเขาจริง เขาก็จะทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อเด็ก” ซึ่งเวลานั้นหลายฝ่ายต่างเชื่อว่านี่เป็นเรื่องสร้างกระแสลวงโลก หากมีการตรวจ DNA ก็จะทำให้ข้อกล่าหาทั้งหมดกระจ่าง ในเพลง The story of Adidon ท่อน “You’re hiding a child” โจมตีประเด็นที่ Drake ไม่กล้าออกมายอมรับว่าเป็นพ่อเด็ก และท่อน “Let that boy come home” แสดงให้เห็นว่า Pusha T ถือไพ่เหนือกว่าเรื่องลูกชายของ Drake ถึงขั้นสั่งสอน Drake ให้ทำหน้าที่พ่อบ้าง ซึ่งล่าสุด Drake ก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า Adonis คือลูกชายของเขา ท่ามกลางกระแสโจมตีของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค สมใจแร็ปเปอร์หนุ่มสัญชาติแคนาดา Pusha T เขาล่ะ ทีใครทีมันจริง ๆ

One taught me love, one taught me patience, and one taught me painAriana Grande, Thank u, next

ในปีที่ผ่านมา Ariana Grande ได้สูญเสียอดีตคนรักอย่าง Mac Miller แร็ปเปอร์หนุ่มที่เธอคบหามานานร่วม 2 ปี และเพิ่งจะเลิกรากันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเธอได้เปิดเผยการเลิกราผ่านทาง Instagram อย่างไม่มีหมกเม็ด ถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ที่เป็นสาธารณะที่สุดเลยก็ว่าได้ ทว่าท่ามกลางความสูญเสียอันน่าเศร้าสลดนี้ นักร้องสาวรุ่นเล็กวัย 25 ปีกลับถูกวิพากย์วิจารณ์และตำหนิโดยมนุษย์คีย์บอร์ดในโลกโซเชียล ซึ่งเธอก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้ แต่เธอกลับขอบคุณอดีตคนรักที่ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งเช่นในวันนี้ผ่านเพลง Thank u, next ที่ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยผู้ฟังส่วนใหญ่บอกว่าเพลงนี้ช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามการเลิกราของตนเองกับแฟนเก่าได้

My pussy wrote a thesis on colonialism” – Noname, Self

                “Self” เพลงแร็ปเบา ๆ ฟังสบายหูเพลงนี้มากจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Room 25 ของ Noname แร็ปเปอร์สาวจากชิคาโก้ ซึ่งพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันบนโลกของเราแบบแสบ ๆ คัน ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องพระเจ้า ศาสนา ความไม่เท่าเทียมทางเพศ เชื้อชาติ การหย่าร้าง ฯลฯ ในเพลงนี้เธอเล่นกับมุกตลกที่สังคมเหมารวม (Stereotype) ว่าผู้หญิงไม่สามารถแร็ปได้ ท่อน “My pussy wrote a thesis on colonialism” เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของเพศหญิงอย่างสุดโต่งและทรงพลัง “คุณคิดว่าผู้หญิงแร็ปไม่ได้เหรอ? ฉันเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องอาณานิคมด้วยอวัยเพศของฉันเลยล่ะ” ทันทีที่ Self ถูกปล่อยออกมาก็สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก จนหลายคนยกให้เป็นสุดยอดเนื้อเพลงแห่งปีไปแล้ว

นี่เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของเพลงที่ถูกแต่งขึ้นจากประเด็นร้อนในสังคมเท่านั้น ยังมีอีกหลายเพลงที่ชำแหละลึกลงไปในปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่เรามองข้ามไป ในส่วนของปี 2019 เราก็มารอลุ้นกันดีกว่าว่าจะมีเรื่องราวดราม่าไหนบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานเพลงฮิต ๆ ขึ้นมาอีก ซึ่งไม่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของโลกโซเชียลหนักขนาดไหน คนที่ได้กำไรเต็ม ๆ ก็คือวงการเพลงและคนฟังเพลงอย่างพวกเรานี่เอง

ชวนฟัง Lo-fi Hip Hop เพลงฮิปบรรเทาความเหนื่อยล้า 10 เพลง

ยิ่งเทคโนโลยีเปิดกว้างเท่าไหร่ ช่องทางในการรับฟังเพลงของเราก็ยิ่งหลากหลายมากขึ้นเท่านั้น การฟังเพลงออนไลน์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งของการฟังเพลงที่สะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิตอล สามารถฟังเพลงได้มากมายหลายล้านเพลงจากค่ายเพลงทั่วโลก แถมยังไม่ต้องคอยโหลดเพลงเก็บไว้ให้เปลืองความจุเครื่อง ขอแค่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็สามารถฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว

แพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์ที่คนไทยเราคุ้นเคยกันดีก็มีตั้งแต่ Apple Music, Spotify, JOOX ไปจนถึงแพลตฟอร์มที่มีคนฟังเพลงเยอะที่สุดอย่าง YouTube ซึ่งเหตุผลที่ YouTube มีผู้ใช้บริการฟังเพลงมากที่สุดก็เพราะว่า “ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม” ในการฟังเพลงนั่นเอง และหนึ่งในแนวเพลงสุดฮิตใน YouTube ก็คือเพลงแนว Lo-Fi Hip Hop ที่มีภาพปกวิดีโอเป็นภาพวาดหรือภาพถ่ายสวย ๆ หรือภาพตัวละครจากอนิเมะยุค 90s

หลาย Chanel ที่สตรีมเพลง Lo-fi Hip Hop มียอดผู้ติดตามพุ่งสูงถึงหลักล้านภายในระยะเวลาไม่ถึงปี ถือเป็นวิวัฒนาการทางดนตรีที่ท่าสนใจทีเดียว

คำว่า Lo-Fi ย่อมากจาก Lo-Fidelity คือกระบวนการทำเพลงให้มีคุณภาพต่ำหรือฟังดูเหมือนคุณภาพต่ำ อาจจะด้วยการทำให้เสียงบิดเบี้ยวหรือปล่อยเสียงแทรกรบกวนทิ้งไว้ บางเพลงก็จะมีการตัดบางท่อนของเพลงคลาสสิคหรือเพลงเก่า ๆ หรือบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวข้องกับเพลงมารีมิกซ์ลงไปด้วย

สำหรับเอกลักษณ์ของเพลง Lo-Fi นั้นแทบจะไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องเป็นเรื่องเป็นราว เปิดฟังได้เรื่อย ๆ สบาย ๆ บีทฮิปฮ็อปช้า ๆ พอโยก มีเสียงกรุ๊งกริ๊งหรือเสียงรบกวน (Noise) พอให้โลกสดใส ไม่หม่นและเหงาจนเกินไปนัก นั่นคงเป็นคำจำกัดความอย่างง่ายที่สุดของ Lo-Fi Hip Hop แล้ว

หรือหากจะเปรียบเทียบกับคน เพลง Lo-Fi Hip Hop ก็เป็นเหมือนเพื่อนเก่าที่พร้อมจะนั่งอยู่ข้าง ๆ เรา คอยปลอบโยนเราโดยไม่พูดอะไรให้มากความ เพราะเพื่อนคนนี้ไม่ใช่คนที่ช่างพูดนัก รวมถึงไม่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับใคร ไม่ชอบส่งเสียงดัง มักจะหลีกเลี่ยงเป็นจุดเด่น เกลียดความฉูดฉาด รักที่จะอยู่เงียบ ๆ ในมุม เป็นคนที่ไม่หวือหวาเอาเสียเลย แต่ก็มีความเป็นตัวเองสูง เหมือนพวกนิสัยติสท์ ๆ น้อยแต่มาก เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ต้องการความเข้าอกเข้าใจ แต่ในความเป็นตัวตนของเพื่อนคนนี้ กลับไม่ทำให้เรารู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดแต่อย่างใด Lo-Fi Hip Hop คงเติบโตขึ้นในฐานะเพลงที่เป็นเหมือนที่พักใจด้วยเหตุนี้เอง

เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่เคยเปิดเพลง Lo-Fi Hip Hop ฟังระหว่างทำงาน ทบทวนบทเรียน ทำการบ้าน งานบ้าน หรือกระทั่งเปิดฟังเฉย ๆ เพื่อบรรเทาความเหนื่อยกายเหนื่อยใจกันมาแล้ว แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยฟังเพลงแนว Lo-Fi เลย เราขอแนะนำ Lo-Fi  เพราะ ๆ ให้ลองฟังทั้งหมด 10 เพลงด้วยกัน เพื่อเป็นทางเลือกในการคลายเครียด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะ ของเขาดีจริง

90sFlav call me

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=VLtSCBSaCIQ

Samashi Night drive

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=BQ72Obl5XQQ

Fiji.water You taught me how to feel again

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=12-qbNijzkA

BLVK. –

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=Ofq5ARwFLGk

The Deli 5:32PM

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=ADp9P3p85w0

Dante. – They say

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=nExTZxA1WYc

Kawfee Heard you were back in town

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=Z6TwACngjmk

xJK. – Sheer cold

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=uetednJLZM4

dwyer & borealism depths              

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=IVmSghJMBB0

Noize sunset blvd              

ลิงก์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=C1HvAAwSBSU

                จะเห็นว่าเพลง Lo-Fi แต่ละเพลงนั้นมีความยาวแค่ราว ๆ สองนาทีเท่านั้น ผ่านไปไม่กี่อึดใจเพลงก็จบเสียแล้ว ใน YouTube จึงมีผู้นิยมทำเพลย์ลิสต์ที่รวบรวมเพลง Lo-Fi เอาไว้ด้วยกันหลายเพลงเพื่อให้เราได้ฟังเพลงกันเพลินๆ ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นยังมีเพลงแบบเล่นวนซ้ำทั้งชั่วโมงอีกด้วย หรือหากยังรู้สึกไม่เต็มอิ่ม ก็สามารถเสิร์ชหาสตรีมเพลงสดที่เปิดเพลง Lo-Fi ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งก็มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกแวะเวียนกันไปฟังอย่างไม่ได้ขาด จนแทบจะกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการทำมาหากินของเหล่ายูทูบเบอร์เลยก็ว่าได้

                สุดท้าย ในยุคที่เพลงที่ดีถูกจำกัดความด้วยคุณภาพเสียงที่สูง เรากลับหลงเสน่ห์เพลงบีทจังหวะเนิบ ๆ เหงา ๆ ดิบเบลอ และแตกหักอย่าง Lo-Fi Hip Hop อย่างเป็นที่น่าประหลาดใจ

Bodyslam ชื่อนี้คือวงร็อคอันดับหนึ่งตลอดกาลของประเทศไทย

                หลายคนโตมากับเพลงดังยอดฮิตจากวงร็อควงนี้ หลายคนเสียน้ำตาให้กับเพลงของวงร็อควงนี้ และหลายคนมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปจากวงร็อควงนี้ เรียกได้ว่าเป็นวงร็อคอันดับหนึ่งของประเทศจริง ๆ ไม่มีใครในตอนนี้ที่ไม่รู้จักนักร้องนำของวงนี้ ที่ได้อุทิศตัวทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อสังคมจนกลายเป็นข่าวใหญ่ของทั้งประเทศ และมีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือน

ซึ่งตอนนี้ Bodyslam ได้เดินทางอยู่ในถนนสายดนตรีนี้มากว่า 13 ปีแล้ว มีทั้งหมด 7 อัลบั้มด้วยกัน มีอยู่จำนวนไม่กี่วงที่สามารถทำเพลงคุณภาพจนออกมาดังเกือบทั้งอัลบั้มได้ขนาดนี้ และแต่ละเพลงได้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดความหลากหลาย ฟังแล้วไม่เบื่อและยังเพราะกินใจอีกด้วย รวมไปถึงยังเป็นวงที่เคยได้ไปเล่นคอนเสิร์ตที่ราชมังคลากีฬาสถานด้วยจำนวนคนทั้งหมด 65,000 คน ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้ และเหตุการณ์นั้นจะกลับมาอีกครั้ง ในเร็ว ๆ นี้

ความรู้สึกนั้นจะกลับมา คอนเสิร์ตใหญ่ราชมังคลากีฬาสถานในปีหน้า

ข่าวสด ๆ ร้อน ๆ ได้ออกมาแล้ว เกี่ยวกับการประกาศคอนเสิร์ตใหญ่ยักษ์ของวง Bodyslam ที่กำลังจะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และคาดว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตใหญ่ที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก ไม่ต่างกับคอนเสิร์ตคราม ที่นี่เมื่อ 9 ปีที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกการทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้มใหม่ล่าสุด วิชาตัวเบา ที่ได้ปล่อยซิงเกิลออกมาแล้วสามเพลงอีกด้วย

วง Bodyslam นั้นเกิดขึ้นจากแข่งขันประกวดวงดนตรีที่ไม่มีใครไม่รู้จัก นั่นก็คือ Hotwave Music Award ซึ่งในตอนนั้น วง Bodyslam ใช้ชื่อวงว่า ละอ่อน โดยมีสมาชิกเป็น ตูน ปิ๊ด และเพื่อน ๆ หลังจากที่ได้รางวัลชนะเลิศมาแล้ว ก็ได้มีโอกาสทำเพลงและอัลบั้มเป็นของตัวเอง ซึ่งก็มีหลากหลายเพลงที่ดังติดหูเราถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็น ให้รักคุ้มครอง หวั่นไหว ปลายทาง ความซื่อสัตย์ และชีวิตที่เหลืออยู่ ต่อมาไม่นานก็ได้มีการเปลี่ยนสมาชิกวงโดยได้นำ ยอด และ ชัช มาแทนในตำแหน่งกีต้าร์และกลอง และได้สร้างสรรค์ผลงานที่ดังจนถึงขีดสุดของประเทศอย่าง ยาพิษ อกหัก รวมไปถึงยังมีการนำมือเปียโนที่เล่น back-up ให้กับ Bodyslam ในเพลงอกหัก และเพลงอื่น ๆ ที่มีเปียโน ให้กลายมาเป็นสมาชิกหลักของวง นั่นก็คือ โอม มือเปียโนนั่นเอง จากนั้นเพลงของ Bodyslam ก็ได้มีสีสันมากขึ้น เช่น แสงสุดท้าย และครามเป็นต้น

ณ ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาจนถึงอัลบั้มที่ 7 แล้ว ความใฝ่ฝันของพวกเขายังไม่หยุดลง และยังคงเดินหน้าผลิตผลงานคุณภาพต่าง ๆ ให้เราได้รับชม และ 13 ปีนี้ได้เกิดความทรงจำต่าง ๆ ขึ้นมากมาย เราจะได้มาทบทวนมันกันอีกครั้งใน คอนเสิร์ต Bodyslam ครั้งใหญ่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 ที่จะถึงนี้

หมดปัญหาตีกลองเสียงดังรบกวนข้างบ้าน ด้วยกลองไฟฟ้า Mini-Plus ED 9

                ปัญหาที่มือกลองทุกคนจะต้องเจอแน่นอน ก็คือการฝึกซ้อมที่อาจจะรบกวนเพื่อนบ้าน กลองเป็นเครื่องดนตรีที่สำคัญมากสำหรับการเล่นเป็นวง แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็นเครื่องดนตรีที่ไม่สามารถเล่นคนเดียวและทำให้เกิดเสียงเพลงที่ไพเราะได้เหมือนกับกีต้าร์ หรือเปียโน รวมไปถึงเสียงของมันนั้นเป็นที่น่ารำคาญและดังกังวาลรบกวนคนที่อยู่ละแวกนั้นเป็นอย่างมาก ทำให้พ่อแม่หลายคนที่มีลูกอยากเป็นมือกลองนั้นไม่ค่อยสนับสนุน

แน่นอนว่าปัญหานี้สามารถถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดายด้วยเทคโนโลยีกลองไฟฟ้า ไม่มีเสียงรบกวนและให้เสียงที่คล้ายกับกลองจริงได้ ซึ่งกลองไฟฟ้าก็ถูกพัฒนามาเรื่อย ๆ จนทำให้ตอนนี้มีออกมามากมายหลายรุ่นที่มีความสามารถมากมาย และราคาสบายกระเป๋า หนึ่งในนั้นก็คือ Mini-Plus Ed 9 นั่นเอง

กลองหนังมุ้งคุณภาพเกินราคา พร้อมอุปกรณ์และของแถมครบครัน

                กลองไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เราจะเห็นกันจะเป็นพวกกลองที่มีหนังเป็นยาง เมื่อตีแล้วจะมีการ Rebound ที่เด้งมาก ทำให้ตีได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมไปถึงฟังก์ชันการปรับเปลี่ยนเสียงกลองต่าง ๆ ใน Module ได้ แต่ปัญหาก็คือสัมผัสการตีลงบนหนังที่เป็นยางนั้น ไม่สามารถให้ความรู้สึกเหมือนตีบนหนังกลองจริง ๆ ได้ และเสียงกลองนั้นก็ไม่สมจริงมากพอ

Midi-Plus รุ่น ED 9 นี้สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ได้ทั้งหมด ด้วยความเป็นกลองไฟฟ้า แน่นอนว่าสามารถเก็บเสียงรบกวนที่จะเกิดขึ้นตอนตีได้ รวมเสียงกลองที่ได้รับลิขสิทธิ์เพื่อทำการบันทึกเสียงกลองชุดคุณภาพดีมากมายหลายชุด ทำให้เสียงกลองทุกใบและทุก Preset นั้นเป็นเสียงกลองที่มีคุณภาพอย่างมาก นอกจากนี้ กลองหนึ่งใบนั้นสามารถที่ได้ทั้งหมดสองส่วน คือส่วนของหนังกลองและส่วนของขอบ ซึ่งสามารถตั้งเสียงให้แตกต่างกันได้อีกด้วย โดยกลองที่จะมากับชุดนั้นมีทั้งหมด 6 ใบ ส่วนแฉต่าง ๆ นั้นมีให้ 4 ใบ โดยปกติแล้ว กลองไฟฟ้านั้น ในเซตจะมีแฉเพียงแค่ 3 ใบและกลองอีก 5 ใบ เท่านั้น และที่สำคัญก็คือ หนังของกลองทุกใบนั้นไม่ได้ทำมาจากยาง แต่จะขึงเป็นหนังมุ้งสาน ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนกับการตีบนหนังของกลองจริง รวมไปถึงตัวแฉที่แถมมาในชุดนั้น สามารถเซตให้เป็น Ride และตีได้สามส่วน ตัว Ride ปลาย Ride และหัว Ride ให้สมจริงได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ผู้เล่นสามารถที่จะทำการบันทึกเสียงกลองที่ตนเองได้ตีไว้ และสามารถเปิดเพลงจากมือถือ หรือเครื่องเล่นเพลง และตีตามได้อีกด้วย เป็นกลองไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์มือกลองที่ไม่มีเงินทำห้องเก็บเสียง และซื้อกลองชุดมาซ้อมเองที่บ้าน พร้อมด้วยของครบเซตและราคาไม่แพงมาก

PSR 275 คีย์บอร์ดรุ่นเก่า แต่เก๋า ราคาถูก เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่น

                เปียโน เป็นเครื่องดนตรีอันดับต้น ๆ ที่ผู้ปกครองหลายคนอยากที่จะให้ลูกหลานได้เล่นกัน เนื่องจากเป็นเครื่องดนตรีที่เล่นได้อย่าง และสามารถเล่นเป็นเพลงให้ไพเราะได้ รวมไปถึงเรื่องของการฝึกสมาธิและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ บางครอบครัวที่มีเงิน ก็ซื้อเปียโนมาไว้ที่บ้านและจ้างคุณครูมาสอน แต่สำหรับครอบครัวที่ไม่มีเงินมากขนาดนั้น อาจจะซื้อมาไว้ที่บ้านไม่ไหว เนื่องจากเปียโนนั้นมีราคาที่สูงมาก และกินพื้นที่มากอีกด้วย

ดังนั้น คีย์บอร์ดจึงเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการจะฝึกเล่นเปียโน ราคาไม่แพง และไม่กินพื้นที่ในบ้าน ซึ่งก็มีติดไว้กันเกือบทุกบ้าน ถึงแม้ว่าน้ำหนักของแป้นกด หรือขนาดและจำนวนคีย์จะไม่เหมือนกับเปียโน แต่ก็สามารถใช้แทนกันได้ และยังสามารถที่จะใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อีกด้วย ซึ่งก็มีอยู่หลายรุ่นและหลายยี่ห้อด้วยกัน แต่ในบทความนี้จะยกตัวอย่างคีย์บอร์ดคุณภาพราคาถูกหนึ่งรุ่นที่อยากจะแนะนำ นั่นก็คือ Yamaha PSR 275 นั่นเอง

คีย์บอร์ดคุณภาพเกินราคา มาพร้อมฟังก์ชันมากมายที่สามารถเล่นเป็นเพลงไม่ยาก

                ถ้าพูดถึงแบร์น Yamaha แล้ว ถือว่าเป็นแบรนเครื่องดนตรีคุณภาพ ที่มีราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่ Yamaha ก็ไม่ได้มีสินค้าเพียงแค่ประเภทที่มีราคาสูงเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีสินค้าที่ลดระดับลงมาให้อยู่ในราคาที่ไม่แพงมาก และคนธรรมดาพอที่จะซื้อไปฝึก หรือไปเล่นได้ PSR 275 เป็นหนึ่งในสินค้าเหล่านั้น

แน่นอนว่าประสิทธิภาพของมันคงสู้กับเปียโนตัวละแสนกว่าบาท หรือคีย์บอร์ดแปดกว่าคีย์ไม่ได้แน่ ๆ แต่ถ้าเทียบกับคีย์บอร์ดราคาพอประมาณยี่ห้ออื่น ๆ รับรองได้ว่าไม่น้อยหน้าอย่างแน่นอน เริ่มจากตัวเสียงหลักที่เป็นเสียงเปียโน PSR ก็ทำได้ดี เสียงมีความคล้ายเสียงเปียโนจริงอยู่มาก รวมไปถึงฟังก์ชัน Touch หรือการกำหนดน้ำหนักของตัวแป้นคีย์ได้ หากเรากดแรง เสียงก็จะดัง ถ้ากดเบา เสียงก็จะเบาตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น โดยปกติแล้วการเล่นเปียโนนั้นจำเป็นต้องมี pedal อุปกรณ์ตัวเหยียบเพื่อสร้างเสียง sustain หรือทำให้เสียงเปียโนยาวขึ้นนั่นเอง และคีย์บอร์ดส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้ ยกเว้นการซื้อ pedal มาเสียบแยกเท่านั้น แต่ PSR 275 นี้สามารถทำได้ แค่กดปุ่ม sustain ที่มีให้ คีย์บอร์ดของคุณก็จะมีเสียงยาวกังวานขึ้นทันทีโดยไม่ต้องพึ่ง pedal เลย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนเสียงได้ถึง 480 เสียง มาพร้อม Pre-set จังหวะอีกร้อยกว่าจังหวะ และในแต่ละจังหวะนั้น ก็จะมี Pre-set ของ Intro และ ending ให้อีกด้วย สามารถเลือกเล่นกันได้ตามสบาย และใช้งานได้ง่ายดายมาก

ถ้าใครที่กำลังอยากจะฝึกเล่นเปียโน แต่มีเงินไม่เพียงพอ อยากแนะนำให้ลองใช้คีย์บอร์ดที่ราคาไม่สูงมากมาฝึกแทนก่อน และค่อย ๆ เก็บเงินซื้อเมื่อเล่นเก่งแล้วก็ได้ Yamaha PSR-275 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมให้กับคุณเก็บไว้พิจารณากันดู

“หวานเจี๊ยบ” วลีเด็ดจากศิลปินนักร้องหุ่นหมีจอมเกรียนแห่งยุค ปราโมทย์ ปาทาน

                กลายมาเป็นทั้งพิธีกร นักแสดง และตลกไปในตัวกับ ปราโมทย์ ปาทาน ศิลปินจากค่ายเพลง White Music เรียกได้ว่ายังอยู่ในช่วงขาขึ้นเป็นอย่างมากสำหรับเขาคนนี้ เห็นหน้าเห็นตากันอยู่ในหลาย ๆ รายการ รวมไปถึงงาน event และงานเพลงต่าง ๆ แน่นอนว่าเขาเป็นคนตลก เฮฮา สนุกสนาน ทำให้ Character นี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลาย ๆ คน

ก่อนที่เขาจะกลายมาเป็น โอ๊ต ปราโมทย์ แบบทุกวันนี้ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบมาก่อนว่ามีเพลงดังในอดีตที่เขาเป็นคนร้องอย่างเพลง ที่รัก ที่ใช้ประกอบละครเรื่อง เกมร้าย เกมรัก ที่มีณเดช และญาญ่าเป็นพระ นาง หลังจากนั้นเขาก็ได้หายหน้าหายตาไป จนเกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้เขาได้กลายมาเป็นเขาเหมือนทุกวันนี้

อีกด้านมุมหนึ่งของ โอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ผู้ชายที่มีความสามารถมากกว่าการร้องเพลง

                จุดเปลี่ยนที่ว่านั้นมาจากรายการหนึ่งใน YouTube ในตอนนี้ชื่อรายการว่า Driver ซึ่งเป็นรายการที่จะมีโอ๊ตเป็นคนขับรถ และจะมีเพื่อนสนิทของเขาอีกสองคนคือ พลอย หอวัง และพิชญ์ กาไชย นั่งมาในรถด้วยกัน ซึ่งในรถก็จะพูดคุยกันไปตามปกติ มีเล่นกัน แซวกัน ยิงมุขใส่กันแบบเป็นธรรมชาติ ไม่มีสคริปต์ใด ๆ บางครั้งก็จะมีการนำเอาแขกรับเชิญที่เป็นดารา ศิลปินต่าง ๆ มาร่วมแจมกัน ให้สัมภาษณ์

ด้วยความที่เป็นรายการที่ไม่มีสคริปต์ ทำให้ทุกคนเป็นธรรมชาติ เหมือนพูดคุยกันตามปกติ ยิงมุข สนุกสนาน เฮฮากันได้เต็มที่ ทำให้โอ๊ต ปราโมทย์ ได้เป็นตัวของตัวเองขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาไม่มีโอกาส หรือช่องทางที่เขาจะสามารถเป็นตัวเองได้ขนาดนี้ ทำให้เริ่มมีคนเข้ามาดู และให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก สุดท้ายบุคลิกนี้ของโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทานกลับได้รับความนิยมอย่างสูง และจำนวนผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นโอ๊ตก็ได้เริ่มไปจัดรายการวิทยุ อย่างจันทร์ช็อคโลก และเป็นพิธีกรในรายการบนยูทูปต่าง ๆ มากมาย แต่เรื่องของงานเพลงเขาก็ไม่ได้ทิ้งไปไหน เขาได้ตัดสินใจที่จะทำเพลงของตัวเองขึ้นมา ในตอนนี้ได้ปล่อยออกมาสามเพลง เรียกได้ว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจนล้นหลามทั้งสามเพลง นั่นก็คือ เมื่อวาน คิดถึงจัง(มาหาหน่อย) และ ติดตลก ทั้งสามเพลงนี้ติดชาร์จจากหลายคลื่นวิทยุ และยอดวิวบนยูทูปขึ้นเป็นหลักล้านทั้งหมด เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้มีความสามารถแค่การเป็นนักร้องเสียงดีเท่านั้น เขายังมีความเป็น entertainer พิธีกร หรือการเล่นมุขต่าง ๆ ที่เป็นธรรมชาติและสนุกสนานอีกด้วย

นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สามารถบอกได้ว่า การที่เราเป็นแล้วไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด ให้เรายังคงความเป็นเราต่อไป หาสิ่งที่เราชอบสิ่งที่เรารักให้เจอ ถึงแม้จะใช้เวลานานขนาดไหน แต่ถ้าเรายังไม่หมดหวัง ยังพยายามต่อไป วันนึงมันก็จะเป็นวันของเราเองเช่นกัน

งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง ผลงานเก่าที่เล่าใหม่ในแบบฉบับไทยประกอบละครลูกไม้ลายสนธยา

                หลายคนเคยได้ฟังเพลงนี้ และหลงรักท่วงทำนองที่ไพเราะในแบบฉบับของวงดนตรี rock orchestra ที่มีชื่อเสียงอีกวงหนึ่งของประเทศไทย นั่นก็คือวง Cocktail ซึ่งได้ปล่อยเพลงนี้ออกมาในปี 2011 เพลงนี้ได้แขกรับเชิญสุดพิเศษมาร่วม featuring ด้วย เนื่องจากเพลงนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับคู่รักในงานเต้นรำ ดังนั้นจึงมีฝ่ายหญิงอีกหนึ่งคนมาช่วยถ่ายทอดเพลงนี้ให้ได้อารมณ์ยิ่งขึ้น นั่นก็คือ นิว นภัสสร หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ นิว จิ๋ว นั่นเอง

โดยเพลงนี้แต่งเนื้อร้องและทำนองโดยปัณฑพล ประสารราชกิจ หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย แต่ถ้าพูดอีกชื่อหนึ่งขึ้นมา รับรองว่าต้องร้องอ๋อกันทุกคน เขาคนนี้ก็คือ โอม Cocktail นักร้องนำนั่นเอง และมาถึงปีนี้ เพลงนี้ถูกกลับมาทำใหม่อีกครั้งในสไตล์ไทย ๆ เพื่อใช้ประกอบละครเรื่องลูกไม้ลายสนธยา ความจริงแล้วนั้น โอม Cocktail ไม่ได้มีดีแค่เรื่องของการร้องเพลงเท่านั้น เขายังมีอีกหลายสิ่งและหลายความสามารถที่น่าสนใจ เราลองมาดูกัน

โอม Cocktail นักร้อง นักพูด และนักกฎหมาย ลูกผู้ชายตัวอย่างมากความสามารถ

                โอม Cocktail ถือว่าเป็นอีกศิลปินที่มีคนจับตามองเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแต่ละเพลงของ Cocktail ที่ปล่อยออกมานั้น เป็นเพลงที่ดี และมีคุณภาพเป็นอย่างมาก ฟังแค่ไม่กี่ครั้งก็ติดหู รวมไปถึงเนื้อร้องที่มีการใช้คำภาษาไทยที่สวยงาม เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เขาคนนี้คือหน้ากากหอยนางรม ที่ได้สร้างผลงานการ Rearrange เพลงตราบธุลีดิน ของปู่จ๋านลองไมค์ หมดห่วงของ ตั๊ก มยุรา และหน้าหนาวที่แล้วของ The Toys จนมียอดวิวในยูทูปเป็นร้อยล้าน และดังไปทั่วโลก

นอกจากความสามารถในการแต่งเพลง การร้องเพลงแล้ว เขาคนนี้ยังเป็นคนรุ่นใหม่ที่ถือว่ามีความคิดที่ดี มีเหตุผล และมีความเป็นผู้ใหญ่สูง หลาย ๆ คนที่เคยดูคอนเสิร์ตของวง Cocktail อาจจะสังเกตได้ว่า จะมีการพูดเกริ่นก่อนที่เข้าสู่เพลง โดยเป็นประโยคสั้น ๆ แต่มันกินใจ และสัมผัสใจของใครหลาย ๆ คนได้ รวมไปถึงเป็นกำลังใจให้ใครที่กำลังเสียใจ หรือทุกข์ใจอยู่ได้ นอกจากนั้นเขายังเคยออกมาพูดถึงเปรี้ยว ฆาตกรรมในคดีดังฆ่าหั่นศพ ในแง่ของความคิดเห็นและกฎหมาย จนทำให้มีผู้คนติดตามมากมายและกลายเป็นไอดอลของใครหลาย ๆ คน เนื่องจากความจริงแล้วเขาจบการศึกษาปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ สาขาการปกครองเมือง และมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ คณะนิติศาสาตร์ สาขากฎหมายมหาชน เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และจบการศึกษาระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง นิติศาสตร์บัณฑิตอีกด้วย

และที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งก็คือการเป็นทั้งสามี และพ่อที่ดีให้กับครอบครัว เขาแต่งงานด้วยวัยเพียง 24 ปี และคบกับภรรยาสาว เพ็ญได้แค่หนึ่งปี แต่ก็ด้วยคำพูดสุดคมที่ได้กล่าวว่า เขาอยากที่จะเป็นสุนัข ที่มีปลอกคอและดูแลเจ้านายให้ดีที่สุดนั้น จึงทำให้ทุกคนเข้าใจในการตัดสินใจของเขา และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถทำหน้าที่ของเขาได้ดีจริง ๆ เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม และเอาไปเป็นตัวอย่างอย่างยิ่ง