ภาพยนตร์เพลงอุ่นหัวใจที่หยิบมาดูเมื่อไรก็ยังรู้สึกดี

ความบันเทิงด้านภาพกับเสียงเป็นสิ่งที่แยกขาดออกจากกันแทบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นละครหรือภาพยนตร์แบบไหนก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีเสียงดนตรีเป็นส่วนประกอบแทบทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันเพลงเองก็ต้องมีภาพยนตร์สั้นๆ ประกอบเป็นมิวสิควิดีโอเพื่อบอกเล่าเรื่องราวอีกเช่นกัน ทั้งสองสิ่งคือความบันเทิงที่เกื้อกูลกันตลอดมา นอกจากนั้นภาพยนตร์และละครบางรูปแบบยังมีเพลงร้องเป็นแก่นของเรื่อง ใช้บอกเล่าเรื่องราวความรู้สึกในจุดสำคัญต่างๆ แทนบทพูดเราเรียกศิลปะแขนงนี้ว่าละครเพลงและภาพยนตร์เพลง ในส่วนภาพยนตร์เพลงของไทยเราส่วนใหญ่จะเป็นแบบอุ่นหัวใจที่กลับไปดูเมื่อไรก็ยังรู้สึกดี ซึ่งภาพยนตร์เพลงที่อยู่ในความทรงจำของหลายๆ คนก็มีดังต่อไปนี้

                แฟนฉัน ภาพยนตร์ย้อนวันวานในยุค 80’s ดำเนินเรื่องด้วยกลุ่มเด็กๆ ที่มีชีวิตผูกพันกับการละเล่นพื้นบ้าน ความรักหวานแหววแบบเด็กๆ และเพลงฮิตในยุคนั้น หลายๆ ฉากอย่างการปั่นจักรยาน งานแสดงของโรงเรียนหรือฉากที่เด็กๆ เล่นกันประกอบไปด้วยเพลงสากลรุ่นเดอะแทบทั้งสิ้นและนั่นเหมือนไทม์ แมชชีนพาคนดูที่เคยผ่านช่วงเวลานั้นย้อนกลับไปยังสมัยที่ตัวเองยังไม่ประสาเช่นเดียวกัน

                Suck Seed ห่วยขั้นเทพ เรื่องราวของเด็กวัยมัธยมที่เล่นดนตรีห่วย ร้องเพลงห่วย แต่งเพลงก็ห่วยแต่กล้าฝันพาตัวเองขึ้นเวทีประกวดดนตรีระดับประเทศ แม้จะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องโดยตรงแต่หลายคนยอมรับว่านี่เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ย้อนวันวานให้ความรู้สึกจี๊ดหัวใจแก่พวกเขาที่เคยมีประสบการณ์เป็นฝ่ายจีบหรือเคยโดนจีบด้วยการเล่นดนตรีหรืออัดเพลงใส่เทปคาสเซ็ทมอบให้กันในวัยมัธยม วัยที่ไม่รู้สึกเหนียมอายที่จะดีดกีตาร์ร้องเพลงจีบหน้าบ้านสาวเจ้าหรือหญิงสาวที่เคยแอบมองหนุ่มน้อยผู้หอบกีตาร์มาร้องเพลงจีบเธอ มันคือความรู้สึกร่วมที่หลายคนเคยผ่านประสบการณ์เหล่านั้นมาเหมือนๆกันและไม่ว่าใครหยิบหนังเรื่องนี้มาดูทีไรหัวใจก็พองโตเหมือนเดิมทุกที

                Season Change เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เรื่องราวของหนุ่มน้อยที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อไล่ตามหัวใจของตัวเอง แม้จะต้องเรียนดนตรีทั้งที่ตัวเองไม่ได้ชอบมาแต่แรก ในวัยที่ลังเลสับสนเปรียบได้กับอากาศที่ผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้และเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาก็ต้องเลือกระหว่างสิ่งที่คิดว่ารักกับสิ่งที่เขารักจริงๆ จากหัวใจ นอกจากเพลงประกอบในภาพยนตร์เรื่องนี้จะเป็นเพลงที่ทุกคนร้องตามได้อยู่แล้วเนื้อเรื่องยังสนุกปนขบขันทั้งยังมีความเข้าใจชีวิตวัยรุ่นเป็นอย่างดีอีกด้วย

                ภาพยนตร์เพลงของไทยยังมีอีกหลายเรื่องเช่น โหมโรง แหยมยโสธร มนต์รักทรานซิสเตอร์ เป็นต้น ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนประสบความสำเร็จทั้งสิ้น บางผลงานจัดอยู่ในระดับมาสเตอร์พีชที่แม้แต่ต่างชาติยังยอมรับในฝีมือ แต่ช่วงปีหลังๆ มานี้น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ภาพยนตร์เพลงของไทยไม่มีออกมาสู่ท้องตลาดเลยอาจเพราะภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเอเชียค่อนข้างซบเซาหรือเหตุผลอื่นอีกนานัปการโดยเรื่องล่าสุดเป็นภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ชื่อเรื่อง “พรจากฟ้า” ซึ่งคนไทยไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง