เสือสิ้นลาย เพลงแห่งยุคสำหรับผู้ชายกลัวเมีย จากแร็พเปอร์มากฝีมือกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่

                คลอดมาอีกหนึ่งเพลงจากอัลบั้มแรกในชีวิตของชายผู้มีลูกสาวสุดน่ารักเป็นน้องชูใจอย่างกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ กับเพลง เสือสิ้นลาย ที่มียอดวิวแตะล้านภายในไม่กี่สัปดาห์ เป็นเพลงสำหรับคุณผู้ชาย 2018 ทั้งหลาย ที่แปลงสภาพจากเสือผู้หญิง มาเป็นเสือสิ้นลายนอนกอดคุณภรรยาอยู่ที่บ้านเหมือนแมวคลอเคลียเจ้าของ

โดยเพลงนี้ก็มีศิลปินแร็พเปอร์รุ่นใหม่มา Feat. ด้วย ไม่ว่าจะเป็น P-Hot YOUNGOHM และ FYMME โดยเพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Project ที่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ตั้งใจจะทำขึ้นมา เป็นอัลบั้มแรกในชีวิตของตนเอง หลังจากที่ได้ทำงานร่วมกับศิลปินมากมาย และมีผลงานเพลงที่มีชื่อตนเองไป Feat. อยู่ในเพลงนั้น ๆ ถึงกว่า 87 เพลงเลยทีเดียว

ประสบการณ์ที่มากพอ สร้างการเริ่มต้นที่ไปด้วยคุณภาพ อัลบั้มแรกในชีวิตกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่

                กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ ชื่อนี้ที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวงการเพลงแร็พที่มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้อย่างสวยงาม และมีความหมายกินใจ และได้กลายมาเป็นกรรมการในรายการแข่งขันหาแร็พเปอร์ของประเทศไทยอย่าง The Rapper ซึ่งกว่าจะมาเป็นแร็พเปอร์ที่ดัง และมีชื่อเสียงได้ขนาดนี้ เขาได้ผ่านอะไรมามากมาย และสิ่งเหล่านั้นหลอมรวมให้เขากลายมาเป็นเขาวันนี้

เขาเริ่มจากการหลงใหลในดนตรี Hip-Hop และการร้องในสไตล์ที่เรียกกว่าแร็พ ซึ่งเป็นการร้องเนื้อร้องที่รวดเร็ว ไม่มีเมโลดี้ และเป็นคำคล้องจองที่สวยงาม ซึ่งศิลปินที่เขาชื่นชอบถึงขั้นคลั่งไคล้เลยก็คือพี่ โจ้ โจอี้บอย แร็พเปอร์อันดับหนึ่งของเมืองไทยนั่นเอง โดยกอล์ฟนั้นได้ฟังเพลงของ โจอี้ บอย ทุกเพลงและทุกอัลบั้มจนสามารถร้องตามได้หมด และตัดสินใจที่จะทำตามความฝันด้วยการอัดเพลงทั้งหมดของ โจอี้ บอย ด้วยเสียงและสไตล์การแร็พของตัวเอง และไปยื่นให้กับมือโจอี้ บอยหลังจบงานคอนเสิร์ตแห่งหนึ่ง จึงทำให้โจอี้ บอยเริ่มที่จะสนใจ และได้เรียกเข้ามาทำเพลงด้วยกัน และได้อยู่ ก้านคอคลับ ค่ายเพลงแร็พฝีมือโจอี้ บอย หลังจากนั้นเขาก็ได้มีโอกาสได้ร่วมงานกับศิลปินมากมาย ทั้งแนวร็อค ป๊อป หรือ Hip-Hop ซึ่งเพลงที่ดังจนทุกคนต้องตามหาชื่อคนร้องแร็พนั่นก็คือเพลง พูดไม่คิด ของวง Season five ที่มีกอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ไปร้องแร็พให้ แต่เขายังไม่เคยมีเพลงไหนที่เป็นของเขาเองเลยสักเพลงเดียว

จนตอนนี้ เวลาผ่านมาหลายสิบปี เขาได้สะสมประสบการณ์มากมายจากการที่ได้ไปร่วมงานกับศิลปินคนอื่น สะสมไอเดียความคิดและฝึกฝีมืออยู่ตลอด ทำให้ในปี 2018 นี้ เขาได้ตัดสินใจที่จะทำอัลบั้มแรกของเขาออกมาเอง ซึ่งเพลงที่ปล่อยออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น นอนได้แล้ว alarm (สวัสดีวันจันทร์) และเพลงเสือสิ้นลาย เรียกกระแสความนิยมได้รวดเร็วและล้นหลามเป็นอย่างมาก และนี่คือผลของความอดทน และความพยายามของเขาคนนี้ที่ได้สะสมมาเป็นระยะเวลานาน เพื่องานคุณภาพที่จะปล่อยสู่สาธารณะนั่นเอง

เปิดตัวแล้ว ภาพยนตร์สารคดี ColdPlay A Head Full of Dreams 

                ใครที่เป็นแฟนคลับวง ColdPlay คงจะทราบกันแล้วว่าอีกไม่นานกำลังจะมีภาพยนตร์สารคดีฟอร์มยักษ์ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางของวง ColdPlay สู่สายตาเราทุกคนในชื่อเรื่อง “ColdPlay A Head Full of Dreams” แน่นอนว่าเป็นวงดนตรีที่โด่งดังไปทั่วโลก เพลงของพวกเขามีมากมายที่ทำให้เราสัมผัสกับความรู้สึกต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถหาได้จากวงอื่น ๆ และยังเป็นวงดนตรีไอดอลให้กับคนในสมัยนี้มากมาย

พวกเขาทุ่มเททั้งพลังกายและพลังใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานเพลงคุณภาพแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 20 ปี และพวกเขาสามารถทำมันจนสำเร็จ และตอนนี้เราได้มีโอกาสได้ดูเส้นทางการเป็น ColdPlay กันเต็ม ๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ เราจะได้เห็น passion ในการเล่นดนตรี และความเป็นมาทั้งหมดของวงดนตรีวงนี้กัน

ColdPlay ชื่อนี้มีแต่เพลงดัง วงดนตรี Passion ที่แท้จริง

จะมีสักกี่วงดนตรีที่มีเรื่องราวเส้นทางการผจญภัยในถนนสายดนตรีที่น่าสนใจ และหลายคนต้องการที่จะได้สัมผัสมัน จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดีที่กำลังจะออกฉายไปทั่วโลก ColdPlay เป็นหนึ่งวงในนั้นที่มีสารคดีตามติดชีวิตของพวกเขาและการเดินทางของวงดนตรีนี้เป็นเวลา 20 ปี

Fix you Paradise หรือ the scientist ล้วนเป็นเพลงที่โด่งดังและมีชื่อเสียงของวง ColdPlay ทั้งนั้น ซึ่งแต่ละเพลงนั้นเต็มไปด้วยแนวดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และมีกลิ่นที่ทำให้รู้ได้เลยว่าเพลงนี้เป็นเพลงของวง ColdPlay รวมไปถึงเนื้อหาของเพลงที่ถูกถ่ายทอดออกมา ก็สามารถทำให้คนฟังนั้นอินไปกับอารมณ์ได้อย่างมาก วง Coldplay ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 1998 หรือเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว โดยพวกเขาเป็นเด็กจากโรงเรียน UCL ที่มารวมตัวกันเล่นดนตรี และได้ปล่อยผลงานที่เริ่มทำให้ผู้คนสนใจเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ นั่นก็คือเพลง Bigger Stronger หลังจากนั้นก็ได้มีค่ายติดต่อไป และได้ทำอัลบั้มขึ้นมา หนึ่งในนั้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Brother & Sister และมาส่งในปีทองของพวกเขาคือปี 1999-2002 ตอนนั้นพวกเขาได้อยู่ในค่ายพาร์โลโฟนและได้ปล่อยอัลบั้มอีพีชุด The Blue Room ซึ่งหนึ่งเพลงในอัลบั้มนี้ที่ดังเป็นพลุแตกนั่นก็คือ Yellow นอกจากนี้ยังมีอัลบั้ม Rush of Blood to the Head ซึ่งมีเพลง The scientist เพลงต่าง ๆ เหล่านี้ทั้งเข้าชิงรางวัล และได้รับรางวัลมามากมาย เป็นเครื่องการันตีได้เลยว่าเพลงของพวกเขามีคุณภาพ และมีความเป็นเอกลักษณ์มากมายขนาดไหน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ออกมาจากความรู้สึก ถึงแม้ว่าส่วนของดนตรีไม่ได้ยากจนน่าตกใจ หรือไม่ได้ซับซ้อนเท่าไร แต่เราก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการจะสื่ออย่างเต็มที่

ดังนั้น แฟน ๆ วงดนตรีวงนี้ไม่ควรพลาด วันที่ 19 ตุลาคมนี้ ที่โรงหนัง SF Cinema สาขาที่ได้กำหนดไว้ บัตรราคาเข้าชมอยู่ที่ 250 ต่อที่นั่ง รวมไปถึงมีโปสเตอร์แบบ limited Edition 1,500 ใบ ที่จะกระจายไปอยู่ในแต่ละสาขา รีบติดต่อจองบัตรได้แล้วตั้งแต่วันนี้

Greenwave Concert Cover Night “Friend zone” ธีมนี้เพื่อนมีแต่เจ็บ

                ผ่านไปได้ไม่นานกับคอนเสิร์ตที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอ กับ Cover Night Live ธีม Friend Zone ที่จัดขึ้นโดยคลื่นวิทยุ Greenwave เป็นคอนเสิร์ตที่ได้รับเสียงตอบรับดีทุกครั้ง เนื่องจากเป็นการเอาศิลปินหรือวงดนตรีมาจับคู่กัน เพื่อเล่นคอนเสิร์ตในธีมต่าง ๆ โดยจะมีการเล่นทั้งเพลงของตัวเอง และการ Cover เพลงที่ศิลปินหรือวงดนตรีนั้น ๆ ชื่นชอบ และตีความออกมาในรูปแบบที่เป็นตัวของพวกเขามากที่สุด

โดย Cover Night Live ธีม Friend Zone ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยหนึ่งศิลปินที่มีแฟนคลับมากมายนับไม่ถ้วน และหนึ่งวงดนตรีที่ฝากผลงานเพลงสุดฮิตไว้มากมาย ซึ่งเขาทั้งสองก็ได้มาอยู่ในคอนเสิร์ตนี้และมอบความสุขให้กับผู้ฟังถึงสองชั่วโมงกว่าด้วยกัน ซึ่งพวกเขาก็คือ The Toys และ Room39 นั่นเอง

เพลงเก่ากลับมาดัง การตีความใหม่จากศิลปินยุคใหม่ที่เหนือคำบรรยาย

                ถ้าพูดถึงศิลปินของประเทศไทยที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ คงจะขาดสองชื่อนี้ไม่ได้ เพราะถือได้ว่าช่วงสองปีที่ผ่านมานั้นเป็นยุคทองของทั้งสองคนนี้เลยก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่ทุกคนจะให้ความสนใจกับ Cover Night Live ครั้งนี้เป็นอย่างมาก มีเพลงมากมายในคอนเสิร์ตนี้ทำให้คนที่แอบรักเพื่อนนั้นน้ำตาไหลได้ไปตาม ๆ กัน โดยมีเพลงที่เลือกมา Cover มากมาย และที่สำคัญคือเป็นเพลงเก่า ๆ ที่หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว แต่กลับมาเป็นที่นิยมจากเวอร์ชันคอนเสิร์ตในครั้งนี้

เริ่มกันจากเพลงเลือกได้ไหม ต้นฉบับจากสามสาว ZAZA ซึ่งในคอนเสิร์ตนี้ The Toys และ Room39 นั้นตีความเพลงนี้ออกมาในแบบ Acoustic หรือแบบนั่งเล่นสบาย ๆ ทำให้เพลงนี้เพราะ ซึ้ง กินใจ และมีการใส่เซอร์ไพรส์จากมนต์ Room39 ที่ได้มีการใส่ท่อนแร็พที่แอบหยอด The Toys ของเราเข้ามา ทำให้แฟน ๆ หลายคนถึงกับเขินกันไปตาม ๆ กัน ต่อกันด้วยเพลงเพื่อนสนิท ต้นฉบับของ ดา เอ็นโดรฟิน นักร้องสาวเสียงร้องทรงพลัง ซึ่งเพลงนี้ก็ถูกตีความออกมาโดย The Toys เป็นสไตล์ Pop R&B สุดไพเราะ และกลายเป็นคลิปที่มียอดคนชมในยูทูปถึง 14 ล้านวิว และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นก็คือเพลงก่อนฤดูฝน ของ The Toys ที่เจ้าตัวได้นำมา Re-arrange เอง และสร้างความน่าทึ่งไว้โดยการโซโล่กีต้าร์กลับหลัง และโซโล่กีต้าร์ของเพื่อนมือกีต้าร์ในวง ทำให้ทุกคนถึงกับอึ้ง และทึ่งในความสามารถของเด็กหนุ่มคนนี้จริง ๆ

จากยอดวิวในยูทูป และกระแสตอบรับอื่น ๆ ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้ง Room39 และ The Toys เป็นศิลปินคุณภาพคับแก้ว เก่งทั้งฝีมือ และดูดีกันทั้งหน้าตา และสามารถสร้างผลงานเพลงออกมาได้โด่งดังและโดนใจแฟนคลับกันเกือบทุกเพลง ถ้าใครที่ไม่ได้ชมคอนเสิร์ตนี้สามารถชมย้อนหลังได้ในยูทูปช่อง AtimeOnline กันได้เลย

Audio Interface Scarlett อุปกรณ์สำหรับ Home Studio ที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

                ด้วยความทันสมัยของโลกในยุคนี้ การที่จะสร้างสรรค์เพลงด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เนื่องจากเมื่อก่อน กว่าจะได้เพลงหนึ่งเพลงขึ้นมานั้น เป็นเรื่องยากและใช้อุปกรณ์ที่ยุ่งยากและซับซ้อนเป็นอย่างมาก ในตอนนั้นเทคโนโลยีการบันทึกเสียงต่าง ๆ ยังเป็นไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร

แต่ในปัจจุบันนี้ คนเพียงแค่คนเดียวก็สามารถที่จะสร้างสรรค์งานเพลงที่ราวกับว่ามีนักดนตรีมาร่วมบันทึกเสียงด้วยครบวงเลยทีเดียว หนึ่งในอุปกรณ์ที่น่าสนใจนั้นก็คือ Audio Interface รุ่น Scarlett นี่เอง ที่เป็น Audio Interface ที่ใช้ในการบันทึกเสียงเพลง และ line-In เครื่องดนตรีต่าง ๆ เข้าบันทึกเสียงโดยตรงได้เลย

นักดนตรีมือใหม่ หรือนักดนตรีงบน้อยควรมีติดบ้าน Audio Interface ที่บันทึกได้ทุกเครื่องดนตรี

                สำหรับใครที่เป็นนักดนตรีมือใหม่ หรือต้องการที่จะทำการบันทึกเสียงด้วยตนเองแบบเบื้องต้น แนะนำให้ใช้ Scarlett ตัวนี้ที่จะแถมมาพร้อมกับไมโครโฟนแบบ Condenser ที่ไว้ใช้ในการบันทึกเสียงโดยเฉพาะ และขาตั้งไมค์ที่ปรับได้อย่างอิสระอีกหนึ่งอัน และยังมีตัวโปรแกรม CubeBase ลิขสิทธิ์แท้มาให้ install ลงเครื่องเพื่อไว้ใช้งานกับเครื่องได้อีกด้วย

การทำงานของมันคือเป็นตัวที่จะเชื่อมต่อเครื่องดนตรี และทำการบันทึกเสียงลงในคอมพิวเตอร์ผ่านโปรแกรม CubeBase ที่แถมมาด้วย โดยจะมีช่องให้เสียบสองช่อง สำหรับหูฟังที่เราจะใช้ฟังในการอัด และช่อง Line-In ที่ไว้ต่อกับเครื่องดนตรีทุกประเภทที่มีช่องเสียบสายให้ Line-In ได้ โดยเสียงของเครื่องดนตรีนั้น ๆ จะถูกบันทึกลงบนคอมพิวเตอร์แบบตรง ๆ ลักษณะและคุณภาพของเสียงที่บันทึกเข้าไปถือว่าดีเลยทีเดียว รวมไปถึงสามารถที่จะปรับแต่งเสียงได้โดยการตั้งค่า EQ หรือใส่เสียงเอฟเฟคต่าง ๆ ที่แถมมากับโปรแกรมก็ได้ ซึ่งในโปรแกรม CubeBase นั้นจะไว้ใช้สำหรับการบันทึกเสียง และแก้ไขตัวคลื่นเคลื่อนเสียงต่าง ๆ ได้ โดยมีหน้าตาการใช้งานที่สะดวก และเข้าใจง่าย และการตั้งค่าแบบอื่น ๆ อีกมากมายเช่น การตั้งค่าเสียงของ Metronome ค่าของตัวโน๊ต และอื่น ๆ ส่วนไมค์ condenser ที่ได้แถมมาในชุดด้วยนั้นก็เป็นไมค์ที่สามารถเก็บเสียงได้อย่างละเอียด และรอบด้าน สามารถใช้กับการบันทึกเสียงการร้อง หรือบันทึกเสียงเครื่องเป่าต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับประกันได้เลยว่าถึงจะเป็นมือใหม่ที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับเรื่องของกระบวนการการบันทึกเสียงต่าง ๆ ก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก สายที่ใช้ในการต่อมีไม่กี่เส้น เรียกได้ว่าคุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการจะฝึกเป็น Sound engineer หรืออยากบันทึกเสียงแบบไม่ต้องใช้ทุนมาก

จบทุกกระบวนการอัดได้ด้วย Audio Interface Scarlett ได้ในเครื่องเดียว คุณจะได้รับผลงานเพลงที่คุณได้บันทึกเสียงเองซึ่งเป็นงานที่ได้เสียงที่คุณภาพ และคุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน และยังเหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะบันทึกเสียงเพลงแต่งของตนเอง และต่อยอดไปยังการทำ Home Studio ที่บ้านเองได้เลย

ย้อนดูตำนานเพลงรักสุดโรแมนติกที่กุมหัวใจคนทั้งโลก Titanic

“l’m the king of all world” เมื่อพูดประโยคนี้ขึ้นมา เราทุกคนก็จะนึกถึงเสียงของแจ็ค ที่ตะโกนดังลั่นบนเรือ Titanic ว่า “ฉันนี่แหละที่เป็นราชาของโลกใบนี้” แน่นอนว่าหนังรักโรแมนติกอย่าง Titanic ไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน ว่าด้วยเรื่องราวความรักต่างชนชั้นของแจ็ค หนุ่มนักวาดรูปพเนจรคนธรรมดา กับโรส คุณหนูในตระกูลชั้นสูงศักดิ์ โดยพวกเขาต้องพิสูจน์ความรักที่แท้จริงบนเรือ Titanic เรือที่ว่ากันว่าไม่มีวันจม แต่แน่นอนว่าไม่มีอะไรมารับประกันได้ เพราะความสำเพร่าของกัปตัน ทำให้เรือได้ชนกับภูเขาน้ำแข็ง จนเกิดเหตุโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ขึ้น พวกเขาทั้งสองต้องพิสูจน์ความรักที่มีให้กัน และหนีเพื่อเอาชีวิตรอดออกมาจากเรือมรณะนี้ให้จงได้ ซึ่งเรื่องนี้มีทั้งความรัก การแบ่งชนชั้น ดราม่า ความตื่นเต้น ลุ้นระทึก มาครบรส ทำให้ Titanic เป็นภาพยนตร์ในดวงใจของผู้คนทั่วโลกนั่นเอง โดยผู้กำกับที่กำกับเรื่องนี้คือ เจมส์ แคเมรอน และได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาร์ปริโอ และ เคต วินสเล็ต มาแสดงนำ โดยเรื่องนี้ก็ทำรายได้ทั่วโลกไปอย่างถล่มทลาย และกวาดรางวัลออสการ์ไปมากถึง 11 สาขา

ไม่เพียงแต่เฉพาะหนังที่ดังเท่านั้น เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดังเป็นพลุแตกเอามาก ๆ ด้วย อย่างเพลง My Heart Will Go On ซึ่งเพลงนี้ขับร้องโดยนักร้องสาวเสียงทรงพลัง เซลีน ดิออน เรียบเรียงดนตรีโดย เจมส์ โฮวเนอร์ และในส่วนของคำร้องเป็นผลงานการประพันธ์ของวิล เจนนิงส์ ในอัลบั้ม Titanic: Music from the Motion Picture ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเพลงนี้ได้บรรจุลงในอัลบั้มของเซลีน ดิออน เล็ทส์ทอคล์อะเบาท์เลิฟ และขึ้นสู่อันดับ 1 ทั่วโลก

อิทธิพลของเพลง My Heart Will Go On ที่ดังสุดขีดในปี 2540

กระแสของเพลง My Heart Will Go On ในปี 2540 นั้นดังไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริง ๆ ซึ่งเพลงสามารถทำยอดขายในแต่ละประเทศทั่วโลกได้อย่างมากมายมหาศาล อาทิ เช่น สหรัฐอเมริกา เพลงนี้อยู่บนชาร์ตฮอตแอร์เพลย์ของบิลบอร์ดในอันดับที่ 1 นานกว่า 10 สัปดาห์ ในเยอรมันเพลงนี้สามารถทำยอดขาย 2,000,000 ชุด และอังกฤษกว่า 1,000,000 ชุด รวมถึงประเทศอื่น ๆ ด้วย และเพลงยังได้รับรางวัล Academy Award รางวัล Best Original Song ในปี พ.ศ.2540 และรางวัลอันทรงเกียรติต่าง ๆ อีกมากมาย ตามมาเพื่อการันตีความฮอตของเพลงอย่างไม่ขาดสาย

ญี่ปุ่นไอเดียดี ออกแบบเพลงดังสู่ผลิตภัณฑ์สินค้า

ซึ่งความดังของเพลงยังส่งต่อให้ประเทศญี่ปุ่น ได้เกิดไอเดียทำการผลิตสินค้าที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงนี้เช่นกัน โดยได้ออกแบบมาเป็นกล่องดนตรี ในปี 2007 ซึ่งออกแบบโดยบริษัท ซันเกียว ญี่ปุ่น และ รูดส์ มิวสิค สวิชเซอร์แลนด์ และนอกเหนือจากนั้นยังพบว่ามีการออกแบบเพลง My Heart Will Go On ลงในนาฬิกาแขวนรุ่น Melodies in Motion Clocks อีกด้วย

ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตำนานของชาวยุค 90 จริง ๆ สำหรับเพลง My Heart Will Go On เพลงประกอบภาพยนตร์รักที่ดังที่สุดในโลก อย่าง Titanic  ซึ่งถึงแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปีแล้ว แต่เมื่อจะฟังอีกกี่รอบเพลงนี้ก็ยังคงติดตราตรึงใจชาวแฟน ๆ Titanic ได้เสมอ ถือเป็นเพลงรักอมตะนิรันดร์กาลโดยแท้จริง

 

IRONBOY ทำสำเร็จ เป็นแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทย

ในที่สุดรายการแร็พชื่อดังของเมืองไทยอย่าง The rapper ก็ได้ดำเนินมาถึงรอบสุดท้าย นั่นก็คือรอบ Final Rhyme เพื่อเฟ้นหาผู้ที่จะมาครองแชมป์รายการ The rapper คนแรกของเมืองไทย จากการต่อสู้ของของเหล่าแร็พเปอร์ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่กว่าหลายชีวิต ตอนนี้พวกเขาก็ได้เหลือกันแค่เพียง 6 คนเท่านั้น ซึ่งแต่ละคนก็มีคาแร็คเตอร์และสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป

โดยเปิดรายการด้วยโชว์แรกของโปรดิวเซอร์ อย่าง โจอี้ บอย และ ขันเงิน ไทเทเนี่ยม ในเพลง เอาป่ะ ซึ่งก็สร้างสีสันในห้องส่งได้เต้นกันอย่างเมามันส์ โดยกติกาการตัดสินในรอบสุดท้ายนี้ จะเป็นการแข่งขันกันด้วยโชว์ ซึ่งใครมีอะไรเด็ดก็งัดกันออกมาให้หมด โดยจะตัดสินจากคะแนนโหวตของผู้ชมทางบ้านนั่นเอง ทางผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 คน ก็เริ่มออกมาปล่อยของ โดยคนแรก CHITSWIFT จากทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ออกมาทำโชว์ในเพลง เด็กน้อย ซึ่งเป็นเพลงอาขยานที่เราคุ้นหูกันอยู่แล้ว แต่เขาก็ได้เอามาทำใหม่ในแบบฉบับเสียดสีสังคมตามสไตล์เขานั่นเอง

IRONBOY แร็พเปอร์สายสับสายแดนซ์ จากทีม Twopee มาในโชว์เพลง รางวัลแด่คนช่างฝัน ซึ่งเขาก็งัดทุกอย่างที่มีออกมาจริง ๆ ทั้งเต้น ทั้งแร็พรัว และเสียงร้องของตัวเอง

Urius เองก็โชว์ความเก๋าโดยเลือกเพลง คิดฮอดที่ผสมความเป็นไทย ขึ้นมาโชว์ สมกับมาจากทีมปู่จ๋าน

มาถึง  Repaze ทีมฟักกลิ้งฮีโร่ ที่เลือกเพลง OneMic ที่แสดงความความเรียลในจิตใจของแร็พเปอร์อย่างเขาเพียงแค่ไมค์เพียงตัวเดียว

ส่วนแร็พเปอร์แหลงใต้อย่าง Darkface ทีมโค้ช TJ ก็มาในเพลง ตื่นเถิดชาวไทย ที่โชว์สกิลแร็พโหดมาเต็ม

ปิดท้ายด้วย Poppa ทีม ฟักกลิ้งฮีโร่ แร็พเปอร์ที่มีเทคนิคแพรวพราว ก็มาในเพลง ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน ซึ่งเขาก็ได้โชว์เทคนิคการแร็พออกมาอย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ

โดยคนที่ได้เสียงโหวตจากทางบ้านมากที่สุดก็คือ IRONBOY ซึ่งเขาก็สามารถคว้าแชมป์ The rapper คนแรกของเมืองไทยและ คว้าเงินรางวัลกว่า 1 ล้านบาท ไปได้ในที่สุด

ย้อนดูเพลง 1 ล้านวิว ของ IRONBOY ก่อนจะมาคว้าแชมป์ The rapper

หลังจากคว้าแชมป์ในรายการ The rapper ไปเราก็จะมาขอย้อนดูเพลงของหนุ่มแร็พเปอร์สายสับ ทีม Twopee ที่ได้เกิน 1 ล้านวิวกันหน่อย ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังแล้ว ขอบอกเลยว่าแต่ละเพลงความหมายดีมาก ๆ เริ่มจากเพลง เลิกได้แล้ว เพลงฮิพฮอพเท่ ๆ เป็นเพลงเกี่ยวกับความรัก ที่ให้กำลังใจผู้หญิง

หลงทาง Ft. SOLOIST เพลงรักหวาน ๆ ที่ไม่ขอปล่อยเธอไปไหน และสุดท้าย โคตรไม่แฟร์ ของ STAGE-N ft. IRONBOY, PEE CLOCK เพลงอ่อนแรงเรื่องความรักโดนใจคนฟัง เรียกได้ว่าเขามีความสามารถทางด้านทั้งร้องแร้พทั้งเต้นและการแต่งเพลงอีกด้วย

IRONBOY ถือเป็นหนุ่มแร็พเปอร์คนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ และมุ่งมั่นทำตามความฝันในการเป็นแร็พเปอร์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ จนทำให้เขาเป็นที่จดจำต่อผู้คนได้ไม่ยาก ด้วยลีลาการแร็พรัวที่หาตัวจับยากคนหนึ่งในประเทศไทย และลีลาความกวนเฟรนด์ลี่ของเขา ทำให้เขาเป็นที่รักแก่คนรอบข้าง IRONBOY จึงถือเป็นอีก 1 คนที่เป็นตัวอย่างที่ดีแก่วัยรุ่นไทยที่ชื่นชอบในการแร็พคนหนึ่งเลยทีเดียว

ซึ่งการแร็พไม่ใช่สิ่งที่หยาบคาย แต่หากเป็นเรื่องของการใช้ถ้อยคำร้อยเรียงเป็นเรื่องราวและจังหวะ เพียงแต่เปิดใจรับฟังเพลงแร็พก็จะเปิดกว้างต่อผู้คนในสังคมมากขึ้น

 

Delicate ปัง ขึ้นอันดับ 1 Pop Songs Airplay Chart บน Billboard

หลังจากที่เพลง Delicate ของนักร้องสาวสุดฮอตที่สุดแห่งยุคอย่าง Taylor Swift  ถูกปล่อยในยูทูป ในวันที่ 11 มี.ค. 2018 ก็สร้างกระแสความแรงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้ก็ยังคงอยู่บนชาร์ต ซึ่งตอนนี้อัพเดตล่าสุด จาก Billboard เพลง Delicate ก็ทะยานขึ้น อันดับ 1 Pop Songs Airplay Chart เป็นทีเรียบร้อย จากที่ครองตำแหน่งที่สามมาสักพัก โดย  Delicate นั้นเป็นซิงเกิลที่สอง ของอัลบั้ม Reputation โดยก่อนหน้านี้เธอได้ปล่อยซิงเกิลแรกอย่าง look what you made me do ก็ขึ้นท็อปชาร์ตในวันที่ 28 ตุลาคมปีก่อนด้วย ตามมากับ Ready for it และ end-game ตามลำดับ

ซึ่งเพลง Delicate ก็มียอดชมในยูทูป ไปแล้วกว่า  229 ล้านวิว และยังคงเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดย Delicate จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ทำให้คนที่ติดตามสาว Taylor ได้เข้าใจในตัวเธอมากขึ้น ถึงชื่อเสียงและชื่อเสียที่เธอเคยได้ประสบพบเจอมาก่อนหน้านี้ และในอัลบั้มนี้เธอก็กลับมาแล้ว พร้อม New taylor ที่เธอต้องการจะเป็นจริง ๆ ซึ่งเราจะสัมผัสได้จากทำนองของเพลงที่ชวนเศร้าพร้อมกับเรื่องราวที่เธอได้ฝากไว้ใน MV แถมเพลงนี้สาว Taylor ก็โชว์สเต็ปการเต้นซอฟต์ ๆ เข้าถึงอารมณ์ให้เราได้ชมกันด้วย

MV ในอัลบั้มสุดปังของ Taylor Swift  : Reputation

                นอกจาก Delicate ที่เป็นเพลงดังที่สุดตอนนี้แล้ว ก็มีเพลงในอัลบั้มถึง 15 เพลง ซึ่งตอนนี้ก็มีเพลงที่มี MV ออกมาแล้ว 4 เพลง แต่ละเพลงต่างมีความหมายที่ดีมาก ๆ สมกับที่คนทั้งโลกต่างรอคอยกันมานาน

Look What You Made Me Do – ซิงเกิลแรกที่ถูกปล่อยในสายตาชาวโลก ซึ่งสร้างปรากฏการณ์เพลงที่มีคนดูสูงที่สุดใน 24 ชั่วโมงแรก ด้วยยอดวิว 39 ล้านวิวและปัจจุบัน MV นี้ก็มียอดวิวทะลุถึง 940 ล้านวิวแล้ว เพราะ MV นี้ถือเป็นการเปิดตัว New Taylor อย่างแท้จริง อย่างประโยคสุดแซ่บที่พูดใน MV ว่า “I’m sorry, the old Taylor can’t come to the phone right now , Why? ,Oh, cause she’s dead!” โดยใน MV Look What You Made Me Do ก็มีการสอดแทรกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเธอมากมาย เรียกได้ว่าแซ่บมากเลยทีเดียวล่ะ

Ready For It? – สาว Taylor มาในมาดสาวเท่ที่เป็นฆาตกร ที่มองความรักเป็นเกม ๆ หนึ่งเท่านั้น ไม่กล้ามอบหัวใจให้กับใคร เพราะมอบไปก็มีแต่พัง ซึ่ง MV เธอเล่นเป็นสองบทบาทคือ คนที่ระแวงความรัก กับคนที่กล้าจะมีความรัก และอยากมีความรักที่มั่นคง ซึ่งจริง ๆ แล้วเธอหมายถึงหนุ่มในหัวใจคนใหม่ของเธอนั่นเอง

End Game (Feat. Ed sheeran & Future ) – เพลงนี้เป็นเพลงที่ถูกคนต่างคาดหวังว่ามันต้องปังแน่ ๆ เพราะได้หนุ่ม ๆ นักร้องสุดฮอตอย่าง Ed sheeran และ Future มาร่วมร้องและแร็พด้วย ซึ่งเรียกได้ว่าลงตัวเอามาก ๆ โดยเป็นเพลงเกี่ยวกับความรักตามสไตล์ สาว Taylor เช่นเดิม เสริมด้วยบีทเท่ ๆ ที่แปลกใหม่ด้วยส่งเสริมให้เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงปังของ Taylor

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ เพลง ในอัลบั้มนี้ ที่ปล่อย MV ออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอัลบั้มที่ทั่วโลกต่างรอคอยจริง ๆ ไม่ผิดหวัง เลย ส่วนใครที่อยากฟังเพลงที่เหลือในอัลบั้มก็ตามไปฟังกันได้ และอย่าลืมสนับสนุนอัลบั้มของสาว Taylor Swift  กันด้วยล่ะ แฟนตัวจริงอย่าพลาดเชียว

 

Redvelvet มาแรง ขึ้นอันดับ 1 เกิร์ลกรุ๊ปที่ฮอตที่สุดในครึ่งปีแรกของปี 2018

แน่นอนว่าประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของนักร้อง ทั้งบอยแบนด์และเกิร์ลกรุ๊ป ที่มีความสามารถและหน้าตาดี ซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างได้ผ่านการฝึก การแข่งขัน และต้องพยายามมาอย่างมากมาย กว่าที่จะได้เป็นกลุ่มนักร้องที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน โดยทางบริษัท PML ได้เปิดเผยผลสำรวจโดยการสอบถามประชากรชาวเกาหลีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ถึงเรื่องของความฮอตของเกิร์ลกรุ๊ป ที่มาแรงที่สุดในครึ่งปีแรกของปีนี้ มากถึง 1,500 คน ตั้งแต่ เด็กเล็กวัย 10 ขวบ ไปจนถึง คนแก่วัย 60 ปี ซึ่งผลสำรวจก็ได้สรุปออกมาว่า Redvelvet นั้นมีคะแนนสูงมาเป็นอันดับที่ 1 โดยชาวเกาหลีได้บอกว่า พวกเธอได้รับเชิญจากประธานาธิบดีเกาหลีเหนือให้ไปแสดงโชว์ที่นั่น เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงไม่แปลกว่าเธอจะเป็นวงที่คู่ควรที่ได้ตำแหน่งนี้ โดยรับผลโหวตไปถึง 27.6% อันดับที่สองตกเป็นของ MAMAMOO ที่ได้ผลโหวตไป 20.5% เพราะพวกเธอถือเป็นวงน้องใหม่มาแรง ที่มีภาพลักษณ์แสนเซ็กซี่นั่นเอง ต่อมากับอันดับที่สาม คือ Celeb five ซึ่งชาวเกาหลีกล่าวว่า พวกเธอเป็นนักแสดงและพิธีกรตลกชื่อดังของเกาหลี ที่มารวมตัวกันเป็นวง แถมมีท่าเต้นสุดฮาที่ไม่เหมือนใครด้วย โดยได้คะแนนโหวตไป 16.8% ตามมาติด ๆ กับ 4 สาว Blackpink ที่เฉียดฉิวไปด้วยคะแนน 16.7% ซึ่งพวกเธอก็มีเพลงฮิตออกมาหลายเพลง แถมล่าสุดก็ทำลายสถิติใหม่ในยูทูป ต่อด้วย Twice วงเกิร์ลกรุ๊ปสุดน่ารักที่ได้รับความนิยมทั้งในเกาหลีและในประเทศญี่ปุ่น ด้วยภาพลักษณ์สาวน้อยใส ๆ ไร้เดียงสา ทำให้เธอได้ผลโหวตไป 10.1% และปิดท้ายอันดับที่ 6 จากวง Apink ด้วยคะแนน 8.9% จากการคัมแบ็คล่าสุด ที่เปลี่ยนลุคจากสาวน่ารักเป็นสาวเซ็กซี่นั่นเอง

ส่องเพลงฮิตของสาว ๆ วง Redvelvet ที่ทำให้ท่านผู้นำ คิม จอง อึน ชื่นชอบ

Bad Boy – เพลงจังหวะชวนเต้นของสาว ๆ ที่มีเนื้อหาเผ็ดร้อนตามสไตล์พวกเธอ แถมการร้องของซึลกิและแวนดี้ก็เรียกได้ว่าทำได้ดีมาก ซึ่งเพลงนี้ได้ยอดวิวทะลุไปถึง 124 ล้านวิว

Russian Roulette – เพลงนี้เอาใจสาว ๆ โดยแท้ เพราะตัวเพลงเรียกได้ว่าน่ารักมาก ทุกอย่างดูมีความใส ๆ สไตล์เกาหลีโดยแท้ เป็นเพลงรักชวนเต้นอีกเพลงที่ได้ยอดวิวถึง120 ล้านวิว

Dumb Dumb – เพลงที่เปลี่ยนลุคสาว ๆ มาเป็นตุ๊กตาในชุดสีแดง ที่กำลังทำงานอยู่ในโรงงานของเล่นแบบในนิทานเด็ก ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงแรกของอัลบั้ม RED อีกด้วย ได้ยอดวิวไปแล้วกว่า 104 ล้าน วิว

Ice Cream Cake – เปลี่ยนสาว ๆ มาในลุคอเมริกันเกิร์ลที่เรียกได้ว่าน่ารักมาก ๆ เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลง ที่ทำให้หลายคนรู้จักกับพวกเธอ ได้ยอดวิวกว่า 93 ล้านวิวแล้ว

Red Flavor- เพลงสุดจี๊ดที่ใครก็ตามที่ได้ดู MV ก็ต้องรู้สึกสดชื่นเหมือนอยู่ในดงผลไม้ กับจังหวะน่าเต้นพร้อมรอยยิ้มของสาว ๆ ทำให้เพลงนี้ได้ยอดวิวไปแล้วกว่า 92 ล้านวิว

และนี้เป็น 5 เพลงสุดฮิตของวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีอย่าง Redvelvet ที่ต้องขอยอมรับถึงความพยายามของพวกเธอ ทำให้วงของพวกเธอขึ้นสู่อันดับ 1 ถึงความฮอตและมีชาวเกาหลีพูดถึงมากที่สุดในครึ่งปีแรก ซึ่งเรียกว่าพวกเธอมีอิทธิพลอย่างมาก และเป็นอีกวงที่ถูกจับตามอง เพราะมีเอกลักษณ์และแนวเพลงไม่เหมือนวงอื่น ๆ ด้วย ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะรออัพเดตการคัมแบ็คเพลงหน้าของพวกเธอแน่นอน

 

ส่องเพลงประกอบอนิเมชันไทยที่มาแรงที่สุดในตอนนี้กับเรื่อง “ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์”

เรียกได้ว่ากระแสของหนังภาพยนตร์อนิเมชันไทย อย่าง “ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์” ของผู้กำกับ ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ จะมาแรงมากขนาดนี้ เพราะตั้งแต่ที่ 9 ศาสตรา ได้ทำอนิเมชันของไทยกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ส่งผลทำให้ครุฑบินตามมาติด ๆ ด้วยเนื้อเรื่องสุดมันที่เป็นการทำสงครามกันระหว่างครุฑกับรากษส และเหล่าสัตว์ป่าหิมพานต์ ที่เป็นตำนานเล่าขานของคนไทย จึงส่งผลให้มีคนติดตามหนังเรื่องนี้กันเป็นพิเศษ อีกทั้งเรื่องของเพลงประกอบก็แรงไม่น้อยหน้า อย่างเพลง “เป็นหนึ่ง” ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์อนิเมชันครุฑ โดยได้ เก่ง ธชย ประทุมวรรณ มาขับร้องและเรียบเรียงเพลงนี้ ส่วนคนแต่ง คำร้อง ทำนอง คือ แมนสรวง สุรางครัตน์ และคนเรียบเรียงอีกคนหนึ่งคือ อนุชิต ธนัญชัย โดยเป็นเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการร่วมมือกันต่อสู้กับสิ่งที่เลวร้าย ซึ่งการที่พวกเราร่วมมือกันก็จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ที่ยากเย็นแสนเข็ญไปได้เสมอ ซึ่งเปรียบเทียบกับเนื้อเรื่องที่เหล่าครุฑต้องต่อสู้กับรากษสนั่นเอง ขอบอกว่าหนุ่มเก่ง ธชย นั้นสามารถถ่ายทอดเพลงนี้ผ่านเสียงของเค้าออกมาได้ดีมาก ๆ  ทำให้เรารู้สึกถึงความฮึกเหิมตามด้วยเลย

เก่ง ธชยเผย ครุฑ คือตัวแทนของคนไทยทั้งชาติ ซึ่งผมของฝากไว้ผ่านบทเพลง

ทางด้าน เก่ง ธชย นักร้องหนุ่มที่มีน้ำเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ เขาได้เปิดเผยความรู้สึกในการได้รับเกียรติร้องเพลงประกอบครุฑในครั้งนี้ด้วยว่า “รู้สึกดีใจมาก ที่ได้มีโอกาสร่วมโปรเจ็กค์ในครั้งนี้ด้วย เพราะว่ามีหลาย ๆ คนที่อยู่เบื้องหลังและรู้สึกเหมือนเป็นตัวแทนคนไทยด้วย โดยเปรียบเทียบเหล่าครุฑทั้งหลายคือตัวแทนความเป็นคนไทยทั้งชาติ ที่กำลังมีภัยมารอบด้าน หากเราทุกคนไม่ช่วยกันปกป้อง ไม่ร่วมมือร่วมใจกันให้เป็นหนึ่งเดียว เราทุกคนก็อาจจะประสบกับภัยใหญ่ที่ยากจะต้านทานได้

ผู้กำกับ ครุฑ บอก คนร้องเพลงประกอบ ครุฑ ต้องเป็นเก่ง ธชย  

ชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์อนิเมชันฝีมือคนไทย ได้เปิดเผยต่อสื่อว่าทำไม คนร้องเพลงนี้ถึงต้องเป็นเก่ง ธชย ซึ่งเขาได้บอกว่า ได้เปิดไปดูรายการ Re-Master ของทางช่อง one ซึ่งก็บังเอิญได้ฟังเก่งร้องเพลงก็รู้สึกถูกใจในน้ำเสียงของเก่งมาก อาจจะเป็นเพราะดวงที่สมพงษ์กัน ทำให้เขารีบติดต่อไปหาคณบดีที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อหาทางติดต่อกับเก่ง เพราะอาจารย์คนนั้นเป็นอาจารย์ที่สอนเก่งรู้จักกับเก่งพอดี ซึ่งเขาบอกว่าเก่งธชยนั้นเหมาะสมที่สุดแล้วในการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์นี้

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างโดยคนไทย โดยทางด้านของผู้กำกับและทีมงานทุกคนทุ่มเทให้กับหนังเรื่องนี้กันมาก ๆ ซึ่งเป็นอนิเมชันที่เหมาะกับบ้านเมืองของเราในตอนนี้อย่างยิ่งเลยทีเดียว โดยเราสามารถติดตามชมหนังภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่ฝีมือคนไทยเรื่องนี้กันได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

คลอดแล้ว “Sunny Summer” ซิงเกิ้ลใหม่ ของ Gfriend ที่จะทำให้คุณโดนตกไม่รู้ตัว

ในที่สุด Gfriend วงเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีสุดคิ้วท์ชื่อดัง ที่เป็นวงในดวงใจใครหลาย ๆ คน เจ้าของเพลงฮิต อย่าง LOVE WHISPER และ Rough ก็คัมแบ็คแล้ว โดยเหล่าสาวน้อยทั้ง 6 คนโซวอน, เยริน, อึนฮา, ยูจู, ชินบี และ ออมจี ก็ได้เอาใจแฟน ๆ โดยการออกมินิอัลบั้มใหม่ มาให้แฟน ๆ หายคิดถึงสักที กับเพลงโปรโมท Sunny Summer ซึ่งเป็นเพลงที่มีชื่อเดียวกับอัลบั้ม แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศซัมเมอร์ กลิ่นอายของน้ำทะเลขึ้นมา ซึ่งเพลงนี้ได้ Duble Sidekick กับ Black Edition มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์ อีกด้วย

โดยตัว MV ก็ได้ออกมาให้เราชมแล้วในยูทูป เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งสาว ๆ มาในลุคที่น่ารักสดใสสมกับเป็นพวกเธอเช่นเคย ด้วยเสื้อสีสันสดใสกับกางเกงขาสั้น ซึ่งดูเหมือนว่าสีแดงจะเป็นธีมหลักของเพลงนี้ ให้ดูเข้ากับช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเราจะได้การเปลี่ยนแปลงในลุคใหม่อย่างเยริน ที่ตัดผมม้าเต่อ ผมของอึนฮาที่ยาวแล้ว พร้อมกับย้อมเป็นสีเขียว ออมจีที่ย้อมผมสีน้ำตาลมาในลุคมัดรวบหางม้า ชินบีที่ย้อมผมสีออกเทาชมพูหม่น ดัดลอนน่ารัก ๆ  ยูจู ที่มาในลุคสาวผมแดงประบ่า เพิ่มเสน่ห์ความเซ็กซี่ให้กับตัวเองสุดๆ กับ โซวอนสาวหน้าหวานที่เพิ่มลุคสุดขยี้ใจอย่างผมสีน้ำเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงในลุคใหม่ของพวกเธอที่น่ารักไม่เบาเลย นอกเหนือจากเพลงนี้ในมินิอัลบั้มก็ยังมีอีก 5 เพลงซึ่งได้ปล่อยเพลงให้ฟังกันแล้ว แต่ยังไม่มีในส่วนของ MV คือเพลง Vacation , Sweety , Windy Windy , Love in the air แค่ฟังชื่อเพลงก็ได้กลิ่นของซัมเมอร์ลอยมาเลยล่ะ

Sunny Summer “  มีชื่อของ เยริน อยู่ในเนื้อเพลงด้วย !

ใครที่ได้ฟังเพลงนี้กันมาบ้างแล้วก็คงจะต้องเผลอยิ้มแบบไม่รู้ตัว เพราะในเนื้อเพลง ถ้าลองฟังดูดี ๆ เราจะได้ยินชื่อของเยริน สมาชิกวงอยู่ในเนื้อด้วย โดยจะเป็นท่อนไหนนั้น ขอให้ทุกคนได้ไปลองฟังกันเองในเพลง Sunny Summer ซึ่งจะเป็นการเล่นคำ ที่เรียกได้ว่าน่ารักสุด ๆ เลยล่ะ

ส่องความหมายเพลง Sunny Summer “  เพลงซัมเมอร์น่ารักแสนดีต่อใจ

หลังจาก MV เพลง Sunny Summer ถูกปล่อยไปตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ก็มียอดวิวทะลุ 7 ล้านกว่าวิวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แสดงถึงผลตอบรับของแฟน ๆ Gfriend ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเนื้อเพลงของเพลงนี้นั้นเกี่ยวกับ ความคิดถึงฤดูร้อนที่แสนสดใสที่ผ่านมา ว่ามันแสนสนุกเพียงใด อยากจะกลับไปฤดูร้อนนั้น อีกครั้งนั่นเอง โดย Gfriend ได้ร้องเพลงนี้ครั้งแรกสู่สาธารณชน ใน M COUNTDOWN  ซึ่งทาง M COUNTDOWN ก็ได้ปล่อยคลิปออกมาในวันเดียวกันกับที่ MV ปล่อยทาง youtube

ใครที่เป็นแฟนคลับ ของสาว ๆ วง Gfriend ก็อย่าลืมติดตามผลงานของพวกเธอในอัลบั้มนี้ด้วยล่ะ แน่นอนว่าแฟนตัวจริงต้องสนับสนุนสินค้าของแท้ด้วยนะ