ทำไม? เสียงเพลงโฆษณาถึงติดหู ตั้งแต่รุ่นปู่ยันรุ่นเรา

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมเรายังร้องเพลงของโฆษณานั้นต่าง ๆ ได้ ทั้ง ๆ ที่บางโฆษณานั้นผ่านมานานแล้ว ทำไมเรายังจำและยังร้องตามได้จนจบเพลง บางเพลงเป็นเพลงตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ด้วยซ้ำ แต่เพลงก็ยังคงติดหูมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้เราจะมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน

อิทธิพลของเพลงโฆษณาที่หลายคนยังไม่เคยรู้

เพลงโฆษณา ถือว่าเป็นการโฆษณาด้วยเสียงรูปแบบหนึ่ง โดยจะเป็นเพลงสั้น ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาและเพื่อใช้ ในทางพาณิชย์ โดยจะมีท่อนฮุกหนึ่งท่อนหรือมากกว่า เพื่อโฆษณาสินค้าที่ใช้ประกอบคู่กับสโลแกนโฆษณา เพื่อให้สินค้านั้น ๆ เป็นที่จดจำกับผู้บริโภคนั่นเอง ซึ่งเพลงที่แต่งจะต้องเป็นเพลงง่าย ๆ เนื้อหากระชับ สามารถร้องตามได้ง่าย โดยเราจะมาลองดูเพลงโฆษณา ที่คุ้นหูตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันว่า จะมีเพลงอะไรบ้าง

  • แลคตาซอย 5 บาท “แลคตาซอย 5 บาท 125 มิลลิลิตร ปริมาณคับกล่องเต็มที่ …” คืออีกหนึ่งเพลงโฆษณาที่ฟังมาตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งไม่ว่าใครที่ได้ยินเพลงนี้ก็ต้องร้องตามกันได้แน่นอน
  • สมาร์ทฮาร์ท อาหารสุนัข ใครที่เลี้ยงน้องหมาคงคุ้นหูกับเพลงนี้แน่ ๆ เพราะเป็นเพลงเกี่ยวกับอาหารสุนัข ที่บอกเรื่องดีของการกินสมาร์ทฮาร์ทมาอย่างครบถ้วน ด้วยท่อนที่ว่า “กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง สมองฉับไว หัวใจแข็งแรง กินสมาร์ทฮาร์ทแล้วดียังไง ขนสวยถูกใจ ขับถ่ายเป็นก้อน”
  • Make It Happen “ก็ความรักไม่ใช่ความลับ ถ้าอยากจะรักทำไมต้องปิด Make it happen, make it happen, make it happen” อีกหนึ่งเพลงล่าสุดในปัจจุบันที่สาว ๆ ต่างคุ้นหูกัน เพราะเป็นเพลงจากแบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง Maybelline New York นั่นเอง แถมเพลงนี้ยังได้สาวญาญ่ามาร้องและเต้นอีกด้วย
  • ปูไทย “ปู ปูปู ปูไทยอร่อยถึงใจ เด็กไทยทุกคน” เป็นเพลงโฆษณาที่เกิดมาก็ได้ยินเพลงนี้กันแล้ว และโฆษณาก็ใช้ตัวเดิมอีกด้วย เรียกได้ว่าปูไทย เน้นเอกลักษณ์ดั้งเดิม ความอร่อยตั้งแต่ไหนแต่ไรจริง ๆ
  • ปักกิ่ง “คึกคัก คึกคักกะปักกิ่ง หวาน ๆ มัน ๆ อารมณ์เดียวกัน กินได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ ปักกิ่ง” เพลงขึ้นปุ๊ปนึกถึงขนมปังกรอบสอดไส้ช็อกโกแลตห่อสีเหลือง ๆ ปั๊ป กับเพลงปักกิ่งที่ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเห็นโฆษณาตัวนี้มานานแล้วแต่เราก็ยังร้องตามได้อยู่ดี
  • หมอมวลชน “นี่คือผิวหน้าหนู เอ๊ะดูทำไมช่างดูไม่เกลี้ยงเกลา” เพลงหลอนติดหูอีกหนึ่งเพลงที่ฟังครั้งเดียวก็จำได้ เพราะเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของนักร้องนั่นเอง
  • ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ ได้กลิ่นหอมขนมปังมาเลยกับเพลงนี้กับท่อนฮิต “ฟาร์มเฮ้าส์สดใหม่ทุกเช้า ฟาร์มเฮ้าส์หอมกรุ่นจากเตา ฟาร์มเฮ้าส์หอมนุ่มทุกเช้า อร่อยถูกใจเรา ฟาร์มเฮ้าส์ ฟาร์มเฮ้าส์”

และนี่ก็เป็นเพียงตัวอย่างของเพลงโฆษณาที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีหลาย ๆ คนก็ยังร้องตามกันได้ ซึ่งไม่เฉพาะเพลงเท่านั้น จะเห็นได้ว่าสินค้าหรือแบรนด์นั้น ๆ ก็จะเป็นที่จดจำไปในใจของผู้คน ให้เขานึกถึงแบรนด์นั้นเป็นอันดับแรก ๆ อีกด้วย นี่จึงเป็นข้อดีของโฆษณาด้วยเสียงที่เหล่าผู้ประกอบการต่าง ๆ นำมาใช้กันนั่นเอง

 

จิ๋วแต่แจ๋ว นาฮาอึน ไอดอลสาวน้อยที่อายุน้อยที่สุดในเกาหลี

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้โลกโซเชียลเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น การเรียนรู้ก็สามารถทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อน โดยเฉพาะเรื่องของสาวน้อยตัวเล็กวัย 9 ปีคนนี้ “นา ฮาอึน” ที่เรียกได้ว่าเป็นไอดอลลูกรักของเกาหลีโดยแท้ เพราะประวัติของเธอนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเธอเป็นเด็กที่มีความพยายามมาก เธอเป็นเด็กที่รักการเต้นเป็นชีวิตจิตใจ ตอนอายุ 2-3 ขวบเธอเห็นไอดอลเต้นอยู่ในทีวี ก็หัดเต้นโคฟเวอร์ตามทุกวัน พออายุ 4 ขวบ พ่อแม่ก็พาเธอปล่อยของ โชว์ความสามารถเรื่องการร้องและการเต้นให้ชาวเกาหลีได้ทึ่งกันครั้งแรก ในรายการชื่อดัง Star king ซึ่งความสามารถและความน่ารักของเธอนั้น เล่นเอาพิธีกรในรายการถึงกับต้องอ้าปากค้างและชมเธอไม่หยุด แถมเธอยังได้ร่วมเต้นประกบคู่ ฮยอนอา แห่งวง 4MINUTE ในรายการอีกด้วย

จนเธออายุได้ 6 ขวบเธอก็ได้ปรากฏตัวอีกครั้งในรายการ SBS K-Pop Star 4 พร้อมกับโชว์ลีลาโคฟเวอร์ในเพลง Touch My Body ของวงสุดแซ่บ SISTAR ซึ่งขอบอกว่าน่ารักและเต้นเก่งเกินอายุมาก ๆ แถมสเต็ปยังเป๊ะอีกด้วย จากนั้นต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 เธอก็ได้ไปออกรายการ Star king อีกครั้งพร้อมกับโชว์ลีลาของเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังอย่าง A Pink AOA และ EXID ซึ่งไม่ว่าเพลงไหนที่เปิดขึ้นมา เธอก็เต้นตามได้หมด

นอกจากการไปโชว์ความสามารถตามรายการต่าง ๆ แล้ว นาฮาอึนยังเต้นโคฟเวอร์เพลงลงในยูทูป มากมายหลายเพลง ด้วยความสามารถอันเก่งกาจกว่าเด็กวัยเดียวกัน เธอจึงมีผู้มาติดตามเป็นจำนวนมากถึง 1 ล้าน 9 แสนคน โดยเพลงโคฟเวอร์ที่มียอดวิวมากที่สุดคือเพลง TT ของวง Twice โดยมีคนดูถึง 17 ล้านคนเลยทีเดียว

ส่องความน่ารัก นา ฮาอึน กับเพลงแรกในชีวิตของเธอ

ด้วยความสามารถทั้งการร้องและการเต้นที่พัฒนาไม่หยุดอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดฝันของ นา ฮาอึน ก็เป็นจริงแล้ว เธอได้มีมิวสิควิดิโอแรกเป็นของตัวเองสักที ซึ่งนั่นก็คือเพลง “SO SPECIAL” นั่นเองโดยเป็นเพลงเเนวป๊อบน่ารัก ๆ สดใส โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของเด็กผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า แอบชอบพี่ชายที่อายุมากกว่า และไม่อยากให้พี่ชายคนนั้นมองเธอเป็นเด็ก ซึ่งเพลงนี้ได้หนุ่ม Microdot แร็พเปอร์หนุ่มชื่อดัง มาร่วมแร็พอีกด้วย ซึ่งการร้องของทั้งสองในมุมมองของเด็กผู้หญิงและผู้ชายอายุมากกว่า โดยผ่านเสียงร้องของทั้งสองคนนั้นเรียกได้ว่าลงตัวเอามาก ๆ เลยทีเดียว อีกทั้งตัว MV ก็มีสีสันคัลเลอร์ฟูลสุด ๆ แถมยังมีท่อนเบรกแด๊นซ์ที่นา ฮาอึนได้โชว์สเต็ปแดนซ์ในการเต้นของเธอด้วย เรียกได้ว่าเพลงน่าเต้นตามมาก ๆ เลย เป็นการเปิดตัวซิงเกิลแรกออกมาได้งดงามมาก ๆ

นา ฮาอึน ถือเป็นเด็กที่มีความสามารถทั้งการร้องและการเต้นดีมาก ๆ อีกทั้งความน่ารัก สดใสแบบเด็ก ๆ เธอจึงมีแฟนคลับเป็นจำนวนมากทั่วโลก แต่ความสามารถนี้ไม่ใช่พรวิเศษแต่อย่างใด แต่นั่นเป็นเพราะเธอมีพรแสวง รู้จักเรียนรู้และฝึกสิ่งที่เธอรักเธอชอบกับมันตั้งแต่ยังเล็ก ๆ อีกทั้งยังได้ครอบครัวที่ดีที่ให้การสนับสนุนอีกด้วย เธอจึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของคนที่พยายามทำตามความฝัน หากคุณรักมัน คุณก็จงพยายามทำมันให้ดีที่สุดแน่นอนว่าผลที่ตามมามันต้องคุ้มค่าแน่นอน

 

ชวนฟังเพลงเพราะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBT !!  

ปัจจุบันบุคคลประเภท “LGBT” (กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ) ได้รับการยอมรับจากสังคมและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เรามักจะได้เห็นการ์ตูน ภาพยนตร์ ละคร ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย หญิงรักหญิง หรือคนข้ามเพศอยู่บ่อย ในวงการดนตรีก็มีเพลงที่มีเนื้อหา และศิลปิน ที่มีสไตล์เพลง เกี่ยวกับกลุ่ม LGBT ด้วยเช่นกัน ฉะนั้นวันนี้เราขอยกตัวอย่างเพลงและ MV ที่มีเนื้อหา LGBT มาฝากกัน บอกเลยว่า เพราะมาก ความหมายดีด้วย

 I Kissed A Girl ผลงานเพลงป็อปร็อกจากตัวแม่อย่าง “เคที เพร์รี” (Katy Perry) ถือว่าเป็นเพลง LGBT ยุคแรก ๆ ที่สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เกี่ยวกับบความเหมาะสมของเนื้อหา ที่ว่าด้วยการจูบผู้หญิงด้วยกัน มันสร้างความสับสนว่าผิดหรือไม่ผิด แต่หลายคนก็ชอบเหลือเกิน ถึงแม้จะโดนวิจารณ์ก็ยังมีกระแสตอบรับก็ดีไม่ใช่น้อย ขึ้นชาร์ตฮิตมากมาย ตั้งแต่ปี 2008-2013 เลยทีเดียว
ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=tAp9BKosZXs

                Girls Like Girls ซิงเกิลจากสาวน้อยมาดเท่ “เฮย์ลี คิโยโกะ” (Hayley Kiyoko) เธอเป็นทั้งนักร้อง นักแสดง นางแบบ ฯลฯ ความสามารถล้นมือ โดยส่วนตัวเธอชอบผู้หญิงด้วยกัน และดิ้นรนที่จะเปิดเผยตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็กลัวว่าสังคมจะไม่ยอมรับ ส่วนเพลง Girl Like girl เนื้อหาว่าด้วยผู้หญิงก็ชอบผู้หญิงได้เหมือนที่ผู้ชายทำนะ มันเป็นเรื่องปกติ แนวเพลงเป็นป็อปสบาย ๆ ฟังเพลิน เนื้อหาของ MV ก็น่ารักไม่ได้หวือหวา เพลงอื่น ๆ ของเธอก็เพราะไม่แพ้กัน เช่น Gravel to the tempo และ Curious เป็นต้น

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=I0MT8SwNa_U

                 Lay Me Down จาก “แซม สมิธ” (Sam Smith) นักร้องอาร์แอนด์บีชาวอังกฤษ ที่มีน้ำเสียงทรงพลังและโดดเด่นไม่เหมือนใคร เพลงของเขาฮิตติดชาร์ตคุ้นหูหายเพลง ทั้ง Too Good At Goodbyes, Writing’s On The Wall, Stay With Me, Leave Your Lover ฯลฯ ส่วนเพลง “Lay Me Down” เป็นเพลงรักหวานหูปนเศร้า ส่วนเนื้อหาใน MV ก็ตรงตามโจทย์ว่าด้วยคู่รักชายชาย ที่สูญเสียคนรักไป โดยแซม สมิธ แสดงเองเลย ถือว่าเป็นการประกาศตัวว่าเขาชอบผู้ชายแบบอ้อม ๆ ไปด้วยเลยทีเดียว

ลิงค์เพลง  : https://www.youtube.com/watch?v=HaMq2nn5ac0

              WILD เพลงจังหวะแปลกหู เนื้อหาเคลิ้มจาก “ทรอย ซีวาน” (Troye Sivan) ศิลปินวัยรุ่นชาวแอฟริกาใต้ ที่โด่งดังมาจากยูทูป เพลงของทรอยเป็นเพลงแนวป็อปอินดี้ แต่ฟังง่าย เนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับความรัก สำหรับเพลง Wild เป็นซิงเกิลที่ออกมาเมื่อปี 2015 ใน MV มีเนื้อหาว่าด้วยเพื่อนชาย 2 คนที่เติบโตขึ้นมาและรักกัน ได้กระแสตอบรับดีมาก ทรอยเป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ออกมาประกาศกันตรง ๆ ว่าเขาเองก็ชอบผู้ชาย และหลังจากนั้นเพลงของเข้าก็ยิ่งชัดเจน บ่งบอกรสนิยมทางเพศมากขึ้น อาทิ “My My My” และ “YOUTH  For Him”

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=fdXNNveYOfU

บทเพลงมีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่มคน LGBT ในไทยก็มีเช่นกัน เช่น เพียงข้างหลัง-อ๊อฟ ปองศักดิ์, ชนุดม-Chanudom หรือ เพื่อนรัก-The Pakinson เป็นต้น แต่ละเพลงเพราะและติดชาร์ตไม่แพ้เพลงสากล คาดว่าอนาคตมีผลงานใหม่ ๆ มาให้เราได้ติดตามกันอีกแน่นอน ปักหมุดรอได้เลย

 

เพลงดัง จาก 3 พี่ใหญ่ค่ายดัง Kamikaze !!          

                โปรเจคของค่ายเพลงใหญ่ ที่รวบรวมนักร้องไทยวัยรุ่นไว้มากที่สุด ก็ต้องยกตำแหน่งผู้นำให้กับเพลงจากค่าย “กามิกาเซ่” ค่ายเพลงเพื่อวัยรุ่นอันดับหนึ่ง ที่ครองใจวัยรุ่นไทยมากกว่า 10 ปีเต็มเลยทีเดียว ลองไปทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า

Kamikaze หรือ กามิกาเซ่ เป็นค่ายย่อยของค่ายใหญ่ระดับประเทศอย่าง RS ก่อตั้งขึ้นเมื่อ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2550 โดยมีสมาชิกยุคแรกเริ่ม 20 คน แต่ละปีจะมีสมาชิกเพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ โดยเป็นศิลปินวัยรุ่นหน้าใหม่ ที่มีสไตล์แตกต่างกัน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเพลงส่วนใหญ่ของกามิกาเซ่ ก็เน้นเพลงป็อปฟังสบาย หรือเพลงแดนซ์สุดมัน ที่มีเนื้อหาสนุกเกี่ยวกับชีวิตรุ่น สำหรับศิลปินกามิกาเซ่รุ่นแรก มีทั้งนักร้องกลุ่มและศิลปินเดี่ยว อาทิ ขนมจีน, โฟร์-มด, มิล่า, FFK, หวาย, K-Otic ผลงานของแต่ละคนโดดเด่น มีบทเพลงติดหูไม่แพ้กัน แต่วันนี้ขอคัด ผลงานของ 3 รุ่นพี่ของค่ายมาฝากกัน

                โฟร์-มด  2 สาวดูโอ้พี่ใหญ่ของกามิกาเซ่ เพลงของโฟร์มดเป็นเพลงป็อปฟังสบาย ๆ เนื้อหาเกี่ยวกับความรักกุ๊กกิ๊ก มักจะมีท่าเต้นเป็นที่จดจำในทุก ๆ เพลง โฟร์มดออกซิงเกิลแรกเมื่อ พ.ศ. 2548  ด้วยเพลง “หายใจเป็นเธอ” ขึ้นติดชาร์ตแจ้งเกิดสวยงาม มีเพลงเด็ดที่ต้องฟัง อาทิ “บีบน้ำตา” “ตามหาคนตามใจ” “Love Love” “เปลี่ยนกันไหม” “เด็กวุ่นวาย” “เด็กมีปัญหา” “ละลาย” “Love Villa (Feat. 2 High)” และ “จีบได้แฟนไม่รัก” ปัจจุบันนี้โฟร์มดปิดวงอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2560

                K-Otic หรือ เคโอติก บอยแบนด์ไทยอีกวงที่ได้รับความนิยมสูงสุด ความโดดเด่นคือการรวบรวม 5 หนุ่มต่างสไตล์ ต่างสัญชาติ มารวมกันได้อย่างลงตัว ออกซิงเกิลแรกเมื่อปี พ.ศ.2550 กับเพลง “รักไม่ได้หรือไม่ได้รัก” เพลงรักอกหัก ที่มีท่าเต้นไม่เหมือนใคร เพลงของเคโอติก เป็นแนวเพลงป็อป ผสมอาร์แอนบี มีแร็ปเท่ ๆ จากสมาชิกต่างชาติ แปลกใหม่มากในสมัยนั้น ปัจจุบันยุบวงไปแล้ว ฝากผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น “รักไม่ได้หรือไม่ได้รัก” “FREESTYLE” “แฟนใหม่” “เหงาปาก” “เรื่องของเรา (อย่าบอกเขาเลย)” “Dejavu (ยูนิตย่อย 2 High)” “ไม่มีเธอไม่อยากหายใจ” และ “ทิ้งเขาซะ”

                หวาย  เจ้าแม่เพลงอาร์แอนบีแห่งกามิกาเซ่  ร้องเพลงได้หลายแนวมากทั้ง อาร์แอนบี ฮิปฮอป การเต้นก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ซิงเกิลแรกที่ประสบความสำเร็จของเธอได้แก่เพลง “ตกหลุมรัก” พ.ศ.2550 ทำให้เธอถูกดึงเข้า Kamikaze และเป็นรู้ในนาม “หวาย กามิกาเซ่” นั่นเอง ปัจจุบันเธอออกจาก Kamikaze เรียบร้อยแล้ว แต่ช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดก็คือสมัยที่อยู่กับค่ายคามิคาเซ่นั่นแหละ ฝากผลงานปัง ๆ ไว้หลายเพลง ได้แก่ “ตกหลุมรัก” “เพื่อนใจน้อยไม่รักเธอ” “ห่างกันสักพัก” “รักฉันทำไม” “เสียใจแต่ไม่แคร์” “ตัดใจไม่ลง” และ “คงไม่ยอม”

ถึงแม้ว่าในปัจจุบันค่ายเพลงจะยุบไปแล้ว แต่ก็ถือว่าทำให้หลาย ๆ เพลงเป็นตำนาน เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า วัยรุ่นไทย หากตั้งใจทำอะไรไม่แพ้ชาติใดในโลกแน่นอน

 

รวมเพลงเด็ด จากศิลปินที่ไม่น่าจะมา ฟีทเจอริ่งกันได้

ในประเทศไทย มีเพลงหลายแนวให้เราได้เลือกฟังตามใจชอล ทั้งแนวป็อป ร็อก แร็ป ลูกทุ่ง เพื่อชีวิต อินดี้ ฯลฯ  แต่มีน้อยครั้งนัก ที่จะเจอเกิดโปรเจคพิเศษ จับนักร้องต่างสายมาร่วมงานกัน เช่น เพลงสตริงคู่ลูกทุ่ง ลูกทุ่งคู่แร็ป ร็อกคู่เพื่อชีวิต เป็นต้น บางศิลปินเราก็ไม่เคยคิดว่าจะมาร้องเพลงร่วมกันได้เลยด้วยซ้ำ บทความนี้ขอรวมเพลง ที่เกิดการฟีทเจอริ่งข้ามสายมาฝากกัน รับประกันฮิตดังทุกเพลง

แฟนจ๋า ถ้าพูดถึงเพลงฟีทเจอริ่งข้ามสายยุคบุกเบิก ก็ต้องเพลงนี้เลย ส่งตรงจากพี่เบิร์ด เมื่อปี พ.ศ.2545 เพลงนี้เป็นเพลงแดนซ์ เต้นสนุก ที่ได้นักร้องสาว 3 คนมากร่วมแจม ได้แก่ นัท มีเรีย, แคทรียา อิงลิช และจินตหรา พูนลาภ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เนื้อเพลงก็ว่าด้วยการเกี้ยวสาวไทย ทั้ง 3 ภาค ได้แก่ เหนือ ใต้ และอีสาน เป็นเพลงที่ฮิตมากขึ้นชาร์ตสูงสุดอยู่หลายสัปดาห์ แถม MV ได้รางวัลด้วยนะ ต้องลองดู

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=WGd8xfgjMGY

คิดฮอด กลมกล่อมและเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อวงร็อกชื่อดังอย่าง “Bodyslam” ทำเพลงร่วมกับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง “ศิริพร อําไพพงษ์” ส่งผลงานเพลง “คิดฮอด” ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2553 สร้างความฮือฮาอย่างมาก และได้รางวัลจากหลายเวที เช่น คมชัดลึกอวอร์ดส สีสันอวอร์ดส์ เป็นต้น ยังติดชาร์ตฮอตเอฟเอ็มอันดับ 1 ส่วนแนวเพลงก็เน้นร็อกเป็นหลัก ได้ความหมอลำ เข้าไปเสริมทัพ เนื้อหาว่าด้วยความคิดถึง อาลัยอาวรณ์ โดนใจคนฟังมาก

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=NNFY41LUvYU

ภูมิแพ้กรุงเทพ พ.ศ. 2556 ไม่พูดถึงไม่ได้เลยเพลงนี้ เพราะว่าขึ้นแท่นเพลงมหาชน เป็นการฟีทเจอริ่งระหว่าง รุ่นพี่แนวป็อปร็อก “ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์” และสาวน้อยลูกทุ่ง “ตั๊กแตน ชลดา” โดยเนื้อเพลงว่าด้วยหนุ่มที่มีอาการแพ้มลพิษในกรุงเทพ ต้องไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด เพื่อรักษาตัว เป็นเพลงป็อป น่ารักฟังสบาย ๆ สไตล์พี่ป้าง มีได้เสียงใส ๆ ของตั๊กแตนมาเติมเต็ม น่ารักมาก ครองใจคนฟังทั่วประเทศ ขึ้นหลายชาร์ตในไทย อันดับที่ 1ชาร์ต เอฟเอ็ม 95 ลูกทุ่งมหานครชาร์ต นานหลายเดือนเลยทีเดียว

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=dr-5SO5HgQY

หนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือ ร็อกลูกทุ่งไปแล้ว คราวนี่มาดูแร็ปลูกทุ่งกันบ้าง เพลงนี้ถูกนำมา Cover ใหม่เพื่อประกอบภาพยนตร์เรื่อง “รวมพลคนลูกทุ่งเงินล้าน” พ.ศ. 2556 เกิดจากการทำเพลงของศิลปิน 3 สไตล์ “สไปเดอร์ มังกี้” ดีเจชื่อดังแนวหน้าของไทย “อุ๋ย” จากวงบุดด้า เบลส และนักร้องสาวตัวแม่ “ฮาย อาพาภร นครสวรรค์” เพลงหนุ่มนาข้าว สาวนาเกลือเวอร์ชันนี้จึงแปลกหูหน่อย ๆ เพราะมีกลิ่นอายเพลงแดนซ์และแร็ปกวน ๆ รวมอยู่ด้วยกัน เนื้อเพลงก็ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย ต้องลองหาฟังสักครั้ง

ลิงค์เพลง : https://www.youtube.com/watch?v=pdxfFZTOX_4

พอฟังรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์เหลือเกิน บางเพลงก็ร้องออกมาแล้วเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ เชื่อว่าอนาคตจะมีเพลงฟีทเจอริ่งข้ามสายออกมาให้เราได้ติดตามกันอีกอย่างแน่นอน วันนี้อย่าลืมเอาเพลงพวกนี้ลงเพลย์ลิสต์ด้วยนะ

4 บทเพลงแอบรัก แอบชอบ จากโลกภาพยนตร์ที่ไม่ควรพลาด           

หากใครชื่นชอบเพลงรักเป็นพิเศษอยู่แล้ว บทความนี้จะชวนฟังเพลง ชมภาพยนตร์ และซีรี่ย์ของไทย ที่มีเนื้อหาเจ็บจี๊ดสะเทือนใจ ว่าด้วยการ แอบรัก รักข้างเดียว หรือเกิดอาการหลงรัก ซึ่งหลาย ๆ เรื่องมักจะประสบความสำเร็จ ครองใจคนดู เพลงดังติดหูจนขึ้นทุกชาร์ต มีเพลงไหนบ้างที่ฟังแล้วทำให้อินจนน้ำตาซึม ต้องไปดูกัน

ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย บอย Peacemaker

เพลงประกอบภาพยนตร์ยุคแรกเริ่มของค่าย GTH อย่าง เพื่อนสนิท พ.ศ. 2548 เนื้อเรื่องราวของ “ไข่ย้อย” ที่หลงรักเพื่อนสนิทอย่าง “ดากานดา” ได้รับกระแสตอบรับดีมาก จนกลายเป็นตำนานถึงปัจจุบัน ส่วนเพลงประกอบอย่าง “ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย” เพลงช้าฟังเพลิน ๆ จากบอย Peacemaker ก็เติมเต็มภาพยนตร์ให้เจ็บจี๊ดมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะฉากสารภาพรัก ที่มีคำพูดโดน ๆ ว่า “ฉันรักแกว่ะ”  พีคทั้งเพลงทั้งเนื้อเรื่องจริง ๆ

อยากรู้แต่ไม่อยากถาม – Calories Blah Blah

หากพูดถึงหนังเกย์ยุคแรก ๆ ของประเทศไทยเรา ก็ต้องยกให้เรื่องนี้เลย เพื่อน..กูรักมึงว่ะ พ.ศ.2550 เรื่องราวความรักของนักฆ่าและตำรวจหนุ่ม เป็นหนังที่สร้างความฮือฮาให้สังคมมาก ด้วยเนื้อหาที่มีการกล่าวถึงรักเพศเดียวกัน ส่วนเพลงประกอบอย่าง “อยากรู้แต่ไม่อยากถาม” ก็ดังเป็นพลุแตกไม่แพ้กัน แถมดังจนถึงทุกวันนี้ด้วย ซึ่งได้วง Calories Blah Blah เป็นผู้ขับร้อง เป็นเพลงป็อปฟังเคลิ้ม ๆ เนื้อหากินใจครองใจมาก

อย่างน้อย- Big Ass

จาก GTH อีกแล้ว กับภาพยนตร์รักวัยรุ่นกระแสดัง เมื่อ พ.ศ. 2551 “ปิดเทอมใหญ่ฯ หัวใจว้าวุ่น” เรื่องราวของความรัก 4 รูปแบบกับชีวิตช่วงปิดเทอมใหญ่ เป็นภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดให้ดาราวัยรุ่นหลายคนทีเดียว ส่วนเรื่องของเพลงประกอบหลักก็ได้แก่เพลง “อย่างน้อย” ของ Big Ass เพลงร็อกโยกสนุก เนื้อหาประมาณว่าไม่สมหวังไม่เป็นไร ส่วนอีกเพลงที่โดดเด่นมาก และเป็นที่ฮือฮาได้แก่ เพลง “รอเธอหันมา” ได้สาวน้อย โฟกัส จิระกุลร้องเอง เป็นเพลงที่มีเวอร์ชันจีนด้วย

สักวันหนึ่ง – มาริสา สุโกศล

                ตำนานรักของ “พี่โชน” และ “น้องน้ำ” จากภาพยนตร์เรื่อง “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก” พ.ศ. 2553 นอกจากเนื้อหาเกี่ยวกับการแอบรักที่กลมกล่อม เรื่องของมิตรภาพ การผ่านวัยเด็ก เรื่องนี้ทำดีไม่ใช่น้อย ส่วนเพลงประกอบได้เพลงเก่าในตำนาน “สักวันหนึ่ง” ของ มาริสา สุโกศล ออกมาเติมเต็มอาการแอบได้แบบ ตีโจทย์แตกมาก

ไม่บอกเธอ – Bedroom Audio  

อีกหนึ่งซีรี่ย์ไทย กับเรื่องราวของวัยรุ่น ที่ได้รับความประสบความสำเร็จมากที่สุด ก็ต้องยกให้ เรื่อง “Ost.Hormone วัยว้าวุ่น” ซีรี่ย์สะท้อนชีวิตวัยรุ่นไทย ที่ทำออกมาแบบเหมือนจริงมาก ได้รับความสำเร็จจนมีถึง 3 ซีซั่นเลยทีเดียว เรื่องนี้มีเพลงประกอบหลายเพลง แต่ที่โดดเด่น โดนใจและติดหูคนแอบรัก แอบชอบมากที่สุด ก็ต้องเพลง “ไม่บอกเธอจาก” Bedroom Audio วงร็อกน้องใหม่ ที่มอบให้คู่พระนางอย่าง “ไผ่” และ “สไปรท์”

นี่แค่เพลงที่เด็ดที่สุดเท่านั้น เพลงแอบรักในวงการเพลงไทยยังมีเยอะ ลองไปหาฟังกันดู ถ้าใครที่กำลังมีอาการ แอบรัก แอบชอบ ดูหนังเสร็จก็แชร์เพลงบอกความในใจกันได้เลยนะ

ชวนฟังแนวเพลงแปลก ๆ ไม่ฮิต แต่เพราะมาก!   

ปัจจุบันนี้ในโลกดนตรี มีเพลงให้เลือกฟังหลากหลายแนว ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง คือ ป็อป ร็อก อาร์แอนบี  ดิสโก้ ฮิปฮอป ฯลฯ แต่รู้หรือไม่ว่ามีแนวเพลงแปลก ๆ อีกหลายแนวที่ไพเราะมากแต่ว่าไม่ค่อยได้รับความนิยม และไม่ค่อยรุ่งเรืองเท่าไหร่ เราจะพาไปเปิดแนวเพลงแปลก ๆ เหล่านั้นเอง พร้อมกับยกตัวอย่างเพลงให้เห็นกันชัด ๆ ไปเลย

กอสเปล (Gospel) 

ว่ากันตามรากศัพท์แล้ว Gospel แปลว่าคำสวดของพระเยซู แต่สำหรับเพลงแนวนี้ คือแนวเพลงที่เน้นเสียงร้องเป็นหลัก โดยเฉพาะการร้องประสานเสียง ฟังดูแล้วเหมือนบทสวดมนตร์ กอสเปลเกิดขึ้นเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 20 ในโบสถ์ของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนเนื้อของเพลงส่วนมากก็จะเกี่ยวกับศาสนา คำสอนหรือความเชื่อทางศาสนา เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากในยุค 90 เดี๋ยวนี้อาจจะหาฟังยากหน่อย ตัวอย่างเพลงแนวนี้ “Didn’t It Rain” “Down By the Riverside” จาก Sister Rosetta Tharpe “Will You Be There” จาก Michael Jackson และ Cry Me A River จากหนุ่ม Justin Timberlake

บลูส์ (Blues)

ย้อนกลับไปเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ช่วงที่คนผิวสีเริ่มเข้าสู่อเมริกาเพื่อเข้ามาเป็นทาส ด้วยชีวิตที่แร้นแค้น และเจ็บปวด จึงรวมกลุ่มกันเพื่อร้องและสวดอ้อนวอน จึงก่อเกิดเป็นแนวเพลงประเภท “บลูส์” ซึ่งก็แปลกันตรง ๆ นี่แหละ ว่ามันคือเพลงเศร้า ทุกข์ระทม เนื้อหาของเพลงก็จะวนเวียนกับเรื่องพวกนี้ มีแนวย่อยมีมากมายไม่ว่าจะเป็นจัมป์บลูส์ เปียโนบลูส์ เดลตาบลูส์ ฯลฯ ความโดดเด่นอีกอย่างของเพลงประเภทนี้ก็อยู่ที่จังหวะนุ่มลึก ชนติดตาม เพลงตัวอย่าง เช่น BB King กับบทเพลง “Darling you know i love you” Guns N’ Roses ในเพลง“Since I Don’t Have You” หรือเพลงไทยก็ประมาณ ก็เคยสัญญา ของอัสนี วัตสัน

สกา (Ska)

แนวเพลงจากประเทศจาไมกาช่วงปลายทศวรรษที่ 50 ต่อมามีการพัฒนาเป็น Rocksteady และเร็กเก ตามลำดับ โดยมีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากดนตรีประเภทอื่น คือจะเน้นกีตาร์และเปียโน แถมมีการใช้เครื่องดนตรีแจ๊ส เข้ามาร่วม เช่น แซกโซโฟน, ทรัมเป็ต เป็นต้น เพลงจะฟังสนุกสนาน เน้นเต้นเพลิน ๆ สบาย บางวงก็เน้นบรรเลง ไม่ร้อง ตัวอย่างเพลงเช่น “Rock Fort Rock” เพลงจากวงบุกเบิกสกายุคแรก ตั้งแต่ปี 1964 อย่าง The Skatalites สำหรับไทยก็ต้องยกให้วง T-Bone เช่นเพลง กลิ่น มนต์รักสกา เป็นต้น

คันทรี (Courntry)

                ว่ากันง่าย ๆ มันก็คือ “เพลงลูกทุ่ง” ของท้องถิ่นนั้น ๆ นั่นแหละ เพลงคันทรีเริ่มขึ้นในปี 1920 กำเนิดในอเมริกาตอนใต้ เป็นหนึ่งแนวเพลงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในยุคหนึ่งเลยทีเดียว ความโดดเด่นของเพลงคันทรีคือ สำเนียง นั่นเอง แต่ละถิ่นจะมีสำเนียงเฉพาะ ให้คิดถึงเพลงลูกทุ่งบ้านเราเวลาเอื้อน เหน่อ ๆ หน่อย ดนตรีที่ใช้เล่น คู่เพลงคันทรี ก็ได้แก่ แบนโจ เนื้อหาก็เกี่ยวกับสำนึกรักบ้านเกิด วิถีชีวิต เป็นเพลงที่ฟังแล้ว อยากจะกลับบ้าน สำหรับเพลงตัวอย่างก็ได้แก่  Take Me Home, Country Roads ของ John Denver “Blue Eyes Crying In The Rain” ของ Willie Nelson  เป็นต้น

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ แนวเพลงแปลก ๆ ยังมีอีกเยอะ ทั้ง Soul Funk Dance  Indy ฯลฯ เพราะแต่ละแนวเพลงก็ยังมีประเภทย่อย แถมสามารถเอามามิกซ์กันได้อีก ต้องลองหาฟังกันดูนะ

เปิดตำนาน K-Pop รุ่นเดอะ กับเพลงดังฮิตของพวกเขา      

K-Pop หรือ Korean Pop เป็นวัฒนธรรมจากประเทศเกาหลี ที่ประสบความสำเร็จเปรี้ยงปร้างที่สุดในโลก เพลงที่ถูกปล่อยออกมาจากเหล่าบอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป หรือศิลปินเดี่ยว ศิลปินร็อกจากประเทศเกาหลี ล้วนเป็นที่ยอมรับแก่สากล ทั้งในเอเชียและตะวันตก เคป็อปเริ่มต้นขึ้นประมาณปี 1990 กว่า ๆ จนถึงวันนี้มีศิลปินมากหน้าหลายตา หลายวง ออกมาจะเราฟังตามแทบไม่ทัน แต่วันนี้ขอชวนฟังเพลงฮิตจากศิลปินเกาหลี ที่โด่งดังในยุคเริ่มต้น ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นศิลปินที่คุณเคยกรี๊ดตอนเด็ก ๆ ก็ได้

                Rain (Bi) ราชาอาร์แอนบี&ป็อป เสียงแหบเสน่ห์ ผู้บุกเบิกความโอปป้าในไทย ด้วยซีรี่ย์ชื่อดัง Full House สะดุดรักที่พักใจ มีผลงานให้เราติดตามมาตั้งแต่ปี 2002 ถึงปัจจุบัน เดี๋ยวนี้ก็ผันตัวไปเป็นคุณพ่อ นักแสดง นักร้อง แต่สมัยก่อนลีลาการเต้นกระชากใจสาว ๆ มาก เป็นศิลปินเดี่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ผลงานติดหูได้แก่เพลง “Rainsim” เพลงแจ้งเกิด MV “I Do” “Love Song” “La song” ฯลฯ        

                TVXQ หรือ ดงบังชินกิ บอยแบนด์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ได้รับฉายา “5 เทพพระเจ้าแห่งโลกตะวันออก”  สมาชิกแต่ละคนล้วนมีความสามารถในการร้อง เต้น แร็ป ออกซิงเกิลแรกเมื่อปี 2003 กับบทเพลงชื่อว่า “Hug” ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ถึงมากที่สุด มีฐานแฟนคลับทั่วเอเชีย ปัจจุบันเหลือสมาชิกทั้งหมด 2 คน อีก 3 แยกออกไปอยู่วง JYJ  ดงบังชินกิ มีเพลงฮิตมากมาย ทั้ง “O” “Rising Sun” “Mirotic” “Choosy Lover” “Before U Go” “Why did when ifall in love with you” ฯลฯ

                Super Junior หรือ SJ ท่าเต้นถูมือในตำนานก็ต้องยกให้วงซูเปอร์จูเนียร์นี่แหละ กับซิงเกิลที่มีชื่อเสียงที่สุด “Sorry Sorry” เชื่อว่าทุกคนรู้จักแน่นอน SJ ถือว่าเป็นบอยแบนด์ที่มีสมาชิกมากที่สุด ถึง 13 คน ออกอัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 8 อัลบั้ม ทัวร์คอนเสิร์ตใหญ่นับไม่ถ้วน มียูนิตย่อยหลายสไตล์ สำหรับเพลงฮิตมีมากมายทั้ง  “U” “Don’t Don’t” “Full of Happiness ” “Bonamana” “Mr.Simple” ฯลฯ ปัจจุบันเหลือสมาชิกทั้งหมด 11 คน

                Wonder Girl หรือ วันเดอร์ เกิร์ล 5 สาวน้อยมหัศจรรย์กับเพลงที่ฮิตที่สุด “Nobody” ซิงเกิลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกและสร้างวัฒนธรรม K-Pop ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีก เป็นวงเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่ออกตีตลาดสากล และได้รับความสำเร็จมาก มีผลงานเพลงมากมาย ทั้ง “Irony” “So Hot” “Like Money” ฯลฯ ปัจจุบันสมาชิกแยกย้าย วงยุบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ยังมีศิลปินอีกมากมาย ที่เป็นที่รักของแฟน ๆ ปัจจุบันเพลงเคป็อปและตัวศิลปิน ก็ยังคงครองใจแฟนคลับทั่วโลก มีคอนเสิร์ตให้เราได้ชมแทบจะรายเดือน และมีน้องใหม่ออกมาให้ติดตามเรื่อย ๆ วงไหนจะขึ้นเป็นหน้าตำนานอีก ต้องติดตาม

ชวนฟังเพลงเพราะจากอัลบั้มดังวง “Coldplay”

                นาทีคงไม่มีใครไม่รู้จักศิลปินระดับโลกอย่าง โคลด์เพลย์ (Coldplay) วง Alternative Rock จากเมืองผู้ดี ซึ่งมีสมาชิก 4 คนมาตั้งแต่ก่อตั้ง ได้แก่ คริส มาร์ติน, จอนนี่ บั๊คแลนด์, กาย เบอร์รีแมน และ วิล แชมป์เปียน แต่ละคนในวงมีความเปรื่องในดนตรีหลายชนิด เล่นออกมาอย่างลงตัว เพลงของโคลด์เพลย์ราวกับเวทมนตร์สะกดคนฟังมาได้ตั้งแต่อัลบั้มแรก จนถึงอัลบั้มปัจจุบันเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งศิลปินที่กวาดรางวัลจากเวทีต่าง ๆ มากกว่า 85 รางวัล มีชื่อเข้าชิงกว่า 252 ครั้ง วันนี้เราจะพาไปรู้จักวงโคลด์เพลย์ให้มากกว่าเดิมด้วยการหยิบเพลงฮิตจากอัลบั้มต่าง ๆ มารวมลิสต์ไว้ให้ไปหาฟังทีเดียว

Parachutes

                อัลบั้มแรกของวงโคลด์เพลย์เมื่อปี 2000 ได้รับความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีมาก ขึ้นชาร์ตประเทศอังกฤษอย่างรวดเร็ว เนื้อหาส่วนมากของอัลบั้มจะออกแนว อกหัก ความรักและชีวิต พร่ำเพ้อหน่อย ๆ สำหรับเพลงชูโรงของอัลบั้มนี้ ได้แก่เพลง “Trouble” เพลงช้าเคลิ้ม ๆ ที่มี MV อินดี้มาก ส่วนอีกเพลงที่กลายหนึ่งไม่รองใคร ได้แก่เพลง “Yellow” เพลงนี้ถือเป็นเพลงประจำวงเลยก็ว่าได้ ดังเป็นพลุแตก ครองใจคนฟังด้วยเนื้อหาโรแมนติกสุด ๆ

A Rush of Blood to the Head 2002

ออกมาติด ๆ ตอนปี 2002 เป็นอัลบั้มที่กวาดรางวัลเยอะที่สุดอัลบั้มหนึ่ง ทั้งเวทีแกรมมีปี 2003 รางวัล อัลบั้ม Alternative แห่งปี รางวัลแกรมมีปี 2004 สาขาบันทึกเสียงแห่งปี ฯลฯ อัลบั้มนี้แฟน ๆ ว่ากันว่าเป็นอัลบั้มที่มีเนื้อหาดาร์กที่สุด ส่วนใหญ่จะพูดถึงความสับสน ความเศร้า อาทิเพลง “in my place” “ the Scientist” 2 เพลงนี้ก็สร้างโคลด์เพลย์ให้มีชื่อเสียงกว้างขวางกว่าเดิม

X&Y 2005

                เป็นอัลบั้มที่ออกมาเมื่อปี 2005 ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ X และ Y มันก็จะอินดี้หน่อย ๆ อัลบั้มนี้ เพลงส่วนใหญ่เริ่มมีความสดใส แต่เพลงก็เพลงเนื้อหาเศร้าหน่อย มีเพลงฮิตติดหูอยู่ 2 เพลงได้แก่ “Fix you” จาก X เพลงช้าความหมายดี เชิงให้กำลังใจ และอีกหนึ่งเพลงที่แฟน ๆ เทใจมากถึงมากที่สุด ก็ได้แก่ “Speed of Sound” จาก Y เพลงนี้พิเศษหน่อยเขียนขึ้นจากสมาชิกในวงทั้งหมดเลยทีเดียว

Ghost Stories

                อัลบั้มนี้ออกเมื่อปี 2014 เป็นอัลบั้มที่มีคอนเซ็ปต์มาจากหัวหน้าวง “คริส มาร์ติน” เนื้อหาหนักเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีต ที่มีผลกระทบต่อพวกเขาในอนาคต เพลงส่วนมากในอัลบั้มนี้จะออกแนวต้องมนตร์ ฟังเคลิ้ม ๆ ทั้งเพลง “Always in My Head” “True Love” และ “Magic” เพลงนี้พิเศษมาก ได้นางเอกชาวจีนชื่อดัง อย่างจางซิยี่ มารับบทนางเอก MV ด้วย ปังมาก ส่วนอีกเพลงที่แฟน นิยมไม่แพ้กันก็คือ “A Sky Full of Stars”

A Head Full of Dreams

                อัลบั้มล่าสุด เมื่อปี 2015 – 2016 เป็นอัลบั้มที่ดังถล่มทลายทุกชาร์ต กวาดรางวัลไปมากมายและครองใจคนฟังทั่วโลกที่ไม่ใช่แค่แฟนคลับ แต่ละเพลงที่ปล่อยออกมาเรียกว่าฉีกแนวความเป็นโคลด์เพลย์ไปพอสมควร จะดำมืด อินดี้มาโดยตลาด อัลบั้มนี้จะออกแนวสีสันสดใส ความหมายของเพลง ดีหมด เกี่ยวกับการใช้ชีวิต พลังบวก  มีเพลงฮิตหลายเพลง ไม่ว่าจะเป็น “A Head Full of Dreams” “Hymn for the Weekend” “Up & Up” และ “Adventure of a Lifetime”

ปัจจุบันนี้วงโคลด์เพลย์ยังคงสร้างสรรค์ผลงานให้ได้ติดตามกัน เพลงล่าสุดที่ฮิตติดแทบทุกชาร์ต ได้แก่เพลง “Something Just Like This” ผลงานร่วมกับวงคู่ดีเจชื่อดัง The Chainsmokers มียอดวิวทะลุ 1000 ล้านไปเรียบร้อยแล้ว

สรุปแล้ว ทุกวันนี้ เราฟังเพลงผ่านช่องไหนได้บ้าง!!

ในปัจจุบันยุค 4.0 สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงก็คงเปิดแอปพลิเคชัน แล้วค้นหาเพลงที่ชอบฟัง ทำเป็นลิสต์ไว้ แต่วันนี้ขอพาเปิดช่องทางการฟังเพลงในรูปแบบต่าง ๆ สารพัดวิธีที่ยังมีให้เห็นยุคปัจจุบันที่เราคาดไม่ถึง ขอแบ่งหลัก ๆ เป็นออฟไลน์และออนไลน์ ตามมาดูเลยว่ามีช่องทางไหนบ้าง

ฟังแบบออฟไลน์ คลาสสิก รองรับอุปกรณ์หลากหลาย ฟังซ้ำไปซ้ำมาจนจำได้

ฟังผ่านรายการโทรทัศน์ เครื่องมือสื่อสารจะไปเร็วมากเพียงใด แต่ก็ไม่คลาสสิกเท่าโทรทัศน์ สมัยก่อนเราอาจจะได้ฟังเพลงจากรายการในช่องหลัก 3 5 7 9 แต่ว่าสมัยนี้จานดาวเทียมและกล่องต่าง ๆ มีช่องเพลงให้เราเลือกตามไลฟ์สไตล์ได้ไม่มีวันหยุด ทั้งเพลงสตริง เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงร็อก เพลงจีน ฯลฯ สารพัดแนวสุดที่เราจะคิดได้ แถมบางที่ยังมีข่าวสารของศิลปินที่เราชื่นชอบมาให้ติดตาม และจัดอันดับเพลงฮิตอีก ข้อดีคือมีให้ฟังทั้งวันทั้งคืนเปิดตอนไหนก็ได้ แต่ข้อเสียคือ เราเลือกฟังศิลปินที่เรารักไม่ได้ ต้องฟังตามผังรายการนั่นเอง

ฟังผ่านวิทยุ เป็นช่องทางที่ยังคงครองใจมหาชนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้เครื่องวิทยุก็มีวางจำหน่ายเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือบางสถานีก็ไปฟังผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ ฟังเพลงจากวิทยุเหมือนมีเพื่อนคลายเหงา เพราะมีพี่ ๆ ดีเจ คอยคุยเป็นเพื่อน สื่อสารกับผู้ฟัง เป็นความคลาสสิกยุคเก่า ที่สามารถโทรไปขอเพลง หรือร่วมเล่นเกมได้ เพลงฮิต เพลงดัง  พี่ดีเจจัดไว้ให้หมด คลื่นวิทยุสมัยนี้มีหลายคลื่น รายการเพลงเองก็มีจำนวนมากพอให้ได้ติดตามเป็นแฟนคลับกัน

ฟังผ่าน CD/VCD ถึงแม้ว่าปัจจุบันสื่อสิ่งนี้จะเริ่มหายากเต็มทีแล้ว แต่ก็มีแฟน ๆ จำนวนหนึ่ง ที่ยังชอบตามเก็บ CD/VCD ของศิลปินที่ชื่นชอบไว้เป็นที่ระลึก การฟังเพลงแบบอุดหนุนลิขสิทธิ์แท้ ย่อมส่งผลต่อยอดขายของศิลปินอย่างแท้จริง เหมือนเราใกล้ชิดสนิท ใน 1 อัลบั้ม ฟังเต็มอิ่ม ไล่เรียงวนไป ไม่ต้องเสียเวลารอด้วย

ฟังผ่าน iPod/MP3/สมาร์ทโฟน สายออฟไลน์ไม่มีอินเทอร์เน็ตก็ต้องวิธีนี้ ยังคงมีให้เห็นอยู่ คือ เราจะโหลดเพลงโปรดเป็นไฟล์ MP3 แล้วลงไว้เครื่องมือต่าง ๆ เช่น เครื่อง MP3 iPod หรือสมาร์ทโฟนก็ตาม เลือกโหลด เลือกฟังได้ตามใจเรา จุกี่เพลงก็แล้วแต่เมมโมรี่ที่เราเลือกใช้ อย่าลืมอุดหนุนของแท้กันละ

ฟังแบบออนไลน์ ท่องโลกกว้างไม่สิ้นสุด อัพเดทเพลงใหม่ก่อนใคร

                ฟังผ่านเว็บไซต์ อย่างแรกของสายออนไลน์ ก็ต้องฟังผ่านเว็บไซต์นี่แหละ โลกอินเทอร์เน็ตมันกว้างไกล เราสามารถใกล้ชิดเสียงเพลง ศิลปินที่เราชื่นชอบได้ 24 ชม. ตราบใดที่เรายังมีเน็ต มีเว็บฟังเพลงหลายพัน หลายหมื่นเว็บให้เราได้ท่องไป ทั้งในไทยและสากล เช่น YouTube Sanook iheart Jango เป็นต้น เว็บเหล่านี้รวมเพลง รวมเพลย์ลิสต์ให้แล้ว หรือจะหาตามศิลปินที่ชอบก็หาได้สบาย ๆ

ฟังผ่านแอปพลิเคชัน สมาร์ทโฟนก็เครื่องมือสำคัญ สมัยนี้มีแอปฟังเพลงให้เราเลือกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น Joox, Spotify, Tidal, Fungjai ฯลฯ ฟังออนไลน์ได้แบบสบาย ๆ พร้อมเพลย์ลิสต์ของศิลปินที่เราชอบ มีเพลงครบทุกแนว ทั้งไทยและสากล แต่ว่าแอปเหล่านี้มักจะมีค่าใช้จ่าย เหมือนเราต้องซื้อโปรโมชั่นหากต้องการฟังก์ชันพิเศษบางอย่าง ราคาก็แตกต่างกันไปอยู่ที่ประมาณ 100-300 บาท/เดือน แต่ว่าคุณภาพเสียงชัด ลิขสิทธิ์แท้ ไม่ต้องเสี่ยงทาย

ปัจจุบันนี้การฟังแบบออฟไลน์จะได้รับความนิยมน้อยกว่าออนไลน์ แต่ก็เป็นหนึ่งทางที่เราสามารถเก็บสะสมผลงานของศิลปินที่เราชอบได้เป็นอย่างดี คลาสสิกมาก จะฟังแบบไหนก็เลือกได้ตามใจเลย