5 เพลงเก่าเอามาทำใหม่ที่น่ากลับฟังไปอีกแบบ

ในยุคที่ผลงานเพลงรวมทั้งศิลปินผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพลงใหม่ ๆ จากค่ายยักษ์ใหญ่ ค่ายโนเนม หรือแม้แต่ศิลปินไร้สังกัดมีช่องทางเผยแพร่ผลงานมากขึ้นไม่เพียงแต่สื่อโทรทัศน์หรือวิทยุ ด้วยความที่ทุกอย่างรวดเร็วง่ายดายมันก็เป็นดาบสองคมที่ทำให้บทเพลงนั้น ๆ มาไวไปไวไม่ยั่งยืน การตามเทรนด์เหล่านั้นไม่ทัน ทำให้ผู้ฟังเกิดกระแสกลับไปฟังเพลงเดิม ๆ โดยเฉพาะบทเพลงในยุค 80-90’s ศิลปินหลายคนก็อิงกระแสความนิยมนี้จับเอาเพลงเก่า ๆ มาทำใหม่ จับเพลงของศิลปินคนอื่นมานำเสนอในแบบตัวเองซึ่งหลาย ๆ งานคัฟเวอร์ทำได้น่าฟังไม่แพ้เวอร์ชันเดิมเลยทีเดียว

Milkshake เพลงมิลค์เชคของ kelis เดิมเป็นเพลงแด๊นซ์ที่ค่อนข้างมีพลังยิ่งด้วยเสียงแหบเสน่ห์ของ kelis รวมทั้งความเซ็กซี่ของเพลง ต้องบอกว่าการคัฟเวอร์ให้ดีกว่าเวอร์ชันเดิมคงไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งสาว ๆ จากซีรีย์ Riverdale ทำให้มันเกิดขึ้นจริง Milkshake เวอร์ชัน Pussycats ft. Cheryl ปรากฏในฉากที่สามสาวต้องร่วมมือกับเพื่อน ๆ กู้วิกฤตร้านป็อป โดยมิลค์เชคเวอร์ชันนี้เพิ่มเติมความเซ็กซี่ระดับปรอทแตกเข้าไปแถมยังเปลี่ยนทำนองใหม่ทำให้น่าฟังและทันสมัยมากยิ่งขึ้น

ช้ำคือเรา Cover By สมอารมณ์ x Pimthitiii เดิมเป็นผลงานของดีว่าคุณภาพอย่างนิตยา บุญสูงเนิน ถูกนำมาทำดนตรีใหม่เพิ่มอินเนอร์เข้าไปส่งผลให้ดังเป็นพลุแตกจนเวอร์ชันคัฟเวอร์และเวอร์ชันต้นฉบับมียอดวิวมหาศาล เรียกว่าดังข้ามปีจวบจนถึงทุกวันนี้ ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่สถานีวิทยุต้องเปิดซ้ำในทุก ๆ วัน

Country Road เพลงคันทรี่ระดับตำนานของ John Denver ที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ศิลปินเลื่องชื่อยังไม่กล้านำมาทำใหม่เพราะเสี่ยงแหกโค้งตกเหวได้ง่าย ๆ ถ้าคลาสไม่ถึงจริง ๆ แต่ใครจะคิดว่า Country Road ที่ร้องคร่อมจังหวะพร้อมทั้งล้อเลียนสำเนียงคนอังกฤษจะเป็นเวอร์ชันสุดปังที่ถูกถามถึงมากเหลือเกิน เพลงดังอารมณ์อุ่นหัวใจจากเวสต์ เวอร์จิเนียร์ถูกทำให้หรูหราแบบยุโรปผสานอารมณ์เหงาด้วยปี่สก็อตปรากฏอยู่ในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ Kingsman 2 ที่สำคัญ Country Road เวอร์ชัน Merlin (Mark Strong) เป็นลิมิเต็ด อีดิตชั่นที่หาฟังได้ในภาพยนตร์ Kingsman 2 เท่านั้นอีกด้วย

คราบธุลีดิน นี่คือผลงานที่ VWIN ยกให้เป็นงานคัฟเวอร์ระดับมาสเตอร์พีชของวงการเพลงไทย ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในการคัฟเวอร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล เพลงจากแร๊พเปอร์ชาวเหนือถูกหน้ากากหอยนางรมหรือโอม ค็อกเทลนำขึ้นไปโชว์บนเวที The Mass Singer และทำให้เวทีลุกเป็นไฟส่งผลให้หลังจากนั้นเพลงตราบธุลีดินกลายเป็นเพลงฮิตทั่วฟ้าเมืองไทย ปู่จ๋าน ลองไมค์เจ้าของเพลงเองก็ได้รับอานิสงฆ์กลายเป็นที่รู้จักไปด้วย

Apologize เพลงเคยดังในอดีตของวง One Republic ถูกนำมาคัฟเวอร์ใหม่โดยศิลปินชาวไทย BILLbilly01 ft. Violette Wautier คุณภาพของผลงานนี้ได้พิสูจน์แล้วด้วยการยืนระยะเป็นอันดับหนึ่งในยูทูปติดต่อกันถึงสี่เดือนเต็ม ด้วยน้ำเสียงของ วี วีโอเล็ต หนึ่งในผู้เข้าประกวดจากรายการเดอะ ว้อยซ์ ไทยแลนด์ทำให้ Apologize เวอร์ชันนี้เพราะติดหูเป็นที่รู้จักทั้งในไทยและต่างประเทศ

หลายคนอาจเข้าใจว่าการคัฟเวอร์นั้นง่ายกว่าการแต่งเพลงใหม่ขึ้นมาสักเพลง ทั้งยังอาจมองว่าการคัฟเวอร์คือการฉกฉวยผลงานของผู้อื่นรูปแบบหนึ่ง นั่นไม่จริงเลยเพราะมีการคัฟเวอร์จำนวนมากที่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการนำเสนอเพลงนั้น ๆ ในแง่มุมใหม่ ๆ และต้องทำให้ผู้คนยอมรับมันได้ด้วย คือโจทย์ที่ยากไม่แพ้การนำเสนอเพลงใหม่สักเพลงเลย การคัฟเวอร์หลาย ๆ ครั้งยังได้ช่วยเหลือศิลปินเจ้าของเพลงออกจากภาวะวิกฤต ทำให้กลายเป็นที่รู้จักและได้รับงานมากขึ้นดังนั้นมันจึงไม่ได้เป็นการฉกฉวยโอกาสจากงานของผู้อื่น แต่เป็นการเกื้อกูลกันของผู้คนในวงการเพลงเสียด้วยซ้ำ

มาทำความรู้จักกับ “Warsong” อัลบั้ม EDM Remix จากเกม MOBA ชื่อดัง League of Legends (LoL)

เป็นที่ทราบกันดีในแวดวงธุรกิจในขณะนี้ ว่าตลาดเกมของโลกมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เกมได้กลายมาเป็นกีฬายอดนิยมที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เล่นระดับมืออาชีพ (Pro-player) เกมเมอร์ สตรีมเมอร์ และนักแคสเกม ได้เหยียบหลักหมื่นหลักแสนในแต่ละเดือน ไม่นับรวมรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต ซึ่งการทำเพลงประกอบกีฬานี้ ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตไปพร้อม ๆ กัน

                การรวมตัวกันระหว่างวงการเกมและวงการเพลงจึงอยู่ในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยที่เอื้อประโยชน์ให้แก่ทั้งสองอุตสาหกรรม นอกจากนั้นผู้เล่นเกมยังได้เก็บเพลงดีจังหวะโดนเข้าเพลย์ลิสต์แบบฟรี ๆ ด้วย เรียกว่าวิน-วินกันทุกฝ่าย และในบทความนี้ เราจะมาพูดถึงค่ายเพลงค่ายแรก ๆ ที่ดึงเอานักร้องนักทำเพลง นำมาร่วมงานด้วยอย่าง Riot Game นั่นเอง

                เคยสงสัยไหมว่าการเล่นเกมที่คุณชื่นชอบไปพร้อม ๆ กับการเปิดฟังเพลงโปรดมันจะดีขนาดไหน? Riot game เอาใจทั้งคนรักเกมและคนรักเสียงเพลง ด้วยการจับมือกันทำเพลงร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุดในอุตสาหกรรม Electronic dance music หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า EDM เพื่อสร้างอัลบั้ม EDM Remix สำหรับเกม League of Legends ที่มีชื่อว่า “Warsong”

                ถ้าคุณเป็นสาวก EDM คุณคงรู้จัก Marshmellow ดีอยู่แล้ว ตามความคิดของเขา เขาเห็นว่าการรวมตัวกันระหว่าง EDM และ LoL นั้นเหมาะเจาะและสมบูรณ์แบบ เนื่องจากนักเล่นเกมส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบเพลง EDM อยู่แล้วเพราะมันเข้ากับสถานการณ์ลุ้น ๆ ในเกม

                นักทำเพลงที่เป็นนิยมอย่าง Marshmellow, MitiS, James Egbert, Hyper Potions, Mako, Dan Negovan, Arty, Juaz, Photoshredanoid, Vicetone และ Minnesota ได้ร่วมรีมิกซ์เพลง EDM ทั้งหมด 11 เพลงในอัลบั้ม Warsong  พวกเขาบางคนเป็นเกมเมอร์ตัวยง ถึงได้รู้และเข้าใจเป็นอย่างดีว่าลักษณะเพลงและดนตรีแบบไหนที่จะถูกอกถูกใจเหล่าเกมเมอร์ที่อยู่ระหว่างการต่อสู้ในเกม

Tracklist for Warsong:

1.Piercing Light (Mako Remix)

2.Edge of Infinity (Minnesota Remix)

3.Welcome to Planet Urf (Jauz Remix)

4.PROJECT: Yi (Vicetone Remix)

5.Flash Funk (Marshmello Remix)

6.Let The Games Begin (Hyper Potions Remix)

7.Worlds Collide (Arty Remix)

8.The Glory (James Egbert Remix)

9.The Boy Who Shattered Time (MitiS Remix)

10.Lucidity (Dan Negovan Remix)

11.Silver Scrapes (ProtoShredanoid Remix)

มาเป็นอัลบั้ม แถมยังมีคอนเซ็ปท์ยังชัดเจนซะ ก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้คงเกิดการแข่งขันของเพลง Genre ใหม่อย่างเพลงจากเกมขึ้นเป็นแน่ เพราะค่ายเกมใหญ่ๆ ต่างก็เริ่มให้ความสำคัญกับการทำเพลงสำหรับเกมของตนบ้างแล้ว เอาจริงเอาจังกันขนาดนี้ ติดแท็ก #งานนี้พี่ไม่ได้มาเล่น ๆ ให้โลด

5 เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีน้องใหม่ จ่อคิวรอเดบิวต์ในปี 2019

ปี 2018 ที่ผ่านมามีสาว ๆ เกิร์ลกรุ๊ปหน้าใหม่เดบิวต์เปิดตัวในวงการกันไปหลายวงแล้ว ทั้ง Stray Kids, (G)I-DLE, LOONA, SATURDAY, Camilla และ Target ซึ่งวงการเพลงเกาหลีก็ยังไม่หยุดปั้นน้องใหม่ออกมาสู่ตลาดเรื่อย ๆ ในปี 2019 นี้ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัดแล้วว่ามีเกิร์ลกรุ๊ปที่มีกำหนดจะเดบิวต์ถึง 5 วงด้วยกันดังนี้

                Cherry Bullet ต้นปี 2019

                FNC Ent. ต้นสังกัดของ AOA วงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นพี่ที่กลายเป็นตัวท็อปของวงการ K-Pop ไปแล้ว มีแผนเดบิวต์เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ Cherry Bullet ออกมาในช่วงต้นปี 2019 โดยได้เริ่มเปิดตัวสาว ๆ ทั้งสิบคนผ่านทางรายการเรียลลิตี้ที่เผยแพร่ให้ชมทาง V Live ไปแล้ว ออกอากาศตอนแรกวันที่ 28 พฤศิกายน 2018

                ทีเซอร์ที่ถูกปล่อยออกมาสองตัวเผยให้เห็นถึงสองคอนเซ็ปท์ของวงที่แตกต่างกัน ทีเซอร์ตัวแรกเปิดตัวมาด้วยคอนเซ็ปท์มินิมอล สาวๆ สวมเสื้อยืดขาวและกางเกงยีนส์ ดูเรียบหรู แต่ทีเซอร์ตัวใหม่กลับให้ความรู้สึกสดใสแสบซ่าและกระชุ่มกระชวย สมชื่อศิลปินหน้าใหม่จริง ๆ

                High School เดือนมีนาคม

                สาว ๆ กลุ่มนี้รอเดบิวต์ด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นั่นคือการที่เมมเบอร์ของวงทุกคนใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้ สร้างภาพลักษณ์ที่ลึกลับน่าค้นหา

                High School เพิ่งเปิดตัวทีเซอร์สำหรับซิงเกิ้ลแรก “Baby, you’re mine” ของพวกเธอใน Instagram และเมื่อไม่นานมานี้พวกเธอก็เพิ่งจะเดินทางมาโปรโมทที่ประเทศไทยด้วย ซึ่งทำให้พวกเธอติดโผ 1 ใน 3 อันดับของเกิร์ลกรุ๊ปที่แฟน ๆ ชาวไทยรอคอยมากที่สุด

                Purple Black ภายในปี 2019

                Purple Black เป็นเกิร์ลกรุ๊ปกลุ่มแรกที่มาจาก Majesty Entertainment ตอนนี้ทางต้นสังกัดกำลังเปิดตัวสมาชิกวงทีละคน ปัจจุบันมีสมาชิก 4 คนที่ถูกเปิดตัว ทว่าจำนวนสมาชิกวงนั้นยังไม่แน่นอน ทางต้นสังกัดเคยเผยว่ามีสมาชิกทั้งหมดหก หรือไม่ก็เจ็ดคน แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องรอลุ้นรอดูกันต่อไป

                Rendezvous วันที่ 7 หรือ 8 เดือนกรกฎาคม

                Rendezvous เป็นวงที่มีกำหนดการเดบิวต์ชัดเจนที่สุด โดยโปรเจกต์นี้ของบริษัท Parksal จะใช้ระบบคัดเลือกสมาชิกวงผ่านการทดสอบการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การร้องและเต้น ส่วนสมาชิกที่ต้นสังกัดยันยืนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของวงอย่างแน่นอนก็ได้แก่ ซูรี ซึลกิ และยูนซอ แต่พวกเขาก็ระบุว่ามีแผนที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกวงอีก

                Y.E.S เดือนมีนาคม

                Y.E.S คือเกิร์ลกรุ๊ปภายใต้สังกัดของค่าย NOH Entertainment เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งจะเปิดตัวเรียลลิตี้โชว์ที่พวกสาว ๆ จะถูกติดตามระหว่างฝึก เล่นเกม และพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน รายการเปิดตัวมาด้วยสมาชิกวง 6 คน ซึ่งได้แก่ ยูบิน ปาร์คซูริน คิมซอยอน คังยูมี คิมจินอู และอีโดยอน อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ 4 ยูบิน ซูริน และซอยอนกลับไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวงอีกต่อไป ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสมาชิกวงของบริษัท รายการโชว์จึงโฟกัสไปที่เด็กฝึกอีก 9 คนที่อาจจะได้ (หรือไม่ได้) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวง อย่างไรก็ตาม ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะ Y.E.S ไม่มีเพจออฟฟิเชียลหรือโซเชียลมีเดียของวง จึงยากที่จะติดตามข่าวสาร แฟน ๆ คงต้องรอคอนเฟิร์มกันเองตอนเดบิวต์เท่านั้น

เส้นทางของเพลง “หมอลำ” วัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาช้านานของชาวอีสาน

ในยุคสมัยนี้ หากพูดถึงเพลงหมอลำ เราก็คงจะนึกเพลงลูกทุ่งที่มีท่วงทำนองสนุกสนาน มีลักษณะฟังง่าย เข้าใจง่าย สามารถร้องเล่นเต้นตามได้ แต่เพลงหมอลำตามความเข้าใจของเรานี้เป็นสิ่งที่วิวัฒนาการมาจากหมอลำพื้นบ้าน ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอีสาน รากเหง้าดั้งเดิมของเพลงหมอลำ ความเจริญก้าวหน้าของหมอลำก็คงไม่ต่างจากความเจริญก้าวหน้าของสิ่งอื่น ๆ เท่าไหร่นัก คือเกิดจากการต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสังคมนั่นเอง

วิวัฒนาการของหมอลำ
แต่เดิมเพลงหมอลำเป็นเพลงที่ชาวบ้านแต่ละท้องถิ่นคิดค้นและประดิษฐ์แบบแผนการร้องขึ้นมา และใช้สำเนียงภาษาอีสานในการร้องลำ โดยใช้วิธีสืบทอดด้วยการท่องจำปากต่อปากจากครู จนเมื่อมีความชำนาญก็สามารถด้นสดและคิดท่วงทำนองจังหวะขึ้นใหม่ สร้างลูกเล่นเฉพาะตัวและทางของตัวเองได้ ซึ่งหมอลำที่มีทางและเอกลักษณ์ของตนมักจะได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จในการเป็นหมอลำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อสังคมมีความเจริญขึ้น ความนิยมของเพลงหมอลำก็ลดลง วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านเริ่มเปลี่ยนไป เพราะได้รับอิทธิพลจากสังคมเมืองมากขึ้น เมื่อสังคมเมืองที่มีความแข็งแรงกว่าแผ่อิทธิพลปกคลุมสังคมชมบท เพลงพื้นบ้านของชาวบ้านก็ย่อมปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามสังคมด้วยเช่นกัน ซึ่งแนวเพลงที่ได้รับความนิยมในสังคมเมือง ณ เวลานั้นก็คือ “เพลงลูกทุ่ง” ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

นอกจากเพลงหมอลำจะครองใจคนอีสานด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตนของหมอลำแล้ว เพลงหมอลำยังได้พัฒนาปรับตัวให้เข้ากับสมัยนิยมของเพลงลูกทุ่งมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเอาทำนองเพลงหมอลำมาประยุกต์เข้ากับทำนองเพลงลูกทุ่ง กลายเป็น “ลูกทุ่งหมอลำ”

ด้วยความที่จังหวะทำนองดนตรีหลักของหมอลำมาจากแคน ซึ่งสามารถปรับเข้ากับจังหวะของเครื่องดนตรีไฟฟ้าสมัยใหม่ได้อย่างแนบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่ผิดเพี้ยน ทำให้กระแสเพลงลูกทุ่งหมอลำดำเนินสืบมายังปัจจุบัน อีกทั้งยังได้รับความนิยมมากกว่าเพลงหมอลำแท้ ๆ อีกด้วย

ในยุคสมัยนี้ที่วงการเพลงไทยแข่งขันกันเองและแข่งขันกับตลาดเอเชียอย่างดุเดือดนี้ เพลงลูกทุ่งหมอลำก็ยังยืนหยัดชนะใจแฟนเพลงอย่างเหนียวแน่น หากเรียกตามศัพท์ของวัยรุ่น ก็คงต้องบอกว่า “ยืนหนึ่ง” เลยเชียว

พูดคุยกันมาเสียยาว จะไม่แนะนำเพลงลูกทุ่งหมอลำสุดฮิตคงไม่ได้แล้ว เพลงที่เราจะแนะนำนี้ เป็นเพลงที่มีกระแสโด่งดังเป็นอย่างมาก เชื่อว่าคงเคยผ่านหูใครหลาย ๆ คนมาแล้วแน่นอน เพราะเพลงลูกทุ่งหมอลำน่ะ มีเปิดอยู่ในทุกเทศกาลของไทยเลยจริง ๆ

1.พีสะเดิด – สาวกระโปรงเหี่ยน

2.พีสะเดิด – จี่หอย

3.เอิ้นขวัญ วรัญญา – บ่กล้าบอกครู แต่หนูกล้าบอกอ้าย

4.สาวมาด เมกะแดนซ์ – ดาวมหาลัย

5.ไผ่ พงศธร – คนบ้านเดียวกัน

6.ปอยฝ้าย มาลัยพร – มันต้องถอน

7.จินตหรา พูนลาภ – มิสซิสเหี่ยน

8.จินตหรา พูนลาภ – เต่างอ

ด้วยความที่ช่องทางสื่อในปัจจุบันมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เพลงลูกทุ่งหมอลำสามารถขยายฐานผู้ฟังกลุ่มใหม่ ๆ ทั้งกลุ่มวัยรุ่นในสังคมเมืองและผู้ฟังในภูมิภาคต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก การปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสังคมตลอดเวลาทำให้เพลงอีสานแบบประยุกต์หรือลูกทุ่งหมอลำดำรงอยู่ได้ท่ามกลางกระแสเพลงแนวใหม่ที่เข้ามาตีตลาดเมืองไทย ในขณะที่เพลงพื้นบ้านประเภทอื่นๆ ค่อยๆ จางหายไปจากการรับรู้ของสังคม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเพลงลูกทุ่งหมอลำจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดในสังคมมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ทิ้งรากฐานความเป็นอีสานอยู่นั่นเอง

ย้อนรอย 5 บทเพลงคลาสสิกจากปี 1917 ของอเมริกันชน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 อุบัติขึ้น 2 ปี ในปี 1917 (ตรงกับพุทธศักราช 2460) สหรัฐอเมริกาได้เข้าร่วมสงครามอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 เมษายน ในสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจของโลกหลาย ๆ ประเทศนี้ ก่อให้เกิดบทเพลงที่มีนัยยะเกี่ยวกับสังคมและสงคราม และได้สร้างนักแต่งเพลงเลือดใหม่ขึ้นมาอีกหลายคน ดังนั้น เราจะพาไปย้อนรอยฟังบทเพลงคลาสสิค 5 เพลงที่ยังคงความอมตะมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกกัน ขอบอกเลยว่า เพลงเหล่านี้มีเสน่ห์มนต์ขลังเป็นอย่างมากสำหรับวงการเพลงคลาสสิก คอเพลงคลาสสิกเตรียมสร้างเพลย์ลิสต์ใหม่กันได้เลย

Livery Stable Bluesby Original Dixieland Jazz Band

อัดเสียงขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ เมืองแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ถือเป็นการอัดเสียงดนตรีแจ๊สครั้งแรกที่สำเร็จได้โดยเทคนิควิธีของ Charles E. Sooy และทีมวิศวกรของเขาที่มีชื่อว่า Viktor พวกเขาทำเพลงนี้เพื่อที่จะถ่ายทอดความผสมผสานที่ลงตัวของเครื่องดนตรีคลาสสิก 5 ชนิด ซึ่งได้แก่ คอร์เน็ต ทรอมโบน คลาริเน็ต เปียโน และกลอง ในการอัดเสียงเป็นการอัดจากระยะไกล พวกเขาให้นักดนตรีเล่นเพลงห่างจากอุปกรณ์อัดเสียงพอสมควร แต่กลับกลายเป็นว่าเพลงที่ได้ออกมานั้นมีเสน่ห์แปลกหูจากเพลงอื่น ๆ ในตลาดเพลงสมัยนั้นโดยสิ้นเชิง สร้างความตื่นเต้นให้กับคนทั้งประเทศ กวาดยอดขายได้มากถึง 1.5 ล้านแผ่น

Over Thereby George M. Cohan, sung by Nora Bayes

George M. Cohan แต่งเพลงอันเลื่องชื่อ “Over there” ขึ้นในวันที่ 7 เมษายน หลังจากที่สภาคองเกรสมีมติให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสงคราม เพลงนี้เริ่มเป็นที่รู้จักภายหลังในเดือนมิถุนายน เพราะ Nora Bayes นักร้องหญิงชื่อดังได้นำทำนองเพลงไปขับร้องเนื้อร้องเพิ่มเติม ทำให้เพลงของเธอกลายเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

In Flanders Fieldsby Charles Ives

Charles Ives นักแต่งเพลงชาวอเมริกันแต่งเพลงนี้ขึ้นจาก “In Flanders Field” บทกวีชิ้นเอกของนักกวีชาวแคนาดา John Mccrae โดยเนื้อเพลงมีการพาดพิงถึงมายาคติชาตินิยมของอเมริกาและฝรั่งเศส

 Schön Rosmarin by Fritz Kreisler

ในบรรดาศิลปินยุโรปที่อาศัยอยู่ในอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีชื่อเสียงเทียบได้กับนักไวโอลินชาวออสเตรเลีย Fritz Kreisler  ความสามารถและความเก่งกาจของเขาได้รับการชื่นชมจากผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีจำนวนมาก โดยพวกเขากล่าวว่าท่วงทำนองสไตล์เวียนนาคือสิ่งที่ทำให้เพลงนี้มีเสน่ห์อันโดดเด่น  

Étincelles by Moritz Moszkowski, played by Olga Samaroff

Olga Samaroff เป็นคนอเมริกันโดยกำเนิด แต่เธอได้ไปศึกษาต่อในยุโรปและมีความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประเทศเยอรมนี เธอเป็นหนึ่งในนักดนตรีคลาสสิกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศในช่วงสงคราม หลังจากนั้นเธอได้เปลี่ยนมาทำอาชีพครู แต่เธอยังคงไม่หยุดแต่งเพลง

ข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เราได้เห็นทัศนคติและแง่คิดของศิลปินชาวอเมริกันที่มีต่อสงคราม ผ่านบทเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้น และทำให้เราตระหนักได้ว่า แม้ท่ามกลางสภาวะบีบคั้นของสงคราม เสียงเพลงยังคงเป็นเหมือนดอกไม้งามที่ผลิบานในหัวใจ Category : เพลงคลาสสิก

10 สาระน่ารู้เกี่ยวกับแซ็กโซโฟน

แซ็กโซโฟนถือเป็นดาวเด่นคู่วงการดนตรีมาแสนนาน จากวงโยธวาทิตเดินทางไปสู่วงแจ๊ส ในที่สุดแซกโซโฟนจึงกลายเป็นเครื่องดนตรีที่วงแจ๊สจะขาดเสียมิได้ ทั้งยังเป็นที่นิยมในการบรรเลงเพลงคลาสสิกสมัยใหม่อีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่าเครื่องดนตรีที่ให้เสียงอันอ่อนหวาน นุ่มนวล กระซิบกระซาบ และไม่แผดจนแสบโสตประสาทชนิดนี้มีที่มาอย่างไร? ใครเป็นผู้คิดค้นมันขึ้น? วันนี้เรามีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับแซกโซโฟน 10 ข้อมากฝาก

                1. อดอล์ฟ แซ็ก นักออกแบบเครื่องดนตรีชาวเบลเยี่ยมได้ย้ายไปตั้งร้านซ่อมแซมและประดิษฐ์เครื่องดนตรีที่กรุงปารีสในปี ค.ศ. 1842 ร้านของเขาได้รับความนิยมมากที่สุดในยุโรป โดยเฉพาะเครื่องลมไม้และเครื่องทองเหลืองในสมัยนั้น เขาประดิษฐ์เครื่องดนตรีทองเหลือ เรียกว่า แซ็กฮอร์น ในขณะเดียวกันเขาก็พยายามพัฒนาแซกโซโฟน เครื่องดนตรีที่เขาเคยประดิษฐ์มาก่อนหน้านั้นจนสมบูรณ์ และได้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ในปี ค.ศ. 1846 ที่กรุงปารีส

                2. แซกโซโฟนมีลักษณะเหมือนเครื่องทองเหลือง คือทำด้วยโลหะทรงกระบอก ลำตัวเป็นรูปกรวยโค้งคล้ายเบสคลาริเน็ต ระบบนิ้วและแป้นมีส่วนคล้ายโอโบ กำพวดใช้กำพวดคลาริเน็ต คือมีลักษณะเป็นลิ้นเดี่ยว (Single reed)

                3. แซกโซโฟนมีขนาดต่าง ๆ ถึง 7 ขนาดด้วยกัน โซปราโนแซกโซโฟนมีความถี่สูงที่สุด รองลงมาคืออัลโต้แซกโซโฟน และเทเนอร์แซกโซโฟน ส่วนแซกโซโฟนที่มีความถี่เสียงต่ำก็คือบาริโทนแซกโซโฟน เบสแซกโซโฟน คอนทร่าเบสแซกโซโฟน และซับคอนทร่าเบสแซกโซโฟน

                4. ปัจจุบันแซกโซโฟนที่เป็นนิยมใช้มีเพียง 4 ชนิดเท่านั้น ได้แก่ โซปราโน อัลโต้ เทเนอร์ และเบสแซกโซโฟน โดยชนิดที่ได้รับความนิยมที่สุดคืออัลโต้และเทเนอร์

                5. แม้ว่าแซกโซโฟนจะเป็นเครื่องดนตรีเอกในเพลงแจ๊ส แต่ความนิยมของแซกโซโฟนก็แพร่ขยายไปทั่วยุโรปและอเมริกา Bizet, Messanet, Berlioz และคีตกวีหลายท่านใช้แซกโซโฟนในการประพันธ์เพลงซิมโฟนี

                6. แซกโซโฟนเป็นเครื่องเป่าตระกูลเดียวกับคลาริเน็ตก็จริง แต่ระบบนิ้วง่ายกว่าคลาริเน็ตมาก และคลาริเน็ตมีปุ่มกดเยอะกว่าแซกโซโฟน ซึ่งหมายความว่าคนเล่นคลาริเน็ตจะต้องจดจำตำแหน่งของนิ้วและขั้นคู่เสียงมากกว่าผู้เล่นแซกโซโฟน

                7. ตอนที่แซกโซโฟนถือกำเนิดขึ้นในวงการเพลงแจ๊ส ความนิยมของมันเทียบคลาริเน็ตไม่ได้เลย นักดนตรีในยุคนั้นเคยแม้กระทั่งปฏิเสธการเล่นแซกโซโฟนด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาเห็นว่ามันไม่ใช่เครื่องดนตรีที่น่าสนใจพอ

                8. อย่างไรก็ตาม วงการเพลงแจ๊สและเพลงร็อคในรัฐนิวออลีนส์ สหรัฐอเมริกา ได้ริเริ่มนำแซกโซโฟนมาใช้ในการประพันธ์บทเพลง ทำให้ความนิยมของแซกโซโฟนเทเนอร์ อัลโต้ และโซปราโนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

                9. ปี ค.ศ. 1958 จีน แอมมอนส์ นักแซกโซโฟนผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนเทเนอร์แซกโซโฟนในชิคาโก้ ได้ทำการอัดเสียงอัลบั้มเพลงแจ๊สในตำนาน The Big Sound และ Groove Blues ภายในวันเดียวกัน

                10. จอนห์ ดักลาส เซอร์แมน ผู้มีชื่อเสียงในการเล่นแซกโซโฟนโซปราโนและบาริโทน (รวมถึงเครื่องดนตรีอื่น ๆ อีกมากมาย) ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยดนตรีลอนดอน และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของวง Jazz Workshop ภายใต้สังกัดศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม Plymouth อัลบั้มเดี่ยวของเขาที่มีชื่อว่า The Amazing Adventures of Simon Simon นำเสนอเสียงดนตรีจากแซกโซโฟนหลายแบบ

แนะนำแอปดนตรีสุดเจ๋ง คนรักเสียงดนตรีห้ามพลาด

สำหรับผู้มีใจรักในเสียงดนตรี ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีอาชีพหรือฝึกหัด การฝึกทักษะทางดนตรีผ่านทางแอปพลิเคชันมือถือถือเป็นตัวเลือกดี ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะแอปพลิเคชันเหล่านี้จะทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เพียงมีสมาร์ทโฟนคู่ใจหนึ่งเครื่อง เราก็สามารถเล่นตนตรีได้ทุกเวลา แถมยังเปลี่ยนสถานที่ฝึกซ้อมไปได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องคอยแบกเครื่องดนตรีติดตัวให้รู้สึกเทอะทะ

                วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับแอปดนตรีที่มีให้ดาวน์โหลดทั้งบน Android แล iOS แนะนำให้ลองเลย สะดวกต่อการใช้งานทุกแอป

                Yousician ฟรีสำหรับ Android และ iOS มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Music teacher in your pocket” เป็นแอปที่เหมาะกับผู้ที่กำลังเริ่มเรียนเปียโน อูคูเลเล่ กีตาร์ หรือเบส เพราะ Yousicain สอนเทคนิคการเล่นพื้นฐานและโน้ตดนตรี โดยใช้วิดีโอประกอบคำอธิบาย และมีภาพกราฟิกเป็นแบบทดสอบให้ผู้ใช้ร่วมทำระหว่างเรียน นอกจากนั้นยังมีเกมในระดับความยากต่าง ๆ ให้พิชิต ซึ่งถ้าหากเล่นผ่านด่านแล้ว ด่านต่อไปที่ยากยิ่งขึ้นก็จะถูกปลดล็อค เป็นการเพิ่มความท้าทายในการเรียน แถมยังช่วยพัฒนาทักษะได้ดีอีกด้วย

                SimplyPiano เป็นแอปฝึกสอนเปียโนสำหรับผู้ที่อายุยังน้อย สามารถให้ฟีดแบ็คกับผู้เล่นผ่านฟังก์ชัน ‘อัดเสียง’ ได้ SimplyPiano ให้ความรู้เกี่ยวกับเปียโนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน มีกราฟิกที่เรียบง่ายกว่า Yousician และมีระบบการสอนแบบข้อความ ไม่ใช่แบบวิดีโอหรือเสียง การสอนแบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้มีสมาธิเต็มที่โดยไม่ถูกรบกวน บทเรียนถูกแบ่งออกเป็นหลักสูตร เช่น Piano Basics และ Pop Chord I โดยสองหลักสูตรนี้ฟรี แต่หากผู้เรียนต้องการเข้าถึงบทเรียนเพิ่มเติมต้องเสียค่าสมัครสมาชิกเดือนละ 15 USD (หรือประมาณ 480 บาทไทย) ราคาค่อนข้างสูงทีเดียวสำหรับน้อง ๆ หนู ๆ แต่ก็ถือว่าถูกมากหากเทียบกับการเรียนเปียโนกับสถาบันดนตรีต่าง ๆ ถ้าหากใครมีใจรักจะเรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วละก็ อย่ารอช้า ไปตำ SimplyPiano กันได้เลย อ้อ แอปนี้สำหรับ iOS เท่านั้นนะ

                Perfect Piano เอาใจทั้งสาวก iOS และ Android ทั้งสองค่ายดาวน์โหลดได้แบบไม่มีน้อยหน้า แอปสอนเปียโนแอปนี้แตกต่างที่ความชิลล์ บทเรียนไม่เคร่งครัดหนักสมอง เรียกว่าไปกันแบบเรื่อย ๆ ได้เลย ผู้ใช้งานสามารถฝึกเล่นเปียโนผ่านคีย์เปียโนบนหน้าจอหรือ MIDI Controller ตัวแอปมีเพลงให้เลือกเล่นหลากหลาย ตั้งแต่เพลงยอดนิยมไปจนถึงเพลงคลาสสิก เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีเปียโนที่บ้านเป็นอย่างมาก แถมยังปล่อยให้ใช้กันฟรี ๆ ด้วย แต่สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์เต็ม ๆ ของแอปสามารถซื้อบริการเพิ่มได้เลย

                Uberchords (ฟรีสำหรับ iOS และ Android) อีกหนึ่งแอปที่มาพร้อมกับลูกเล่นช่วยฟัง ครอบคลุมเนื้อหาการเรียนดนตรีระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย น้อง ๆ นักเรียนนักศึกษาไม่ควรพลาด แอปนี้มีฟังก์ชันรับฟังเสียงกีตาร์จริง ๆ ของเรา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการปรับแต่งคอร์ด เหมาะกับผู้ที่มีกีตาร์เป็นของตัวเองและต้องการฝึกฝนนิ้วให้ชินกับการเล่นเพลง จะแต่งเพลงของเราในแอปเองก็ได้นะ รับรองว่าถูกใจคนทำดนตรีสุด ๆ

                SingTrue แนะนำแอปเกี่ยวกับดนตรีไปเยอะแล้ว ขอชี้เป้าให้กับสายร้องเพลงกันบ้าง SingTrue (ฟรีสำหรับชาว iOS) เป็นแอปที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเหลือนักหัดร้องมือใหม่ ตัวแอปมีฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย มีเพลงให้ฝึกร้องหลากหลายประเภท ช่วยในการดึงพลังเสียงร้องออกมาได้ดี แถมยังช่วยวิเคราะห์เสียงของเราเป็นฟีดแบ็คส่งกลับมาด้วย

                Learn to Sing เป็นอีกแอปร้องเพลงที่ติดโผ แอปนี้ใช้งานง่าย ๆ คล้าย SingTrue ซึ่งถึงแม้หน้าตาจะโอลด์แฟชั่นหน่อย ๆ แต่บทเรียนจากแอปนั้นมีมากมาย จนทำให้ผู้ใช้งานมองข้ามเรื่องหน้าตาไปได้เลยทีเดียว

                นี่เป็นเพียงตัวอย่างของแอปดนตรีที่เป็นที่นิยมเท่านั้น ซึ่งทางผู้พัฒนาซอฟต์แวร์จากหลาย ๆ ค่ายก็ยังไม่หยุดคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาให้เราได้ใช้กัน เป็นที่แน่นอนว่า ในอนาคตจะมีแอปดนตรีออกมาสู่และผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ อีกมหาศาล ปู่เสื่อรอดาวน์โหลดกันในสโตร์ได้เลย

BTS กับความสำเร็จระดับโลก บทพิสูจน์ว่าดนตรีไร้พรมแดน

เรียกได้ว่าเป็นบอยแบนด์แห่งเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกจริง ๆ สำหรับ บีทีเอส (BTS) หรือที่เรารู้จักกันในนามบังทันบอยส์ จากค่าย Big Entertainment ต้องบอกเลยว่าคนที่ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของวงการเคป๊อบ คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อของพวกเขา ฉะนั้น ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง BTS ในแง่ที่ว่า ในฐานะนักร้องเกาหลีเต็มตัว พวกเขาสามารถสร้างปรากฎการณ์ใหม่ที่ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วทั้งวงการเพลง และสร้างภาพจำแก่เราในฐานะบอยแบนด์แห่งยุคสมัยได้อย่างไร

สำคัญที่ตัวตน

BTS เป็นวงที่วางคอนเซ็ปท์ชัดเจนว่าต้องการทำเพลงที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่น ปัญหาและอุปสรรคที่วัยรุ่นต้องเจอ เรื่องเรียน ความรัก ความฝัน ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ความไม่มั่นคงในชีวิต ปัญหาที่พบได้ในสังคม หรือแม้กระทั่งการเมือง เริ่มแรก BTS และต้นสังกัดพยายามพัฒนาแนวดนตรีให้เป็นสากลมากขึ้น ปรับตัวให้เข้ากับตลาดสากลเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นตัวตนและจุดยืนของตัวเองไป พอเริ่มมองเห็นทางก็ค่อย ๆ วางเป้าหมายเพื่อก้าวไปข้างหน้าทีละขั้น พร้อม ๆ กับฐานแฟนคลับที่ขยายใหญ่ขึ้น ก้าวไปสู่เป้าหมายด้วยกัน

การใช้ประโยชน์จากสื่อในยุคดิจิตอล จุดแข็งของต้นสังกัดและของวง

ในด้านการตลาด BTS เลือกที่จะสร้างช่องทางการตลาดขึ้นมาเองผ่านช่องทางสื่อที่เป็นที่นิยมอย่าง Twitter และ YouTube โดยวางคาแรคเตอร์ให้สะท้อนจุดยืนและภาพลักษณ์ของวง แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้ใช้ Twitter เพื่อพูดคุยและทักทายกับแฟน ๆ ทั่วโลกเป็นประจำ การแบ่งปันรูปภาพและเรื่องราวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันหรือเรื่องราวเกี่ยวกับการทำเพลง ทำให้แฟน ๆ รู้สึกใกล้ชิดกับหนุ่ม ๆ BTS มากขึ้น รวมถึงมีผู้ติดตามใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นด้วย การโปรโมทเพลงผ่านช่องทางเหล่านี้จึงทำให้เหล่าแฟนคลับเข้าถึงผลงานได้ง่าย โดยเฉพาะ Twitter ที่มีฟังก์ชันเปิด ‘การแจ้งเตือน’ เมื่อมีการทวิตจากแอคเคาท์ของหนุ่ม ๆ BTS เรียกได้ว่าแฟน ๆ จากต่างประเทศไม่ต้องกลัวตกขบวนกันเลยทีเดียว ตามทันทุกกระแสแน่นอน

คุณภาพงานเพลงที่สม่ำเสมอ จุดยืนที่ชัดเจนในตัวตน ฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น และการทำการตลาดโดยอาศัยประโยชน์จากสื่อต่าง ๆ ในยุคดิจิตอล สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยที่มีส่วนทำให้ BTS ประสบความสำเร็จในระดับโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในวันที่ 6 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา BTS ได้สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีครั้งใหม่อีกครั้ง สื่อในอเมริกาต่างให้ความสนใจและรายงานข่าวชื่นชมการแสดงของ BTS ที่ Citi Field Stadium กันอย่างอึกทึกครึกโครม ปิดฉากทัวร์ “Love Yourself” ในอเมริกาเหนือไปอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม บัตรคอนเสิร์ต 40,000 ที่นั่งโซลด์เอาท์เกลี้ยง สร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเกาหลีอันดับหนึ่งที่อเมริกาให้การยอมรับ

มีรายงานข่าวว่ามีแฟน ๆ มากมายมาตั้งเต็นท์รอเข้างานตั้งแต่ 3-4 วันก่อนคอนเสิร์ตจะเริ่ม การต้อนรับอันอบอุ่นนี้แสดงให้เห็นว่าอุปสรรคด้านภาษาและวัฒนธรรมแทบไม่มีผลต่อความนิยมของ K-Pop เลย BTS เป็นที่รักของแฟนเพลงในอเมริกามาก พวกเขาได้ใจผู้ชมตลอดทั้งงาน เสียงกรีดร้องฮือฮาของผู้ขมที่สนุกไปกับคอนเสิร์ตของพวกเขาชวนให้นึกถึงการแสดงของ The Beatles ที่ Shea Stadium แต่ BTS สร้างความน่าประทับใจที่แตกต่างจากวงอื่น ๆ ซึ่งก็คือการที่พวกเขายังคงรักษาเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมเกาหลีเอาไว้ ผ่านบทเพลงที่เป็นภาษาเกาหลีเกือบทั้งเพลง แต่พวกเขากลับทำให้แฟนเพลงชาวอเมริกันกว่า 40,000 คนร้องตามเพลงของพวกเขาได้ตั้งแต่ต้นจนจบการแสดง ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุด… ว่าโลกของดนตรีไม่มีพรมแดน

“ซ่อนกลิ่น” กลับมาอีกครั้งพร้อมกับบทเพลงภาษาสละสลวย อบอวลกลิ่นความเป็นไทย

หลังจากที่ห่างหายไปนานเกือบปี ในที่สุดแฟชั่นไอค่อนแห่งยุค 90 เจ้าของเสียงร้องและแนวดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ ก็ปล่อยเพลงใหม่ออกมาให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงกันเสียที ซึ่งเพลงใหม่ล่าสุดเพลงนี้มีชื่อเพราะ ๆ ว่า “ซ่อนกลิ่น” ที่ได้แจ็ป วีรณัฐ ทิพยมณฑล และเงาะ พีระนัด สุขสำราญ นักร้องนำและมือกีตาร์จากจากวง The Richman Toy มาร่วมแต่งเนื้อร้อง เพลงนี้ไม่ได้มีความเป็นไทยแค่ชื่อเท่านั้น แต่เนื้อร้องยังสละสลวยงดงาม ซ่อนลูกเล่นชั้นเชิงให้คนฟังได้ร่วมลุ้นและตีความด้วย

เหตุใดจึงเรียกว่าดอกซ่อนกลิ่น?

                “ซ่อนกลิ่น” มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า “หอมไกล” เป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมแรงและหอมนาน นิยมใช้ในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอาง นอกจากนี้ กลิ่นหอมเย้ายวนของซ่อนกลิ่นยังปรากฎอยู่ในวรรณคดีขุนช้างขุนแผนของสุนทรภู่อีกด้วย ธรรมชาติของซ่อนกลิ่นจะส่งกลิ่นหอมเฉพาะตอนกลางคืน ทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าชื่อซ่อนกลิ่นนั้นมาจากการที่ซ่อนกลิ่นไม่มีกลิ่นหอมในตอนกลางวันนั่นเอง

ความเป็นศิลปินของปาล์มมี่ ไอเดียในการทำเพลงที่ซ่อนอยู่ในทุกจังหวะการใช้ชีวิต

                มีชอบอ่านเกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้ ก็ไปโดนคำว่าซ่อนกลิ่น แล้วก็รู้สึกว่าซ่อนกลิ่นมีสองความหมาย คือซ่อนกลิ่นที่เป็นชื่อดอกไม้ด้วย แล้วก็ซ่อนกลิ่นที่แปลว่าเก็บซ่อนความรู้สึก ซ่อนกลิ่นอายของอดีต เป็นคำตอบที่ฟังดูสบาย ๆ จากปาล์มมี่ ในบทสัมภาษณ์ที่ถามถึงที่มาของชื่อเพลงซ่อนกลิ่น เช่นเดียวกับเพลงที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “นวด” และ “แม่เกี่ยว” แรงบันดาลใจในการทำเพลงของปาล์มนี้เรียบง่ายกว่าที่ใครหลายคนคิด สิ่งที่เธอร้อง ท่วงทำนองที่เธอสื่อสารกับคนฟัง ล้วนแล้วแต่สะท้อนประสบการณ์ชีวิต ความจริงใจ ตัวตน และความเป็นศิลปินของเธอ ที่ไม่ว่าจะพบเจอกับเหตุการณ์ไหนมา เธอก็สามารถนำมาเรียงร้อยและรังสรรค์เป็นบทเพลงได้ทั้งสิ้น

มิวสิควิดีโอที่ถ่ายทอดซีนอารมณ์ที่ต้องเก็บซ่อนของเบลล่า ราณี ซ่อนกลิ่นและซ่อนเธอไว้ในใจ

                ในส่วนของมิวสิควิดีโอใช้วิธีการถ่ายทำแบบลอคเทค ซึ่งเป็นเทคนิคการถ่ายยาวโดยไม่มีคัท ทำให้เห็นถึงซีนอารมณ์ของนักแสดงได้เต็ม ๆ เพลงนี้ปาล์มมี่ตั้งใจจะสื่อถึงอารมณ์อาลัยอาวรณ์ถึงความรักครั้งเก่า ผ่านคนเคยรักที่มีโอกาสได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในงานเลี้ยงรุ่น ทว่าต่างคนต่างก็กลายเป็น “อดีต” ของอีกฝ่ายไปเสียแล้ว งานนี้ได้เบลล่า ราณี แคมเปน มารับบทนางเอก ซึ่งเบลล่าก็ถ่ายทอดอารมณ์เหงา ๆ เศร้า ๆ คิดถึงคะนึงหาออกมาทางสีหน้าและแววตาได้อย่างไร้ที่ติ สอดคล้องไปกับอารมณ์เพลงชนิดวิต่อวิ สมจริงจนทำให้คนดูมิวสิควิดีโอพากันอินไปตาม ๆ กัน

ซ่อนกลิ่นในฐานะงานเพลงและศิลปะ

                ซ่อนกลิ่นเป็นเพลงไทยร่วมสมัยที่ให้ความรู้สึกสดใหม่ เนื้อเพลงมีการอุปมาอุปไมยอย่างไทย ถ้อยคำในเพลงคล้องจองกัน เข้ากันได้แบบไม่ขัดหู ดนตรีไม่หนักฟังได้ตลอด ซึ่งส่วนผสมที่กลมกลืนระหว่างความเป็นไทยและเป็นสากลนี้ ไม่ใช่อะไรที่คนฟังเพลงไทยจะพบเจอได้บ่อยนัก จึงไม่แปลกที่ซ่อนกลิ่นจะกลายเป็นเพลงในดวงในของนักฟังเพลงหลาย ๆ คนไปเสียแล้ว

กล่าวได้ว่าซ่อนกลิ่นเป็นเพลงที่เข้าถึงศิลปะ การเล่นคำ การซ่อนความหมาย การสื่อสาร ทั้งหมดสมบูรณ์โดยเอกลักษณ์ของดอกซ่อนกลิ่น ว่าแท้แล้วเราอาจไม่เคยลืมความรักครั้งเก่า ไม่เคยลืมความทรงจำครั้งก่อน เราเพียงซ่อนมันไว้สักที่หนึ่ง

4 เนื้อเพลงที่แต่งขึ้นจากดราม่าร้อนแรงปี 2018

ปี 2018 ที่ผ่านมา ทางฝั่งอเมริกามีเพลงฮิตติดกระแสจากเหล่านักร้องชื่อดังถูกปล่อยออกมาอย่างมากมาย งานนี้เรียกได้ว่าปล่อยของอย่างไม่มีกั๊กกันเลยจริง ๆ เราจะมาย้อนดูกันว่าว่าเพลงสากลไหนเพลงไหนบ้างที่ฮิตติดลมบน ดนตรีเต้นได้เนื้อร้องจำง่าย และนอกจากจะบรรจุกลิ่นอายของปี 2018 เอาไว้อย่างเต็มเปี่ยมแล้ว เพลงเหล่านี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากดราม่าร้อนที่เป็นประเด็นในโซเชียลเน็ตเวิร์คด้วย น่าสนใจใช่ไหมล่ะ

Thank you, Kayne, very cool.” – The 1975, Love it if we made it

                เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเพลงของ 1975 สื่อถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่เท่าเทียม ความรุนแรง การเหยียดเพศและเชื้อชาติ สงคราม ยาเสพติด ฯลฯ เพลง Love it if we made it มีเนื้อร้องที่พาดพิงถึงประธานาธิบดีแห่งสหรัฐคนปัจจุบัน Donald Trump ถึงสองครั้ง ในท่อน “I moved on her like a bitch / Excited to be indicted” ซึ่งประโยคแรกถูกตัดตอนมาจากคลิปเสียงช่วงหนึ่งของ Trump ที่แสดงทัศนคติในเชิงเหยียดเพศหญิง และท่อน “Thank you, Kayne, very cool” มาจากการที่ Trump ทวิตขอบคุณ Kanye West หลังจากที่ Kanye ออกมาแสดงความสนับสนุนต่อเขา ทำให้เพื่อนร่วมวงการหลายคนแห่กันเลิกติดตามเขาทางทวิตเตอร์ เพราะไม่เห็นด้วยกับการแสดงจุดยืนครั้งนี้

Youre hiding a child, let that boy come home Pusha T, The story of Adidon

                กลายเป็นดราม่าร้อนฉ่าในโลกโซเชียลไปพักใหญ่สำหรับ Drake ที่มีเพื่อนร่วมวงการคนนู้นคนนี้ออกมาแขวะตลอดอย่างไม่มีพัก ล่าสุดถูก Pusha T คู่อริแร็ปเปอร์แต่งเพลงแฉว่าเขาแอบไปมีลูกลับ ๆ กับดาราหนัง 18+ ซึ่งทางตัวแทน Drake ก็รีบออกมาแถลงว่า “เขาเชื่อว่าเด็กไม่ใช่ลูกของเขา แต่ถ้านั่นเป็นลูกของเขาจริง เขาก็จะทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อเด็ก” ซึ่งเวลานั้นหลายฝ่ายต่างเชื่อว่านี่เป็นเรื่องสร้างกระแสลวงโลก หากมีการตรวจ DNA ก็จะทำให้ข้อกล่าหาทั้งหมดกระจ่าง ในเพลง The story of Adidon ท่อน “You’re hiding a child” โจมตีประเด็นที่ Drake ไม่กล้าออกมายอมรับว่าเป็นพ่อเด็ก และท่อน “Let that boy come home” แสดงให้เห็นว่า Pusha T ถือไพ่เหนือกว่าเรื่องลูกชายของ Drake ถึงขั้นสั่งสอน Drake ให้ทำหน้าที่พ่อบ้าง ซึ่งล่าสุด Drake ก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่า Adonis คือลูกชายของเขา ท่ามกลางกระแสโจมตีของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค สมใจแร็ปเปอร์หนุ่มสัญชาติแคนาดา Pusha T เขาล่ะ ทีใครทีมันจริง ๆ

One taught me love, one taught me patience, and one taught me painAriana Grande, Thank u, next

ในปีที่ผ่านมา Ariana Grande ได้สูญเสียอดีตคนรักอย่าง Mac Miller แร็ปเปอร์หนุ่มที่เธอคบหามานานร่วม 2 ปี และเพิ่งจะเลิกรากันเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเธอได้เปิดเผยการเลิกราผ่านทาง Instagram อย่างไม่มีหมกเม็ด ถือเป็นการปิดฉากความสัมพันธ์ที่เป็นสาธารณะที่สุดเลยก็ว่าได้ ทว่าท่ามกลางความสูญเสียอันน่าเศร้าสลดนี้ นักร้องสาวรุ่นเล็กวัย 25 ปีกลับถูกวิพากย์วิจารณ์และตำหนิโดยมนุษย์คีย์บอร์ดในโลกโซเชียล ซึ่งเธอก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้ แต่เธอกลับขอบคุณอดีตคนรักที่ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งเช่นในวันนี้ผ่านเพลง Thank u, next ที่ได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดยผู้ฟังส่วนใหญ่บอกว่าเพลงนี้ช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามการเลิกราของตนเองกับแฟนเก่าได้

My pussy wrote a thesis on colonialism” – Noname, Self

                “Self” เพลงแร็ปเบา ๆ ฟังสบายหูเพลงนี้มากจากอัลบั้มใหม่ล่าสุด Room 25 ของ Noname แร็ปเปอร์สาวจากชิคาโก้ ซึ่งพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันบนโลกของเราแบบแสบ ๆ คัน ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องพระเจ้า ศาสนา ความไม่เท่าเทียมทางเพศ เชื้อชาติ การหย่าร้าง ฯลฯ ในเพลงนี้เธอเล่นกับมุกตลกที่สังคมเหมารวม (Stereotype) ว่าผู้หญิงไม่สามารถแร็ปได้ ท่อน “My pussy wrote a thesis on colonialism” เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของเพศหญิงอย่างสุดโต่งและทรงพลัง “คุณคิดว่าผู้หญิงแร็ปไม่ได้เหรอ? ฉันเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องอาณานิคมด้วยอวัยเพศของฉันเลยล่ะ” ทันทีที่ Self ถูกปล่อยออกมาก็สร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้ฟังเป็นอย่างมาก จนหลายคนยกให้เป็นสุดยอดเนื้อเพลงแห่งปีไปแล้ว

นี่เป็นเพียงไม่กี่ตัวอย่างของเพลงที่ถูกแต่งขึ้นจากประเด็นร้อนในสังคมเท่านั้น ยังมีอีกหลายเพลงที่ชำแหละลึกลงไปในปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่เรามองข้ามไป ในส่วนของปี 2019 เราก็มารอลุ้นกันดีกว่าว่าจะมีเรื่องราวดราม่าไหนบ้างที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานเพลงฮิต ๆ ขึ้นมาอีก ซึ่งไม่ว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของโลกโซเชียลหนักขนาดไหน คนที่ได้กำไรเต็ม ๆ ก็คือวงการเพลงและคนฟังเพลงอย่างพวกเรานี่เอง